ครม.ไฟเขียวเปิดทางเอกชนนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากสหรัฐ  "ธรรมนัส" ลั่นไม่เห็นด้วยขอปรับเวลานำเข้าให้สั้นลง

ครม.ไฟเขียวเปิดทางเอกชนนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากสหรัฐ  
ครม.ไฟเขียวเปิดทางเอกชนนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากสหรัฐ แต่มีเงื่อนไขต้องรับซื้อในประเทศ ด้าน "ธรรมนัส" ลั่นไม่เห็นด้วยขอปรับเวลานำเข้าให้สั้นลง หวั่นกระทบผลผลิตเกษตรกร  ห่วงราคาร่วง GMO กระทบส่งออก

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ​(ครม.) มีมติเห็นชอบในการปรับแผนบริหารจัดการโควตาการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากสหรัฐ เพิ่มเป็น 1 ล้านตันต่อปี ในอัตราภาษี 0% จากที่ไทยนำเข้าโควตา 54,700 ตันต่อปี ในอัตราภาษี 20% เป็นผลมาจากมาตรการภาษีสหรัฐ เพื่อลดผลกระทบต่อเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดในประเทศไทย และรักษาเสถียรภาพของราคา

ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ ยอมรับว่า การนำเข้าโควตาจำนวนมากนี้ อาจส่งผลกระทบต่อราคาข้าวโพดโดยรวมและเกษตรกร อย่างไรก็ตาม ในความเป็นจริง ประเทศไทยมีความต้องการใช้ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์มากกว่าปริมาณที่สามารถผลิตได้ภายในประเทศ ดังนั้น จึงจำเป็นต้องมีมาตรการบริหารจัดการ เพื่อให้ราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่ปลูกในประเทศมีความเสถียรภาพ

ขณะที่ในที่ประชุม ครม. ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ได้แสดงความกังวลและขอสงวนความเห็น เนื่องจากนโยบายดังกล่าว อาจกระทบต่อผลผลิตของเกษตรกร ครม. จึงมีมติปรับแผน โดยมีการปรับเปลี่ยนช่วงเวลานำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เดิมกำหนดให้เปิดโควตานำเข้าในช่วงที่ไทยไม่มีผลผลิต คือ ตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. ถึงวันที่ 31 ส.ค. ของทุกปี แต่เกณฑ์ใหม่ถูกปรับให้สั้นลง โดยให้เปิดโควตาตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. ถึงวันที่ 30 มิ.ย. ซึ่งเป็นการปรับลดระยะเวลานำเข้า 2 เดือนนี้ จะช่วยให้การนำเข้าหยุดลงก่อนที่ผลผลิตของเกษตรกรไทยจะออกสู่ตลาดในเดือน ก.ย.-ธ.ค. ซึ่งน่าจะช่วยตรึงราคาได้

นอกจากนี้ มีการปรับสัดส่วนให้ภาคเอกชนมีโอกาสในการนำเข้า จากเดิมที่การนำเข้าส่วนใหญ่เป็นของภาครัฐ แต่มีข้อกำหนดเงื่อนไขว่า ผู้ที่ต้องการนำเข้าจะต้องมีสัดส่วนการซื้อผลผลิตของไทย 3 ต่อ 1 คือ นำเข้าจากสหรัฐ 1 ส่วน ต้องซื้อในประเทศ 3 ส่วน เช่น หากผู้นำเข้าภาคเอกชนต้องการนำเข้าข้าวโพดจากสหรัฐ 100 กิโลกรัม ผู้นำเข้าจะต้องมีสัญญาซื้อข้าวโพดในประเทศ 300 กิโลกรัม กลไกนี้ถูกออกแบบมาเพื่อรักษาเสถียรภาพของราคาและช่วยเหลือเกษตรกรโดยตรง

“นอกจากมาตรการควบคุมโควตาแล้ว รัฐบาลยังได้อนุมัติวงเงินเพื่อรักษาเสถียรภาพเพิ่มเติม เช่น มาตรการให้สินเชื่อเพื่อชะลอการขายข้าวโพดแก่เกษตรกร, มาตรการในการเปลี่ยนตลาด และมาตรการในการอุดหนุนการขายต่างๆ โดยรัฐบาลนายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล ยืนยันว่าจะบริหารจัดการมาตรการนี้ ซึ่งเป็นผลมาจากการต่อรองเรื่องภาษีสหรัฐ ให้มีผลกระทบกับเกษตรกรน้อยที่สุด”

ทั้งนี้ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงกรณีไม่เห็นด้วยกับการปรับเพดานโควตาการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ จากเดิมที่กำหนดไว้ 54,700 ตันต่อปี ในอัตราภาษี 20% เพิ่มเพดานเป็นโควตา 1 ล้านตันต่อปี ภายใต้อัตราภาษี 0% ว่า  ตนเองเป็นห่วงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับเกษตรกรในประเทศ และเป็นจุดยืนของกระทรวงเกษตรฯมาโดยตลอด   ทั้งนี้ในเรื่องนี้มี 2 ประเด็นที่จะมีผลกระทบตามมามากโดยในเรื่องแรกนั้นเป็นเรื่องของราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่จะราคาตกต่ำลงเมื่อมีการนำเข้ามาจำนวนมาก โดยปัจจุบันราคาในประเทศถือว่าตกต่ำมากอยู่แล้ว การนำเข้าเพิ่มเติมจะยิ่งทำให้ราคาตกต่ำลง ซ้ำเติมความเดือดร้อนของเกษตรกรไทย

ส่วนประการที่ 2  เป็นเรื่องของข้าวโพดดัดแปลงพันธุกรรม (GMO) ที่หากนำมาใช้เลี้ยงสัตว์แล้ว อาจส่งผลกระทบต่อประเทศคู่ค้าที่ต่อต้าน GMO ทำให้สินค้าเกษตรของไทยอาจไม่ได้รับการยอมรับและไม่รับซื้อจากประเทศเหล่านั้น ซึ่งจะกระทบต่อการส่งออกปศุสัตว์ของไทยได้

ทั้งนี้สำหรับโควตาภายใต้ข้อตกลงระหว่างประเทศเพื่อนบ้านที่มีอยู่เดิมนั้น กระทรวงได้เสนอขอความเห็นชอบต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้จำกัดระยะเวลาการนำเข้า จากเดิมที่วางกรอบตั้งแต่ 1 กุมภาพันธ์ ถึง 31 สิงหาคม เหลือเพียง 1 กุมภาพันธ์ ถึง 30 มิถุนายน เท่านั้น เนื่องจากเกษตรกรไทยจะเริ่มเก็บเกี่ยวข้าวโพดตั้งแต่เดือนกรกฎาคม จึงได้เสนอให้ย่นระยะเวลาการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ลงซึ่ง ครม. ได้เห็นชอบตามที่เสนอ

ร.อ.ธรรมนัส  กล่าวด้วยว่ากระทรวงเกษตรฯจะใช้มาตรการตรวจสอบย้อนกลับอย่างเข้มข้นสำหรับข้าวโพดที่นำเข้าโดยใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติของไทยในการควบคุม และยืนยันว่าไม่มีใครสามารถห้ามการใช้กฎหมายไทยในเรื่องนี้ได้

“การใช้นโยบายที่ชัดเจนในการตรวจสอบย้อนกลับอย่างเข้มข้น และห้ามนำเข้าข้าวโพดจากพื้นที่ที่มีการเผาอย่างเด็ดขาด เพื่อติดตามแหล่งที่มาและควบคุมคุณภาพให้เป็นไปตามมาตรฐาน ส่วนการนำเข้าจากสหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นไปตามข้อตกลงที่ทำไว้ตั้งแต่รัฐบาลก่อนนั้น กระทรวงเกษตรฯ ยังคงจุดยืนเดิมในการคัดค้าน และจะใช้มาตรการตรวจสอบย้อนกลับอย่างเข้มข้นเช่นเดียวกัน” ร.อ.ธรรมนัสกล่าว

ด้านนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ ระบุว่า กระทรวงพาณิชย์ รับทราบมติ ครม. แล้ว และจะกลับไปทบทวนรายละเอียดเกี่ยวกับระยะเวลาของโควตาการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ต่อไป
 

TAGS: #นำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากสหรัฐ #ครม. #กระทรวงพาณิชย์ #ธรรมนัส #GMO #ข้าวโพดดัดแปลงพันธุกรรม