ผู้นำไทย–ลาวเป็นสักขีพยานลงนามเอ็มโอยู ความช่วยเหลือหลายด้าน สะท้อนสายสัมพันธ์พี่น้องกว่า 75 ปี

ผู้นำไทย–ลาวเป็นสักขีพยานลงนามเอ็มโอยู ความช่วยเหลือหลายด้าน สะท้อนสายสัมพันธ์พี่น้องกว่า 75 ปี
ผู้นำไทย–ลาว ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีแลกเปลี่ยนบันทึกความเข้าใจ และพิธีส่งมอบความช่วยเหลือหลายด้าน แสดงถึงความร่วมมือที่แน่นแฟ้นในทุกมิติ และสะท้อนสายสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นกว่า 75 ปี

ที่สำนักงานนายกรัฐมนตรี สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และ นายสอนไซ สีพันดอน (H.E. Mr. Sonexay Siphandone) นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีแลกเปลี่ยนบันทึกความเข้าใจระหว่างราชอาณาจักรไทยกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว จำนวน 1 ฉบับ และ พิธีส่งมอบความช่วยเหลือจากฝ่ายไทยแก่ฝ่ายลาว รวม 4 รายการ ดังนี้

1) บันทึกความเข้าใจระหว่างธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM Bank) กับ ธนาคารส่งเสริมกสิกรรมแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยมี นายชลัช รัตนบุญนิธิ กรรมการผู้จัดการธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย เป็นผู้แทนลงนามฝ่ายไทย

2) พิธีมอบการสนับสนุนทางการเงิน สำหรับโครงการความร่วมมือเพื่อสกัดกั้นสารตั้งต้นของการผลิตยาเสพติด ไทย–ลาว จำนวน 10,000,000 บาท โดยมี พันตำรวจตรี สุริยา สิงหกมล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด เป็นผู้แทนฝ่ายไทย

3) พิธีส่งมอบเซรุ่มแก้พิษงู มูลค่า 875,000 บาท โดยมี นายจุลวัจน์ นรินทรางกูร ณ อยุธยา อธิบดีกรมความร่วมมือระหว่างประเทศ เป็นผู้แทนฝ่ายไทย

4) พิธีส่งมอบอุปกรณ์เพื่อสนับสนุนการพัฒนาและฝึกอาชีพแรงงาน สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว มูลค่า 1,495,930 บาท โดยมี นายจุลวัจน์ นรินทรางกูร ณ อยุธยา อธิบดีกรมความร่วมมือระหว่างประเทศ เป็นผู้แทนฝ่ายไทย

5) พิธีส่งมอบความช่วยเหลือทางวิชาการ สำหรับงานออกแบบรายละเอียด โครงการพัฒนาระบบประปาระยะที่ 2 ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว มูลค่าประมาณ 30,000,000 บาท โดยมี นายจักร บุญ–หลง กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ สำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (องค์การมหาชน) เป็นผู้แทนฝ่ายไทย

โดยนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า “การลงนามในบันทึกความเข้าใจและพิธีส่งมอบความช่วยเหลือดังกล่าว สะท้อนถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นและความร่วมมือรอบด้านระหว่างไทย–ลาว ทั้งในด้านเศรษฐกิจ แรงงาน การพัฒนาและวิชาการ รวมถึงด้านสาธารณสุข และแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจร่วมกันของทั้งสองรัฐบาลในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน สร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และพัฒนาสังคมให้เติบโตเคียงคู่กันอย่างยั่งยืน บนพื้นฐานของมิตรภาพ ความไว้วางใจ และความเข้าใจอันลึกซึ้งที่มีมายาวนานกว่า 75 ปีแห่งความสัมพันธ์ทางการทูต”

ภายหลังพิธี นายกรัฐมนตรีและคณะมีกำหนด เดินทางไปยังทำเนียบประธานประเทศ สปป.ลาว เพื่อเข้าเยี่ยมคารวะ นายทองลุน สีสุลิด ประธานประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว จากนั้นจะเข้าร่วม งานเลี้ยงอาหารกลางวัน ณ สถานเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงเวียงจันทน์

TAGS: #อนุทิน #ไทยลาว #เอ็มโอยู #ความร่วมมือ