พระพรหมเสนาบดี จากพระพิมพ์สู่พระพรหม ฉลองอายุวัฒนมงคล 80 ปี

พระพรหมเสนาบดี จากพระพิมพ์สู่พระพรหม ฉลองอายุวัฒนมงคล 80 ปี
ครูเพลง "สลา คุณวุฒิ" ประพันธ์บทเพลงพิเศษ "จากพระพิมพ์สู่พระพรหม"  เทิดเกียรติพระพรหมเสนาบดี วาระทำบุญอายุวัฒนมงคล 80 ปี พร้อมคณะศิษยานุศิษย์ร่วมถวายมุทิตาจิต

พระพรหมเสนาบดี (พิมพ์ ปธ.7 MA.) เจ้าอาวาสวัดปทุมคงคา ที่ปรึกษากรรมการหาเถรสมาคม ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 7 ทำบุญอายุวัฒนมงคล 80 ปี วันที่ 15-16 กันยายน 2568 อย่างยิ่งใหญ่

ในปีนี้มีประเด็นที่คณะศิษย์ และผู้ใกล้ชิดต้องกล่าวถึงคือ บทเพลง ที่ครูสลา คุณวุฒิ ศิลปินแห่งชาติ ประพันธ์และขับร้องถวาย เป็นพิเศษ  เนื้อเพลงเล่าประวัติส่วนตน สดุดีคุณสมบัติที่เป็นสังฆโสภณ และผลงานที่พระคุณเจ้าได้บำเพ็ญมาที่สรุปในข้อความสั้นๆ ว่าจากพระพิมพ์สู่พระพรหม 

ข้อความนี้กินใจ จนกระทั่งพระธรรมเสนาบดี(ธงชัย สุวรรณสิริ) เจ้าคณะภาค 7 เจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอยสุเทพ จังหวัดเชียงใหม่ นำมาขึ้นปกหนังสือ 

เรื่องวัดสำคัญในเขตปกครองภาค 7 เชียงใหม่ ลำพูน แม่ฮ่องสอน ที่พิมพ์มุทิตาในงานมงคล 80 ปีพระพรหมเสนาบดี ที่บริหารคณะสงฆ์ภาค 7 นานถึง 23 ปีเริ่มจากรองเจ้าคณะภาค (2545) และเจ้าคณะภาค 7

ตลอดเวลานั้น มีผลงานที่อยู่ในความจดจำคณะสงฆ์ภาค 7 หลายภาคส่วนตั้งแต่ส่งเสริมการศึกษา และขับเคลื่อนงานพระพุทธศาสนาให้มั่นคงสู่สังคมไทย เป็นต้น

อัตโนประวัตินััน ท่านถือกำเนิดเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2488 ที่บ้านโรงเข้ บ้านแพ้ว สมุทรสาคร เป็นลูกชาวบ้านที่โยมพ่อโยมแม่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม

เรียนชั้นประถมที่โรงเรียนบ้านรางห้าตำลึง (สายบุญเรืองราษฎร์รังสรรค์) บ้านโรงเข้ ผลการเรียนดีมาก สอบได้ที่ 1และที่ 2 สลับกับเด็กหญิงอีกคน คุณครูแนะให้เรียนต่่อ แต่ไม่ได้เรียนเมื่อพ่อแม่ให้ช่วยทำนาทำสวน

พ.ศ.2500 พ่อแม่อพยพจากบ้านโรงเข้ บ้านแพ้วไปตั้งรกรากใหม่ที่บ้านนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี ตามคำชวนของลุงผู้หวังดี ว่ามาอยู่ที่นี่ชีวิตจะสุขสบาย แต่ประกอบอาชีพเดิมคือเกษตรกรรม 
 
วันที่ 26 กรกฎาคม 2509 อุปสมบทที่วัดนาสาร โดยมีพระเทพรัตนกวี วัดไตรธรรมาราม เป็นอุปัชฌาย์ ได้รับฉายาว่า ญาณวีโร แล้วไปจำพรรษาวัดอภัยเขตตาราม นาสาร สอบได้นักธรรมชั้นตรี ครูผู้สอนว่าเรียนเก่ง ควรหาที่เรียนในกรุงเทพฯ จึงเข้ากรุงด้วยความมั่นใจ แต่แล้วไม่มีวัดใดรับไว้เพราะมีวุฒิแค่ นธ.ตรี จึงกลับนาสารด้วยความผิดหวัง กำลังคิดจะลาสึกไปช่วยพ่อแม่ทำสวนเงาะแต่แล้วเหมือนธรรมจัดสรร ฟังวิทยุว่าวัดคลองวาฬ ประจวบคีรีขันธ์รับสมัครพระเณรเรียนบาลี จึงมาวัดคลองวาฬได้เรียนบาลีและธรรมสมใจ เรียนที่นี่ดีทุกอย่างเว้นแต่ขาดตำรา วัน วันหนึ่งด้วยใจรักในการเรียนจึงนั่งรถเมล์ จากประจวบคีรีขันธ์(หลายชั่วโมง) มาซื้อหนังสือวิชาสัมพันธ์ไทย ของอาจารย์ละออง ทองเศวต ที่มหาจุฬาบรรณาคาร ท่าพระจันทร์ ราคาเล่มละ 6 บาท 

เรียกว่ารักเรียนมากมิเช่นนั้นคงไม่ทุ่มเทขนาดนี้ (ขอบันทึกว่า ไม่มีใครแก่เกินเรียนจึงเห็นพระเดชพระคุณสมัครเรียนบาลี ปธ.8 ที่วัดมหาธาตุ ปี 2567 แต่มิได้สมัครสอบ ทั้งนี้หลังจากพระบาทสมเด็จสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระบรมราชโองการให้พระราชาคณะสอบบาลีต่อจากชั้นเดิมได้)
 
เมื่อสอบได้นักธรรมชั้นเอกและเปรียญธรรม 5 ประโยคในสำนักเรียนวัดคลองวาฬ  ย้ายมาอยู่สำนักวัดปทุมคงคาปี 2515  ซึ่งอยู่ใ สมัยที่พระธรรมวโรดม (สนิธ เขมจารี ปธ.9 ต่อมาได้รับสภาปนาเป็นสมเด็จพระธีรญาณมุนี ) เป็นเจ้าอาวาส 

อยู่สำนักนี้สอบเปรียญธรรม 6 ประโยคได้ จึงไปเรียนต่อระดับ ป.ตรี ที่สถาบันนาลันทาประเทศอินเดีย จบแล้วเรียนระดับปริญญาโท ที่มหาวิทยาลัยมคธ ซึ่งอยู่ใกล้วัดไทยพุทธคยา

ความที่ท่านพระมหาพิมพ์ มีชื่อเสียงการสวดพระปาฏิโมกข์ คล่องแคล่ว (และยังสวดเป็นประจำทุกวันนี้)จึงได้รับการ ติดต่อ จาก พระธรรมมหาวีรานุวัตร (บุญเลิศ)ต่อมาเลื่อนเป็นสุเมธาธิบดี  เจ้าอาวาสวัดไทยพุทธคยาให้มาพำนักที่วัดไทยพุทธคยา เพื่อสวดพระปาฏิโมกข์ พร้อมทั้งถวายทุนการศึกษา เดือนละ 2,000 บาท  ท่านเล่าว่าเรียน 2 ปีจบ มีปัจจัยเหลือ กลับไทยถึง 200,000 บาท เพราะ จ่ายค่าเทอมมหาวิทยาลัยเพียงปีละ 1,800 บาทเท่านั้น

กลับมาอยู่วัดปทุมคงคาตามเดิม ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาส และเป็นเจ้าอาวาส ได้เลื่อนสมณศักดิ์สูงจนได้รับการสถาปนาเป็นรองสมเด็จพระราชาคณะชั้นหิรัญบัตร ที่ พระพรหมเสนาบดี เมื่อพ.ศ 2557

ท่านภาคภูมิใจว่าตลอดเวลาที่ทำงานเพื่อศาสนาไม่เคยขอไม่เคยวิ่งเต้นเพื่อเป็นโน่นเป็นนี่ แต่ทุกตำแหน่งได้มาโดยไม่ได้ขอ

ส่วนเรื่องที่ปฏิบัติประจำคือความเป็นผู้เสียสละ และไม่ยึดติดในตำแหน่ง  เช่นลาออกจากตำแหน่ง กก.มส.(ที่ใครๆก็อยากเป็น)และลาออกจากตำแหน่งเจ้าคณะภาค 7 เมื่อ พศ .2567 เพราะอยู่ในวัยเกษียณ (อายุ  80 ปี) แล้ว

อย่างไรก็ตามพระเดชพระคุณมิได้ทำงานเพื่อสังคมและศาสนาเท่านั้น แต่ได้ปลีกเวลาเพื่อตนเอง(ซึ่งหายากมาก นอกจากตัดใจ) ไปปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานที่วัดพระธาตุศรีจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ต่อเนื่องหลายสิบปี  จนหลวงพ่อทอง สิริมงฺคโล หรือพระพรหมภาวนาโกศล เข้าอาวาสวัดพระธาตุศรีจอมทอง ปรมาจารย์ทางวิปัสสนาธุระออกปากชมว่า ไม่เคยมีพระผู้ใหญ่ปฏิบัติเช่นนี้มาก่อน

เมื่อได้ปฏิบัติธรรมแล้ว ตระหนักว่ายศถาบรรดาศักดิ์ไม่มีความหมาย พร้อมทั้งเห็นคุณค่าของลมหายใจ ที่แม่ให้มาว่ายิ่งใหญ่และสำคัญมาก

จากผลงานและปฏิปทาที่ว่าโดยย่อนี้ พระเดชพระคุณจึงเหมาะสมกับคำยกย่องว่าสังฆโสภณ และบทเพลงสรรเสริญว่า จากพระพิมพ์สู่พระพรหม โดยแท้

ในวาระอันเป็นมงคลฉลองอายุ 80 ปี วันที่ 16 กันยายน พ.ศ.2568 ข้าพเจ้าขอถวายมุทิตาจิตพระพรหมเสนาบดีด้วยความเคารพ
 
 โดยสมาน สุดโต
 
 

TAGS: #พระพรหมเสนาบดี #พระพิมพ์ #พระพรหม #ฉลองอายุวัฒนมงคล #สลาคุณวุฒิ