รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาในวันวิสาขบูชาโลก ครั้งที่ 20 ชูหลักเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา เป็นหัวใจแห่งการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ ท่ามกลางความหลากหลายทางเชื้อชาติ ศาสนา และวัฒนธรรม
เวลา 09.30 น. นายชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถา เนื่องในวันวิสาขบูชาโลก ครั้งที่ 20 ประจำปี 2568 ณ ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ ถนนราชดำเนินนอก กรุงเทพฯ สรุปสาระสำคัญ ดังนี้
นายชูศักดิ์ กล่าวแสดงความยินดีที่ได้มาปาฐกถาเรื่อง “ความสามัคคีและการโอบรับความหลากหลาย เพื่อศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์: พุทธปัญญาเพื่อสันติภาพโลกและการพัฒนาที่ยั่งยืน” ในโอกาสที่สมาคมมหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนานานาชาติ และมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยเป็นเจ้าภาพจัดพิธีวันวิสาขบูชา วันสำคัญสากลของโลก ครั้งที่ 20 ประจำปี 2568 ในวันนี้ โดยนับเป็นเวลา 17 ปี ที่ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรีมากล่าวต่อทุกท่านในวันนี้อีกครั้ง
ปัจจุบัน โลกกำลังเผชิญกับสถานการณ์ความขัดแย้ง สงคราม และความรุนแรงมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสร้างความสูญเสียต่อทั้งชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน รวมถึงทำลายความไว้วางใจในการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขของมวลมนุษยชาติ ความขัดแย้งรุนแรงนี้ เป็นสาเหตุแห่งความหวาดระแวง แบ่งฝักแบ่งฝ่าย และลดทอนคุณค่าและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ทำให้ต้องนำคำสอนของพระพุทธเจ้ามาปรับใช้ เพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข
องค์การสหประชาชาติได้กำหนดเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขึ้น เพื่อกระตุ้นให้มนุษยชาติเสริมสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจและแสวงหาหนทางในการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข ท่ามกลางความแตกต่างหลากหลาย ทั้งในด้านความเชื่อ วัฒนธรรม ประเพณี ศาสนา ภาษา และชาติพันธุ์ ซึ่งสอดรับกับพันธกิจหลักของสภาสากลวันวิสาขบูชาโลก ที่มุ่งการพัฒนาที่ยั่งยืน ส่งเสริมการศึกษา และสร้างสันติภาพให้เกิดขึ้นในสังคมโลกอย่างยั่งยืน
ที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติ ได้กำหนดให้วันวิสาขบูชาของทุกปี เป็นวันสำคัญสากลของสหประชาชาติ เพื่อให้พุทธศาสนิกชนทั่วโลกได้ระลึกถึงพระพุทธวจนแห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า โดยวันวิสาขบูชา เป็นวันประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพานขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งพระองค์ได้ทรงประกาศหลักธรรมคำสอนให้มวลมนุษยชาติอยู่ร่วมกันด้วยความรัก ความสามัคคี และมีความเมตตาเอื้ออาทรให้แก่กัน เพื่อให้ผู้คนสามารถอยู่ในสังคมได้อย่างสันติสุข
หนึ่งในหลักธรรมที่พระพุทธองค์ได้ประกาศไว้แก่พุทธสาวกและผู้เสื่อมใสศรัทธาในพระรัตนตรัย คือ พรหมวิหาร 4 ประกอบด้วย เมตตา กรุณา มุทิตา และอุเบกขา ซึ่งสอดคล้องกับหัวข้อการจัดงาน คือ ความสามัคคีและการโอบรับความหลากหลายเพื่อศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
การจัดงานวันวิสาขบูชา วันสำคัญสากลของโลกตามหลักธรรมคำสอนของพระพุทธศาสนา จึงนับเป็นโอกาสอันดีที่ทำให้เรามีเวลากลับไปทบทวนหลักธรรมคำสอนแห่งพระบรมศาสดาที่สะท้อนถึงความเป็นภราดรภาพของมนุษยชาติ ความเป็นเอกภาพ และความมุ่งหมายในการสร้างความสามัคคีให้แก่มวลมนุษย์
โดยในนามของนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลไทย รู้สึกขอชื่นชมและขอบคุณมหาเถรสมาคม สภาสากลวันวิสาขบูชาโลก มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ภาคีเครือข่าย และพุทธศาสนิกชนทุกคน ที่ได้ร่วมมือร่วมใจกันผนึกกำลังอย่างเข้มแข็ง จัดงานวิสาขบูชาโลกขึ้น เพื่อแสดงถึงความเคารพเลื่อมใสศรัทธาที่ประชาชนคนไทยมีต่อพระพุทธศาสนา อีกทั้งยังเป็นการชี้ให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ร่วมกันของประชาคมโลกที่มีต่อการสร้างสันติภาพ ความเคารพในความแตกต่างหลากหลายของผู้คน และความเห็นอกเห็นใจที่มีต่อเพื่อนมนุษย์ทุกเชื้อชาติ
ในโอกาสอันเป็นมงคลวันวิสาขบูชาโลกครั้งนี้ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีได้ขออาราธนาอำนาจแห่งพระปัญญาคุณ พระวิสุทธิคุณ และพระกรุณาคุณแห่งองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้โปรดประทานพรให้ทุกท่านมีแต่ความสุขความร่มเย็นในจิตใจตลอดไป