"อนุทิน" ปัดตอบศึก "ภูมิใจไทย-เพื่อไทย" ชี้ทุกอย่างต้องมองแง่ดี

"อนุทิน" ปัดตอบ นายกฯพบ "เนวิน" สมานรอยร้าว "ภท.-พท." ขอให้มองทุกอย่างเป็นเรื่องดี เรื่องแย่ ๆ เยอะแล้ว ยก "บุรีรัมย์" เป็นโมเดลพัฒนาเมือง ยันจากนี้ไป "ผู้ว่าฯทุกจังหวัด - นายก อบจ.ทั่วปท. ทำงานเป็น

ที่สนามช้างอินเตอร์ เนชั่นแนล เซอร์กิต  อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการมาร่วมงานสัมมนาผู้ว่าราชการจังหวัดของนายกรัฐมนตรีครั้งนี้จะทำให้ภาพความสัมพันธ์ระหว่างพรรคภูมิใจไทยและพรรคเพื่อไทยดีขึ้นหรือไม่ ว่า นางสาวแพทองธาร ชินวัตร มาในฐานะนายกรัฐมนตรี ที่ตั้งใจจะมาพบกับผู้ว่าราชการจังหวัด และผู้บริหารองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งในแต่ละปีก็ไม่ได้มีโอกาสมากที่จะรวมบุคคล ที่มีความใกล้ชิดกับประชาชนมาไว้รวมกัน 

นอกจากนี้ตนยังมองว่าเป็นการเสียสละเวลาของนายกรัฐมนตรี ที่จะมามอบนโยบายและสร้างความคุ้นเคย และเชื่อว่าวันนี้นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) มีความสบายใจแล้ว เพราะนายกรัฐมนตรี บอกว่าหากตนไปจังหวัดไหนก็ให้นายกอบจ. จัดหาเวลาเพื่อเข้าพบได้ ซึ่งถือเป็นสิ่งใหม่ ที่ไม่เคยเกิดแต่ก็จะเกิดขึ้น

ส่วนการที่นายกรัฐมนตรีได้พบกับนายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ยูไนเต็ด และ ประธานสนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จะถือเป็นการสมานรอยร้าวของทั้งสอง พรรคหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า อยากให้มองทุกอย่างเป็นสิ่งที่ดี วันนี้มีอะไรแย่ ๆ เยอะแล้ว จึงอยากให้ทุกคนได้มีกำลังใจและกลับไปทำสิ่งที่เป็นประโยชน์เพื่อประชาชน

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงความสำคัญที่ให้จังหวัดบุรีรัมย์เป็นศูนย์กลางการสัมมนาวันนี้ นายอนุทิน กล่าวว่า บุรีรัมย์ถือเป็นจังหวัดหนึ่ง ที่มีการพัฒนาจากเมืองผ่านเป็นเมืองหลัก แม้ว่าแต่ละจังหวัดอาจจะมีพื้นฐานที่แตกต่างกัน แต่ก็อาจจะใช้จังหวัดบุรีรัมย์เป็นต้นแบบในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน โดยการอาศัยเอกลักษณ์ อัตลักษณ์ เพื่อการพัฒนา และให้ทุกคนเห็นว่าจังหวัดที่เคยตำน้ำกินกินน้ำตำ ก็ยังสามารถพลิกโฉมขึ้นมาได้

ยันจากนี้"ผู้ว่าฯทุกจังหวัด - นายก อบจ.ทั่วปท." ทำงานเป็นหนึ่งเดียวกัน 
อย่างไรก็ตามนายอนุทิน ให้สัมภาษณ์ถึงการบูรณาการทำงานร่วมกันระหว่างท้องถิ่นกับผู้ว่าราชการจังหวัด ว่า มีความสำคัญมาก เพราะนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (นายกอบจ.) มาจากการเลือกตั้ง เป็นตัวแทนพี่น้องประชาชนที่จะมาทำงาน ส่วนผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นตัวแทนของรัฐบาลในการลงไปบริหารจัดการจังหวัด ถ้าสองส่วนนี้ทำงานด้วยกันได้ด้วยความเข้าใจ ความสามัคคี และมีเป้าหมายร่วมกันจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศ และประชาชน ซึ่งจะเป็นแรงบวกมหาศาล     
   
“ที่ผ่านมาการเลือกตั้งนายกอบจ.ทั่วประเทศ เพิ่งมีการรับรองกันไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา จึงมีความจำเป็นเร่งด่วนอย่างยิ่งที่จะทำให้ผู้ว่าราชการจังหวัด และนายกอบจ. ที่เพิ่งได้รับการรับรองเข้ามาได้ผูกความสามัคคีกันเพื่อรับใช้ประชาชน จึงเป็นที่มาของการสัมมนาร่วมกันในวันนี้” นายอนุทิน กล่าว
    
เมื่อถามว่า การเลือกพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์มีความสำคัญอย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า จังหวัดบุรีรัมย์เป็นจังหวัดหนึ่งที่มีการพัฒนาเมืองจากเมืองผ่านเป็นเมืองหลักขึ้นมาได้ อย่างน้อยแต่ละจังหวัดอาจจะมีพื้นฐานไม่เหมือนกัน แต่โครงสร้างในการพัฒนาเมืองอาจจะใช้จังหวัดบุรีรัมย์เป็นโมเดลตั้งต้นแล้วนำไปประยุกต์เพิ่มเติมต่อยอด ใส่เอกลักษณ์อัตลักษณ์ของแต่ละจังหวัดเพื่อพัฒนาต่อไป ให้ทุกคนเห็นว่าจังหวัดที่เคยตำน้ำกิน กินน้ำตำ ยังสามารถพลิกโฉมขึ้นมาได้ จากนั้นจังหวัดอื่นๆที่มีความเจริญมีพื้นฐานที่ดีอยู่แล้ว เขาก็ต่อยอดให้มั่นคงมากขึ้น จะได้ไม่มีใครพูดว่าเป็นไปไม่ได้ เป็นไปได้ยากหรือไม่ได้ทำ
    
เมื่อถามว่า การทำงานของท้องถิ่นกับรัฐบาลต่อไปจะเชื่อมโยงกันมากขึ้นใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ถูกต้อง เมื่อฝ่ายข้าราชการประจำคือผู้ว่าราชการจังหวัด กับนายกอบจ. ต่างก็อยู่ในกำกับดูแลของกระทรวงมหาดไทย ดังนั้น คนที่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย ต้องทำให้สองส่วนนี้คิดเหมือนกันเป็นหนึ่งเดียวกันให้ได้ เพื่อให้การขับเคลื่อนนโยบายไปสู่การปฏิบัติเกิดขึ้นได้โดยเร็ว
    
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังเสร็จสิ้นการมอบนโยบาย  นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เดินมาถ่ายภาพแบคดรอปซึ่งเป็นรูปนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีกับตัวเอง ที่สวมใส่ผ้าไทยสีเขียว 
    
โดยนายอนุทิน ได้ชูนิ้วโป้งและชี้นิ้ว ทำสัญลักษณ์“ใช่เลย” ใส่รูปของนายกรัฐมนตรีและตนเอง  ผู้สื่อข่าวจึงสอบว่า เจอตัวจริงให้ใจหรือไม่ นายอนุทิน ถึงกับร้อง “อุ้ย พร้อมบอกให้หมดใจอยู่แล้ว ท่านน่ารักจะตาย”

TAGS: #อนุทิน #ภูมิใจไทย #เพื่อไทย #เนวิน #รัฐบาล #แพทองธาร