รมช.คลัง ยันแจกเงิน 10,000 บาท เฟส 2 ก่อนสิ้นเดือนม.ค.68 ลุยเฟส 3 ไตรมาส 2 ปีหน้า ไฟเขียว Easy e-receipt ยันรัฐกระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่อง หนุนจีดีพีปี 68 โตตามเป้า 3%
นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เผย ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้เห็นชอบโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านโครงการเงิน 1 หมื่นบาทสำหรับผู้สูงอายุ ตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป ที่ได้ลงทะเบียนไว้กับแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” โดยใช้กรอบวงเงินงบประมาณ 40,000 ล้านบาท โดยรับสิทธิผ่านระบบพร้อมเพย์ ทั้งนี้ คาดว่าจะเริ่มโอนเงินให้ทันก่อนตรุษจีน หรือภายในวันที่ 29 ม.ค.68
ขั้นตอนตรวจสอบรายชื่อผู้ผ่านคุณสมบัติจะเห็นรายละเอียดช่วงต้นปี 2568 โดยจะมีการประกาศตรวจสอบสิทธิได้ผ่านแอปพลิเคชันทางรัฐ ที่ลงทะเบียนไว้ และต่อไปจะเดินหน้าโครงการดิจิทัล เฟส 3 สำหรับประชาชนกลุ่มทั่วไป ซึ่งคาดว่าจะมีความชัดเจนในช่วงไตรมาส 2 ของปี 2568
พร้อมกันนี้ ที่ประชุม ครม.ยังเห็นชอบมาตรการ Easy e-receipt 2.0 ซึ่งเป็นการใช้จ่ายซื้อสินค้าและบริการ เพื่อนำไปหักลดหย่อนภาษี โดยมีการปรับเปลี่ยนหลักเกณฑ์เล็กน้อย แบ่งเป็น ส่วนแรก 30,000 บาท จะใช้กับการใช้จ่ายในร้านค้าทั่วไป ส่วนที่สอง 20,000 บาท ใช้กับวิสาหกิจชุมชน ร้านโอทอป โดยมีกำหนดระยะเวลาโครงการตั้งแต่ 16 ม.ค.-28 ก.พ.68
ทั้งนี้ สินค้าที่ไม่สามารถเข้าร่วมรายการได้ ได้แก่ สุรา เบียร์ ไวน์ ยาสูบ น้ำมัน ก๊าซ ค่าบริการชาร์จไฟรถ ค่าซื้อรถยนต์ จักรยานยนต์ ค่าประปา ไฟฟ้า ค่าสัญญาณโทรศัพท์มือถือ อินเตอร์เน็ต เบี้ยประกัน ค่าบริการนำเที่ยว ค่าที่พักโรงแรม-โฮมสเตย์ โดยครั้งนี้ มีการเปลี่ยนแปลงคือ ไม่รวมกลุ่มท่องเที่ยวไว้ด้วย โดยจะมีการไปหารือรายละเอียดกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาว่าจะออกเป็นมาตรการเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดการกระตุ้นในช่วงเวลาที่เหมาะสมต่อไป
“ของขวัญปีใหม่ของกระทรวงการคลัง มี 3 เรื่อง คือ ส่วนลดการเสียภาษีในโครงการ Easy e-receipt 2 คือการเติมเม็ดเงินให้ชาวนา ไร่ละ 1,000 บาท และ 3. เงิน 1 หมื่นบาทให้ผู้สูงอายุ สิ่งที่ประชาชนทั่วประเทศจะได้ประโยชน์ คือ การกระตุ้นเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น ซึ่งปลายไตรมาส 3 ปีนี้ ตั้งแต่ ก.ย.ได้เติมเงินให้กลุ่มเปราะบาง 145,000 ล้านบาท ช่วงและ ธ.ค. ม.ค. ก.พ. จะมีเม็ดเงินจาก 3 โครงการ คือ ช่วยชาวนา 35,000 ล้านบาท , แจกเงินผู้สูงอายุอีก 40,000 ล้านบาท และ Easy e-receipt คาดว่าจะสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจอีกไม่ต่ำกว่า 70,000 ล้านบาท รวมทั้งหมด 1.4-1.5 แสนล้านบาท ที่จะหมุนเวียนกระตุ้นเศรษฐกิจในรอบสอง” นายจุลพันธ์ กล่าว
นายจุลพันธ์ กล่าวว่า รัฐบาลต้องการดูแลเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง เมื่อจบโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจในไตรมาสแรก ของปี 2568 แล้ว ไตรมาส 2 เราก็จะเริ่มเดินหน้าโครงการแจกเงินดิจิทัล เฟส 3 เพื่อเป็นแรงส่งให้เศรษฐกิจ ปี 2568 เติบโตตามเป้าหมายที่ 3%