“ป.ป.ช.” แจงสอบจริยธรรม อดีต 44 ส.ส.ก้าวไกล แก้ ม.112 คาด ม.ค. 68 รู้ผล ดูเป็นรายๆ เผย คดีชั้น 14 อยู่ในขั้นตอนตรวจสอบสรุปสำนวน ก่อนเข้าที่ประชุมใหญ่ ยันมีอำนาจเต็มขอข้อมูลจากหลายหน่วยงาน
นายสาโรจน์ พึงรำพรรณ เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เผย ความคืบหน้าการพิจารณาเรื่องร้องเรียนจริยธรรม 44 ส.ส. อดีตพรรคก้าวไกล ที่ร่วมลงชื่อเสนอร่างแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ว่า เรื่องนี้เราได้ตั้งกรรมการไต่สวน ข้อเท็จจริง รวบรวมหลักฐาน ซึ่งใกล้จะแล้วเสร็จ คาดว่า เดือน ม.ค. 2568 คณะกรรมการไต่สวนจะสามารถสรุปสำนวนเพื่อเสนอเข้าที่ประชุมป.ป.ช.ได้ โดยการสรุปสำนวนจะมี 2 แนวทาง หากเห็นว่ามีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะแจ้งข้อกล่าวหา ก็เสนอคณะกรรมการป.ป.ช.แจ้งข้อกล่าวหา หากเห็นว่า ไม่มีมูลเพียงพอ ก็จะสรุปสำนวนให้ข้อกล่าวหาตกไป ทั้งนี้การพิจารณาจะดูข้อกล่าวหาประเด็นฝ่าฝืนจริยธรรม โดยดูพฤติกรรมของแต่ละบุคคลหลักว่ามีส่วนรวมในการดำเนินการแตกต่างกันไป ป.ป.ช.ต้องพิจารณาให้ความเป็นธรรมกับทุกคน ไม่ได้หมายความว่าทั้ง 44คน ตามที่ถูกร้องเรียนจะถูกแจ้งข้อกล่าวหาทั้งหมด ป.ป.ช.จะไต่สวนในเรื่องการแก้ไขกฎหมายมีพฤติกรรมในการฝ่าฝืน ไม่ได้ระบุว่า ทั้ง 44 คนนี้มีพฤติกรรมในเรื่องนี้ แต่สุดท้ายแล้วใครมีพฤติกรรมฝ่าฝืนประมวลจริยธรรมอย่างร้ายแรงก็ว่าเป็นรายๆไป
“ป.ป.ช. พิจารณาไปทั้งเรื่อง ไม่ได้พิจารณาเป็นบุคล คือพิจารณาไต่สวนเรื่องนี้ มีบุคลใดบ้างที่มีพฤติกรรมฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรง คณะกรรมการป.ป.ช.ก็จะพิจารณาแจ้งข้อกล่าวหา แต่การแจ้งข้อกล่าวหาไม่ได้หมายความว่าเขากระทำความผิด แต่เป็นการให้โอกาสในการชี้แจงข้อกล่าวหา หลังฟังคำชี้แจงแล้วก็จะพิจารณาเป็นรายบุคคล ว่ามียังมีบุคคลใดชี้แจงแล้วยังฟังไม่ขึ้น มีพฤติการณ์ฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรง ในเดือนม.ค.ถึงจะมีความชัดเจน” นายสาโรจน์กล่าว
นายสาโรจน์ กล่าวต่อว่า ในเรื่องของการตรวจสอบการฝ่าฝืนจริยธรรมจะดูพฤติการณ์ทุกมิติ ทั้งในสภา และนอกสภา ทั้งนี้การเสนอกฎหมายเป็นหน้าที่ อาจจะไม่มีความผิดอะไร เป็นการเสนอปกติ ดังนั้นจะต้องดูพฤติกรรมทุกมิติ ซึ่งต้องให้ความเป็นธรรมทั้งผู้กล่าวหา และผู้ถูกกล่าวหา ซึ่งป.ป.ช.จะต้องดูพยานหลักฐานทุกอย่าง ข้อมูล รวมถึงคำพิพากษาของศาล ก็ต้องรวมมาพิจารณาอยู่ในสำนวนด้วย
เลขา ป.ป.ช. เผย กรณี พิจารณาเรื่องร้องเรียนให้ตรวจสอบกรมราชทัณฑ์ ผอ.ราชทัณฑ์ ผอ.รพ.ตำรวจ มีการเอื้อประโยชน์ให้นายทักษิณ ชินวัตร ไปพักรักษาตัวที่ชั้น 14 รพ.ตำรวจ เพื่อหลีกเลี่ยงการไม่ต้องถูกจำคุกนั้น คดีนี้อยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบ ซึ่งเป็นเรื่องของสำนักงาน พนักงานเจ้าหน้าที่ เพื่อตรวจสอบรวบรวมพยานหลักฐาน ก่อนสรุปสำนวนเสนอคณะกรรมการกลั่นกรอง เพื่อพิจารณากรองสำนวน และมีความเห็นว่ามีมูล หรือไม่มีมูลเพียงพอที่จะตั้งไต่สวนหรือไม่ ซึ่งคดีชั้น 14 อยู่ในขั้นตอนนี้ หากคณะกรรมการกลั่นกรองฯ พิจารณาเสร็จ ก็จะสรุปและเสนอความเห็นเข้าที่ประชุมป.ป.ช.ชุดใหญ่ ซึ่ง ตอนนี้ยังไม่ถึงขั้นตอนนี้
เมื่อถามถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องส่งข้อมูลมาให้ครบหรือไม่ นายสาโรจน์ กล่าวว่า ป.ป.ช.ได้เรียกเอกสารไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวบรวมมาตรวจสอบ แต่ตอนนี้ยังไม่สามารถให้ข้อมูลได้ เพราะยังอยู่ในชั้นของคณะกรรมการกลั่นกรอง ในฐานเลขาฯ ป.ป.ช.ไม่สามารถเข้าไปดูในรายละเอียดการชี้แจงของแต่ละหน่วยงานได้ ทำได้เพียงการสอบถามเรื่องความคืบหน้า ส่วนจะส่งเอกสารมาครบถ้วนแล้วหรือไม่นั้น ยังไม่ทราบว่ามีหน่วยงานมีข้อขัดข้องยังไม่ได้ส่งข้อมูลมา แต่ทราบว่า ตอนนี้เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.รวบรวมข้อมูลครบถ้วนแล้ว ย้ำว่าเจ้าหน้าที่ป.ป.ช.มีอำนาจเต็มที่ในการดำเนินการ หากยังไม่มีใครส่งเอกสารอะไรมา ก็สามารถดำเนินการใช้อำนาจตามกฎหมายเรียกเอกสาร พยานหลักฐาน โดยสำนักงานจะประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขอควสามร่วมมือ แต่หากสุดท้ายยังไม่ได้รับความร่วมมือ พนักงานเจ้าหน้าที่ก็สามารถใช้อำนาจตามกฎหมายดำเนินการได้