"ทนายตั้ม" โร่กองปราบฯอ้างถูกตำรวจตาม ยัน 39 ล้าน "เจ๊อ้อย"โดนสแกมเมอร์หลอก

"ทนายตั้ม" โผล่เข้าพบตำรวจกองปราบฯ อ้างมีตำรวจไปเฝ้าที่บ้าน ละเมิดชีวิตส่วนตัว ยืนยันบริสุทธิ์ ปัดหลอก "เจ๊อ้อย"ยันได้ 71 ล้านโดยเสน่หา เผยเงิน 39 ล้าน "เจ๊อ้อย"โดนสแกมเมอร์หลอก

นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ "ทนายตั้ม" ปรากฏตัวครั้งแรกที่กองบังคับการปราบปราม หลังตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาหลอกเอาเงินจาก "เจ๊อ้อย"และเก็บตัวเงียบมานานนับสัปดาห์

ทนายตั้ม เผย ไม่ได้หายไปไหน ที่สื่อมวลชนติดต่อไม่ได้เพราะตนเองเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์ หลังถูกสื่อมวลชนสำนักหนึ่งตามไปคุกคามความเป็นส่วนตัวถึงที่บ้าน ซึ่งตนเองอยู่บ้านมาตลอด ไม่ได้เดินทางออกนอกประเทศตามที่มีข่าว เงินในบัญชีก็ไม่เคยถอนออก ยืนยันในความบริสุทธิ์ และวันนี้สมัครใจเข้าพบพนักงานสอบสวนเอง ไม่ได้มาตามหมายเรียก เพราะรอหมายเรียกมาตลอด ตำรวจก็ไม่ออกหมายเรียกสักที แต่เมื่อคืนกลับส่งตำรวจมาตามตนเองไปถึงร้านสะดวกซื้อ ตอนเช้าก็ส่งตำรวจมาอีก 2-3 คันรถ ทั้งที่ตนเองอยู่บ้านทุกวัน เมื่อตนเองไปคุยเชิญให้เข้าตรวจค้นบ้านได้ไม่จำเป็นต้องมีหมาย ตำรวจก็ปฏิเสธและเดินทางกลับ ตนเองรู้สึกไม่สบายใจ จึงมาพบพนักงานสอบสวนเพื่อให้ข้อมูลเอง

ส่วนที่ก่อนหน้านี้ไม่มีการประสานขอเข้าพบตำรวจ เนื่องจากตนเองเคยทำหนังสือขอให้ตำรวจสอบปากคำผู้กล่าวหาและพยานให้เต็มที่ก่อน เพื่อให้ตำรวจมีเวลาในการดำเนินการเต็มที่ โดยตนเองยังขอให้แยกสอบพยานและบันทึกวิดีโอเป็นหลักฐานไว้ด้วย เพื่อป้องกันการซักซ้อมเตรียมคำให้การ แต่ในเมื่อตำรวจตามไปถึงบ้านตนเอง แสดงว่าตำรวจมีเรื่องอยากคุย ตนเองจึงเดินทางมา

ส่วนปมเงิน 71 ล้านบาท ยังยืนยันในคำเดิมว่าเป็นเงินที่ได้โดยเสน่หา คือได้รับโดยไม่มีสัญญาผูกมัดผูกพัน และหลังสอบปากคำผู้กล่าวหามาหลายวัน ก็เชื่อว่าเรื่องนี้ตำรวจน่าจะพอรู้แล้วว่าข้อเท็จจริงคืออะไร สอดคล้องกันหรือไม่กับหลักฐานที่มี 

ส่วนเรื่องค่าออกแบบต่างๆ นั้น จะเป็นการฉ้อโกงได้อย่างไร ในเมื่อตนเองรับงานมา ก็ทำใบเสนอราคา และส่งมอบงานทุกโครงการตามสัญญาครบถ้วน

ส่วนปมเงิน 39 ล้านบาท ค่าว่าจ้างศิลปินจีนมาไทยนั้น ทนายตั้ม กล่าวว่า ความจริงแล้วตรงกันข้ามกับข้อมูลที่มีการนำเสนอมาทุกอย่าง เพราะเรื่องจริงคือ เจ๊อ้อยได้ไปกดไลค์ไอจี "เฉินคุน" ดาราจีนคนหนึ่ง จากนั้นก็มีบุคคลอ้างเป็น "เฉินคุน" ทักข้อความมาตีสนิทกับเจ๊อ้อยนานนับปี จนเจ๊อ้อยอยากจะให้บุคคลดังกล่าวมาหาที่ไทย และให้ตนเองช่วยโอนเงินให้อีกฝ่าย เพราะอีกฝ่ายให้โอนเป็นสกุลเงินดิจิทัล ตนเองไม่เชี่ยวชาญ จึงให้น้องอีกคน ชื่อ นุ เป็นคนดำเนินการให้ เพราะเก่งเรื่องเงินดิจิทัล แต่เมื่อโอนเงินให้อีกฝ่ายไปแล้ว อีกฝ่ายกลับไม่ยอมมา และให้โอนเงินเพิ่มเป็นค่าบอร์ดี้การ์ด ตนเองเริ่มเอะใจว่าอาจเป็นสแกมเมอร์ แต่เจ๊อ้อยยืนยันจะให้โอนอีก ตนเองจึงต้องยอมโอน แต่อีกฝ่ายก็ยังไม่มา ตนเองลองไปสืบค้นข้อมูล ขอเบอร์จากผู้จัดการดาราชื่อดังของไทย เพื่อประสานงานกับผู้ประสานงานศิลปินจีน ก็ได้รับข้อมูลว่าไม่น่าจะใช่ "เฉินคุน" ตัวจริง เพราะปกติดาราจีนจะไม่มีการทักข้อความหาแฟนคลับในลักษณะนี้ และช่วงเวลาที่พูดคุยกัน "เฉินคุน" ตัวจริงกำลังฝึกสมาธิอยู่ในป่า ตนเองจึงพยายามจะให้เจ๊อ้อยพูดคุยกับผู้ประสานงานดาราจีนคนดังกล่าว เพื่อให้เชื่อว่าที่คุยกันนั้นเป็นแสกมเมอร์ ไม่ใช่ "เฉินคุน" จริงๆ แต่เจ๊อ้อยก็ไม่เชื่อ ตนเองก็ไม่อยากยุ่งแล้ว เจ๊อ้อยจึงไปคุยกันเองและโอนเงินให้เพิ่มอีก

ทนายตั้ม ยังกล่าวถึงกรณีรถเบนซ์ ที่บอกว่าตนเองนำไปเข้าไฟแนนซ์ และนำไปปล่อยเช่าให้กลุ่มทุนจีนสีเทานั้น ก็ไม่เป็นความจริง สามารถตรวจสอบเล่มทะเบียนรถได้ว่า รถคันดังกล่าวเป็นชื่อของเจ๊อ้อยตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ ตนเองจะนำไปเข้าไฟแนนซ์และให้ชาวจีนเช่าได้อย่างไร และตลอดเวลาที่ใช้รถคันดังกล่าวก็มีภรรยาของตนเองประกบติดกับเจ๊อ้อยมาตลอด อีกทั้งตนเองก็ไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงินขนาดต้องเอาไปให้กลุ่มทุนจีนเทาเช่า

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่ามาพบตำรวจในวันนี้ พร้อมจะเผชิญหน้ากับเจ๊อ้อยหรือไม่ ทนายตั้มบอกเพียงว่ายังไม่พร้อมคุย ไม่รู้จะคุยอะไร วันนี้แค่อยากมาพบตำรวจเท่านั้น

ทนายตั้ม กล่าวอีกว่า นอกจากจะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มาคอยรบกวนในชีวิตประจำวันของตอนนั้น ยังมีสื่อมวลชนบางช่องที่ไปคุกคามถึงบ้านตนเอง จึงขอฝากไปถึงทีวีช่องดังกล่าว (คุณพุทธอภิวรรณ องค์พระบารมี ช่อง 8) ว่าให้เลิกส่งนักข่าวทำพฤติกรรมแบบนี้ เพราะมันเป็นความส่วนตัว และรบกวนคนในครอบครัวของตน

ในขณะที่ทนายตั้มกำลังให้สัมภาษณ์อยู่นั้น นักข่าวของเพจดาวแปดแฉกก็ได้เอ่ยปากกำลังตั้งคำถามขึ้น แต่ถูกทนายตั้มพูดตัดบทไปก่อน บอกไม่ให้เพจนี้สัมภาษณ์ พร้อมยื่นให้นักข่าวช่องอื่นถามคำถามแทน

ต่อมา ทนายตั้มได้เดินเข้าพบพนักงานสอบสวน โดยอ้างว่าจะให้ข้อมูลในเรื่องของเงิน 71 ล้านบาท ที่ ศูนย์รับแจ้งความกองบังคับการปราบปราม แต่การเข้าพบในครั้งนี้ใช้เวลาเพียงไม่ถึง 15 นาทีทนายตั้มก็ได้เดินทางกลับบ้านโดยไม่ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนอีกรอบ

TAGS: #ทนายตั้ม #เจ๊อ้อย #มาดามอ้อย #กองปราบ