ดีอี นำร่อง 10 จังหวัดสร้างเมืองอัจฉริยะกระตุ้นศก. 200 ล้านบาท

ดีอี นำร่อง 10 จังหวัดสร้างเมืองอัจฉริยะกระตุ้นศก. 200 ล้านบาท
ดีอี ผนึกดีป้า เดินหน้ายกระดับเมืองอัจฉริยะ 10 จังหวัด ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล ทั้งเศรษฐกิจ การดำรงชีวิตและบริหารภาครัฐ เล็งขยายผลเขับเคลื่อนให้กิดทั่วประเทศ

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี)  เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานโครงการ DIGITAL INFINITY: SMART LIVING สร้างเมืองอัจฉริยะน่าอยู่ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล ว่า  ปัจจุบันเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลถือเป็นฟันเฟืองสำคัญในการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ซึ่งที่ผ่านมากระทรวงดีอี ได้ส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนสามารถเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลที่รัฐบาลวางรากฐานไว้

ขณะเดียวกันสามารถเลือกประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลที่เหมาะสมกับบริบทของตนเอง ผ่านแนวทางการเพิ่มขีดความสามารถด้านดิจิทัลในการสร้างข้อได้เปรียบในการแข่งขันของประเทศ (Thailand Competitiveness) การสร้างความมั่นคงและปลอดภัยของเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล (Safety & Security) และ

การเพิ่มศักยภาพทุนมนุษย์ด้านดิจิทัลของประเทศ (Human Capital) ภายใต้แนวทางการดำเนินงานของ กระทรวงดีอี อย่าง The Growth Engine of Thailand สำหรับโครงการ DIGITAL INFINITY: SMART LIVING ถือเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญในการพัฒนาพื้นที่ในจังหวัดต่าง ๆ สู่เมืองอัจฉริยะ (Smart City)

ด้านผศ.ดร.ณัฐพล  นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า  กล่าวว่า โครงการนี้ดำเนินการโดย ดีป้า และเครือข่ายพันธมิตรมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างพื้นที่ต้นแบบด้านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ด้านเศรษฐกิจอัจฉริยะ ด้านการดำรงชีวิตอัจฉริยะ และด้านการบริการภาครัฐอัจฉริยะ เพื่อการพัฒนาเมืองอัจฉริยะน่าอยู่ระดับท้องถิ่นใน 11 พื้นที่นำร่อง 10 จังหวัด ก่อนกระจายการพัฒนาสู่พื้นที่ใกล้เคียง และนำไปสู่การพัฒนาเมืองอัจฉริยะทั่วประเทศอย่างยั่งยืน

ส่วนด้านเศรษฐกิจอัจฉริยะ (Smart Economy) ยกระดับเศรษฐกิจท้องถิ่น โดยเฉพาะภาคเกษตรกรรม โดยการส่งเสริมการประยุกต์ใช้แอปพลิเคชัน ‘ฟ้าฝน’ ซึ่งทำหน้าที่พยากรณ์อากาศและเชื่อมโยงข้อมูลสภาพอากาศจากสถานีตรวจวัดสภาพอากาศอัจฉริยะแบบ All-in-one ในชื่อ FAHFON SENSE ที่สามารถวัดค่าได้ถึง 17 ตัวแปรจาก Smart Pole เพียง 1 ต้น ซึ่งจะช่วยให้เกษตรกรสามารถวางแผน ดูแล จัดการกระบวนการผลิตและเพาะปลูก รักษาคุณภาพผลผลิต

ตลอดจนเพิ่มรายได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยโครงการดังกล่าวสร้างสถานีตรวจวัดสภาพอากาศใน 5 จังหวัด ประกอบด้วยเทศบาลตำบลพยัคฆภูมิพิสัย จังหวัดมหาสารคาม เทศบาลตำบลแม่ลาว จังหวัดเชียงราย องค์การบริหารส่วนตำบลนาชุมเห็ด จังหวัดตรัง องค์การบริหารส่วนตำบลหัวหว้า จังหวัดปราจีนบุรี และ เทศบาลตำบลเมืองบางแพ จังหวัดราชบุรี รวม 250 พิกัด ครอบคลุมพื้นที่กว่า 250 ตารางกิโลเมตร และส่งเสริมให้เกษตรกรพัฒนาทักษะ การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลแล้วกว่า 1,000 ราย

ขณะที่การพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่นด้านธุรกิจอาหารใน 7 พื้นที่ ได้แก่ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ เทศบาลเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี เทศบาลตำบลหัวทะเล จังหวัดนครราชสีมา เทศบาลตำบลสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมา เทศบาลเมืองบางศรีเมือง จังหวัดนนทบุรี องค์การบริหารส่วนตำบลหัวหว้า จังหวัดปราจีนบุรี เทศบาลตำบลบางแพ จังหวัดราชบุรี และ เทศบาลตำบลโพธิ์ทอง จังหวัดอ่างทอง ด้วยการยกระดับผู้ประกอบการท้องถิ่นเข้าสู่แพลตฟอร์มรับ-ส่งอาหารสัญชาติไทยในชื่อ eatsHUB เพื่อยกระดับร้านอาหารท้องถิ่นเข้าสู่ระบบออนไลน์ เพิ่มโอกาสเข้าถึงลูกค้า และเป็นช่องทางสร้างรายได้ใหม่ให้กับผู้ประกอบการรายย่อยกว่า 1,000 ราย

ด้านการดำรงชีวิตอัจฉริยะ (Smart Living) ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน รองรับสังคมผู้สูงวัย  ด้วยเทคโนโลยีเพื่อสุขภาพ Smart Health ที่เฝ้าระวังเรื่องสุขภาพและการวางแผนติดตามดูแลสุขภาพอย่างใกล้ชิด ใน 2 พื้นที่คือ เทศบาลตำบลหัวทะเล จังหวัดนครราชสีมา และ เทศบาลเมืองบางศรีเมือง จังหวัดนนทบุรี ดำเนินการร่วมกับอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) บุคลากรทางการแพทย์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการนำอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลสุขภาพมาประยุกต์ใช้บันทึก จัดเก็บ เชื่อมโยง และตรวจสอบข้อมูลสุขภาพของผู้สูงอายุ

รวมถึงผู้ป่วยที่มีภาวะพึ่งพิงกว่า 420 ราย สามารถนำข้อมูลประกอบการอ้างอิงเบื้องต้นด้านสุขภาพ ขอคำแนะนำจากแพทย์เพื่อวิเคราะห์โรคได้ง่ายขึ้น และติดตามดูแลได้อย่างใกล้ชิด รวดเร็ว แม่นยำ และทั่วถึงยิ่งขึ้น

ด้านการบริการภาครัฐอัจฉริยะ (Smart Governance) ติดตั้งเทคโนโลยีดิจิทัลด้านการสื่อสาร โดยการสนับสนุนป้ายประชาสัมพันธ์อิเล็กทรอนิกส์ใน 2 พื้นที่ คือ เทศบาลตำบลบางแพ จังหวัดราชบุรี และ องค์การบริหารส่วนตำบลหัวหว้า จังหวัดปราจีนบุรี เพื่อยกระดับการให้บริการประชาชนอย่างทั่วถึง ลดความเหลื่อมล้ำ ในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารและบริการภาครัฐ  เพิ่มประสิทธิภาพการเข้าถึงข้อมูลภาครัฐ การประชาสัมพันธ์ การแจ้งเตือนภัย และบริการอื่น ๆ แก่ประชาชนมากกว่า 600,000 รายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 “โครงการเหล่านี้ ทำให้เกิดการส่งเสริมการพัฒนาเมืองอัจฉริยะทั่วประเทศ ช่วยเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจมากกว่า 200 ล้านบาท อีกทั้งเป็นการสร้างพื้นที่ต้นแบบด้านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการพัฒนาเมืองอัจฉริยะระดับท้องถิ่น และเตรียมพร้อมขยายผลไปสู่การขับเคลื่อนเมืองอัจฉริยะทั่วประเทศอย่างยั่งยืนต่อไป

 

TAGS: #ดีอี #ดีป้า #เมืองอัจฉริยะ #ดิจิทัล