QUICK พร้อมลั่นระฆังเทรด mai 21 ต.ค.นี้ โบรกฯ ให้เป้า ปี 2570 สูงสุด 8.70 บาท

QUICK พร้อมลั่นระฆังเทรด mai 21 ต.ค.นี้ โบรกฯ ให้เป้า ปี 2570 สูงสุด 8.70 บาท
QUICK พร้อมลั่นระฆังเทรด mai วันที่ 21 ต.ค.นี้ ชู ERP เชื่อม IoT–AI ต่อยอดธุรกิจ โบรกฯ ให้เป้าปี 2570 สูงสุด 8.70 บาท

นายไพศาล แซ่ลี้ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ควิก ทรานส์ฟอร์เมชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ QUICK เปิดเผยว่า บริษัทพร้อมเข้าซื้อขายเป็นวันแรกในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) กลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยี วันที่ 21 ตุลาคม 2569 ภายใต้ชื่อย่อหลักทรัพย์ “QUICK” นับเป็นก้าวสำคัญในการเพิ่มศักยภาพการดำเนินธุรกิจและวางรากฐานการเติบโตในระยะยาว รองรับความต้องการขององค์กรที่เร่งนำเทคโนโลยีมาเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน การเข้าจดทะเบียนในครั้งนี้ จะช่วยเสริมความพร้อมให้ QUICK ขยายธุรกิจได้อย่างเป็นระบบ ทั้งด้านผลิตภัณฑ์ บุคลากร และโอกาสการลงทุน โดยนำความเชี่ยวชาญด้าน ERP มาต่อยอดร่วมกับ IoT และ AI เพื่อช่วยให้ลูกค้าใช้เทคโนโลยีแก้ปัญหาและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจได้จริง

ทั้งนี้ QUICK ผู้ให้บริการที่ปรึกษาและติดตั้งระบบดิจิทัลแบบครบวงจร (End-to-End Digital Transformation Provider) ครอบคลุมการออกแบบ พัฒนา ติดตั้ง และดูแลระบบ โดยมีความเชี่ยวชาญหลักด้านระบบวางแผนทรัพยากรองค์กร (Enterprise Resource Planning: ERP) บนแพลตฟอร์ม Microsoft เป็น Microsoft Solutions Partner และได้รับการยอมรับในฐานะพันธมิตรระดับผู้เชี่ยวชาญ (Specialist Partner) สาขา Finance และ Supply Chain

บริษัทจะนำเงินระดมทุนสุทธิหลังหักค่าใช้จ่ายประมาณ 164.42 ล้านบาท ไปใช้ในการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์และโซลูชัน การพัฒนาโครงการฝึกอบรมบุคลากรทั้งภายในและภายนอกผ่าน Academy & Talent Pool Program การลงทุนเชิงกลยุทธ์ในธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนรองรับการขยายธุรกิจ

นอกจากนี้ ผู้ถือหุ้นเดิมทั้ง 5 รายได้แสดงความเชื่อมั่นต่อทิศทางธุรกิจ ได้ลงนามในข้อตกลงห้ามขายหุ้นเดิมโดยสมัครใจ (Voluntary IPO Lock Up) เพิ่มเติมจากหุ้นที่อยู่ภายใต้เกณฑ์ Silent Period ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ส่งผลให้หุ้นเดิมทั้งหมด 70 ล้านหุ้น คิดเป็น 100% ของหุ้นเดิม อยู่ภายใต้ข้อจำกัดการขายในช่วง 6 เดือนแรกนับจากวันเริ่มซื้อขาย สะท้อนความเชื่อมั่นและความมุ่งมั่นของผู้ก่อตั้งในการร่วมขับเคลื่อนการเติบโตของ QUICK ในระยะยาว

นางสาวจิรยง อนุมานราชธน ประธานกรรมการ บริษัท เจย์ แคปปิตอล แอดไวเซอรี จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน เปิดเผยว่า QUICK มีรากฐานธุรกิจจากความเชี่ยวชาญด้าน ERP และประสบการณ์ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีมากกว่า 20 ปี ประกอบกับสถานะพันธมิตรของ Microsoft และความสามารถในการเชื่อมโยงระบบบริหารจัดการองค์กรเข้ากับเทคโนโลยี IoT และ AI เป็นจุดแข็งสำคัญในการให้บริการลูกค้าองค์กร และต่อยอดโอกาสทางธุรกิจในระยะยาว แนวโน้ม Digital Transformation ทำให้องค์กรให้ความสำคัญกับการลงทุนด้านเทคโนโลยีเพื่อปรับปรุงกระบวนการทำงานและใช้ข้อมูลสนับสนุนการตัดสินใจมากขึ้น จึงเป็นโอกาสของผู้ให้บริการที่มีความเข้าใจทั้งเทคโนโลยีและกระบวนการดำเนินธุรกิจของลูกค้า โดยการระดมทุนครั้งนี้จะช่วยเสริมความพร้อมให้ QUICK พัฒนาผลิตภัณฑ์และบุคลากร เพื่อรองรับความต้องการดังกล่าวได้อย่างต่อเนื่อง

ด้านนางยอดฤดี สันตติกุล กรรมการบริหารและผู้บริหารสูงสุดสายงานตลาดทุน บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ในฐานะผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย เปิดเผยว่า QUICK เสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวน 32 ล้านหุ้น ในวันที่ 9, 12 และ 14 ตุลาคมที่ผ่านมา ในราคาเสนอขายหุ้นละ 5.65 บาท โดยได้รับความสนใจจากนักลงทุนทั้งรายใหญ่ รายย่อย และบริษัทชั้นนำ สะท้อนความเชื่อมั่นต่อศักยภาพการดำเนินธุรกิจและโอกาสการเติบโตของบริษัท

ขณะที่บทวิเคราะห์จาก 3 บริษัทหลักทรัพย์ประเมินมูลค่าที่เหมาะสมของ QUICK สำหรับปี 2570 ในช่วง 8.00–8.70 บาทต่อหุ้น ประกอบด้วย บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ที่ 8.00 บาทต่อหุ้น บริษัทหลักทรัพย์ บีวายดีเอช จำกัด (มหาชน) ที่ 8.10 บาทต่อหุ้น และบริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ที่ 8.70 บาทต่อหุ้น โดยมองเห็นโอกาสเติบโตจากการลงทุนด้าน ERP, Cloud และ AI และความต้องการเปลี่ยนผ่านองค์กรสู่ระบบดิจิทัล พร้อมชูจุดแข็งด้านรายได้ประจำจาก Subscription License และสัญญาบำรุงรักษาระบบ  มีอัตราต่อสัญญาสูงถึง 87.3% ช่วยสนับสนุนความต่อเนื่องของรายได้ ขณะที่การขยายฐานลูกค้าใหม่และการขายโซลูชันเพิ่มเติมให้ลูกค้าเดิมผ่าน Quick Ecosystem และ IoT Solutions เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการต่อยอดรายได้และเพิ่มศักยภาพการทำกำไรในระยะยาว

สำหรับผลประกอบการงวด 6 เดือนแรกปี 2569 QUICK มีรายได้รวม 166.81 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.10% และกำไรสุทธิ 34.22 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 105.10% จากงวดเดียวกันของปีก่อน โดยมีอัตรากำไรสุทธิ 20.51% จากการเติบโตของรายได้บริการในกลุ่ม Business Solutions และการบริหารต้นทุน ขณะที่ทิศทางธุรกิจมุ่งขยายฐานลูกค้าใหม่และต่อยอดโซลูชันให้ลูกค้าเดิม ผ่านการเชื่อมโยง ERP, IoT และ AI รองรับความต้องการเปลี่ยนผ่านองค์กรสู่ระบบดิจิทัล

TAGS: #QUICK #เทรด #mai #หุ้น #หุ้นไทย #ไอพีโอ #IPO #การลงทุน #นักลงทุน