TSE เดินหน้าขยายพอร์ตพลังงาน ตามแผน PDP2026 พร้อมชิงงาน Solar Community–Direct PPA เพิ่มกำลังผลิตไม่น้อยกว่า 100 เมกะวัตต์ ปักหมุดจ่ายไฟ Solar Big Lot ครบปี 73 สร้างรายได้เพิ่มกว่า 1,000 ลบ./ปี
ดร.แคทลีน มาลีนนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทย โซล่าร์ เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) (TSE) เปิดเผยว่า บริษัทฯ เตรียมความพร้อมรับการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงานไทย หลังภาครัฐเดินหน้าจัดทำแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP) ฉบับใหม่ ซึ่งมีแนวทางเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดมากกว่า 60% รวมถึงการผลักดันโครงการโซลาร์ฟาร์มชุมชนและการซื้อขายไฟฟ้าพลังงานสะอาดในรูปแบบ Direct PPA เพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าของภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม
สำหรับ PDP2026 บริษัทฯ มองเป็นโอกาสในการต่อยอดจากฐานโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ที่มีอยู่ โดยอยู่ระหว่างศึกษาและเตรียมความพร้อมเข้าร่วมโครงการตามนโยบายภาครัฐ ทั้ง Direct PPA และ Solar Community ตั้งเป้าเพิ่มกำลังการผลิตเสนอขายรวมไม่น้อยกว่า 100 เมกะวัตต์ (MW) เพื่อรองรับความต้องการใช้พลังงานสะอาดที่มีแนวโน้มเติบโต โดยเฉพาะจากกลุ่ม Data Center และภาคอุตสาหกรรมที่ให้ความสำคัญกับการใช้ไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานสะอาด และได้ศึกษาการนำระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) มาใช้ร่วมกับโครงการ เพื่อเพิ่มเสถียรภาพและความยืดหยุ่นในการจ่ายไฟ
“บริษัทฯ ตั้งเป้าเข้าร่วมโครงการใหม่ตามนโยบายภาครัฐ ทั้ง Direct PPA และ Solar Community เพิ่มเติมให้ได้ไม่น้อยกว่า 100 MW โดยมองว่า Direct PPA จะเป็นกลไกสำคัญในการรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าพลังงานสะอาดที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจากกลุ่ม Data Center ที่มีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็นโอกาสในการต่อยอดธุรกิจของ TSE ซึ่งมีความพร้อมด้านเงินทุน ที่ดิน ประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญในการพัฒนาโครงการพลังงานสะอาด เพื่อรองรับโอกาสการลงทุนและสร้างการเติบโตในระยะยาว” ดร.แคทลีน กล่าว
ขณะเดียวกัน TSE ยังคงเดินหน้าพัฒนาโครงการ Solar Big Lot จำนวน 28 โครงการ กำลังการผลิตเสนอขายรวม 229.06 MW ซึ่งได้ลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ระยะเวลา 25 ปี เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ปัจจุบันอยู่ระหว่างเร่งดำเนินงานด้านวิศวกรรมและการก่อสร้าง โดย 4 โครงการแรก มีกำลังการผลิตรวม 30.20 MW คาดว่าจะพร้อมจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (COD) ในไตรมาส 2/2570 ส่วนอีก 24 โครงการ กำลังการผลิตรวม 198.86 MW จะทยอย COD ในช่วงปี 2571–2573 โดยเมื่อโครงการทั้ง 28 แห่งจ่ายไฟฟ้าได้ครบตามแผน คาดว่าจะสร้างรายได้ให้กับบริษัทเพิ่มอีกกว่า 900-1,000 ล้านบาทต่อปี
ในส่วนของโครงการโรงไฟฟ้าขยะชุมชน ที่มีกำลังการผลิตเสนอขาย 8 MW และได้รับสิทธิสัมปทานเป็นระยะเวลา 28 ปี 6 เดือน กับทางตำบลคอรุม จังหวัดอุตรดิตถ์ ปัจจุบันอยู่ระหว่างการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม และรอลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) ในเร็วๆ นี้ต่อไป
นอกเหนือจากธุรกิจพลังงานสะอาดแล้ว TSE ยังได้ขยายธุรกิจสู่กลุ่ม Health & Wellness เพื่อสร้าง New S-Curve และเพิ่มความหลากหลายของแหล่งรายได้ ตลอดจนเสริมศักยภาพการเติบโตและความมั่นคงของรายได้ในระยะยาว เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหุ้น