โบรกฯ แนะ 5 หุ้นเด่นรับ AI - ไทยเที่ยวไทยพลัส หลังน้ำมันพุ่งเฉียด $100 - ภาษีแคนาดาเร่งเงินเฟ้อโลก

โบรกฯ แนะ 5 หุ้นเด่นรับ AI - ไทยเที่ยวไทยพลัส หลังน้ำมันพุ่งเฉียด $100 - ภาษีแคนาดาเร่งเงินเฟ้อโลก
บล.เอเซีย พลัส ชี้ มรสุมน้ำมันพุ่งเฉียด $100 และภาษีแคนาดาเร่งเงินเฟ้อโลก ชู 5 หุ้นเด่นรับกระแส AI และอานิสงส์ไทยเที่ยวไทยพลัส

บล.เอเซีย พลัส ประเมินทิศทางตลาดทุนโลกและตลาดหุ้นไทย ภายใต้สภาวะตลาดที่อบอวลด้วยความผันผวนรอบใหม่ จากการยกระดับความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่ออุปทานน้ำมันดิบ และสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับแคนาดาที่เร่งตัวขึ้น ขณะที่ตลาดหุ้นไทยได้รับแรงหนุนเฉพาะตัวจากนโยบายกระตุ้นการท่องเที่ยวของภาครัฐ และดีลความร่วมมือด้านพลังงานระดับสากล พร้อมแนะนำกลยุทธ์ "Selective Buy" ผ่านหุ้นไทยและตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศ (DR) ที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัวชัดเจน

เกาะติดทิศทางเศรษฐกิจโลกและนวัตกรรมเทคโนโลยีสากล ตลาดการเงินโลกกำลังเผชิญหน้ากับปัจจัยกดดันด้านเงินเฟ้อรอบใหม่ที่เร่งตัวขึ้นพร้อมกันในหลายมิติ โดยราคาน้ำมันดิบ Brent ในตลาดโลกพุ่งขึ้นอย่างร้อนแรงใกล้แตะระดับ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล หลังจากเหตุการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางขยายวงกว้าง โดยกลุ่มฮูตีได้เข้าจู่โจมแหล่งน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย

ขณะที่สหรัฐฯ ได้ทำการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของอิหร่านจำนวน 5 ลำ ซ้ำเติมด้วยความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และแคนาดา หลังจากแคนาดาเริ่มบังคับใช้ภาษีตอบโต้ (Retaliatory Tariffs) ระดับ 15% - 50% กับสินค้าสหรัฐฯ มูลค่ากว่า 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้ โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศตอบโต้โดยขู่ระงับการขายเครื่องบินจากบริษัท Bombardier ของแคนาดาในฝั่งสหรัฐฯ ปัจจัยดังกล่าวสร้างความกังวลว่าอัตราเงินเฟ้อโลกจะทรงตัวในระดับสูงนานขึ้น โดยตลาดเฝ้ารายงานตัวเลขดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) สหรัฐฯ สัปดาห์นี้ ซึ่งคาดว่าจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ +5.2% YoY และดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) คาดทรงตัวที่ +3.4% YoY เพิ่มน้ำหนักให้ธนาคารกลางหลักทั้ง FED, ECB และ BOE มีแนวโน้มดำเนินนโยบายการเงินเข้มงวดสอดคล้องกัน ซึ่งสถิติในอดีตชี้ว่าเดือนที่มีการขึ้นดอกเบี้ยพร้อมกัน มักกดดันให้ตลาดหุ้นโลกปรับฐานลงระหว่าง -1.3% ถึง -9.7%

นอกจากนี้ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังเข้าสู่ช่วงฤดูกาลผันผวนจากผลกระทบของการเลือกตั้งกลางเทอม (Midterm Election Effect 3 พ.ย. 2569) ซึ่งสถิติมักชี้ว่าดัชนี S&P 500 จะอ่อนตัวลงลึกในเดือนกันยายน ก่อนจะเริ่มทำจุดต่ำสุดและฟื้นตัวล่วงหน้าราว 2 สัปดาห์ก่อนวันเลือกตั้ง ทั้งนี้ โพลล่าสุดจาก Polymarket ให้น้ำหนักสูงถึง 87% ที่พรรคเดโมแครตจะครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งสถิติอดีตระบุว่ากลุ่มเทคโนโลยีและสินค้าฟุ่มเฟือยมักจะให้ผลตอบแทนเฉลี่ยที่ดีกว่าอย่างมีนัยสำคัญ ด้านนวัตกรรมเทคโนโลยี หุ้น Intel (INTC US) ปรับตัวพุ่งขึ้น +9% รับข่าวการเตรียมปรับขึ้นราคาชิป CPU คอมพิวเตอร์ราว 10% ในเดือนตุลาคมเพื่อสะท้อนต้นทุนหน่วยความจำที่สูงขึ้น ควบคู่กับการได้รับแรงหนุนจากโมเดล GPT-6 Astra ที่ปลุกอุปสงค์ชิปและคลาวด์ทั่วโลก

ขณะเดียวกัน ในงานประชุมเทคโนโลยีของ Goldman Sachs และ Citi บรรดาผู้บริหารบริษัทเครื่องจักรผลิตเซมิคอนดักเตอร์ อาทิ Applied Materials ยืนยันว่ากระแส AI กำลังขับเคลื่อนความต้องการชิปจนเกินกำลังการผลิต โดยการสร้างโรงงานใหม่ (Greenfield) ต้องใช้เม็ดเงินลงทุนเครื่องจักรเพิ่มขึ้นถึง 4 เท่าตัว สะท้อนแนวโน้มการเติบโตที่แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่องไปจนถึงปี 2027

เจาะลึกความเคลื่อนไหวเศรษฐกิจและทิศทางตลาดทุนไทย เศรษฐกิจและตลาดหุ้นไทยในปัจจุบันดำเนินอยู่ภายใต้สภาวะที่มีทั้งปัจจัยบวกสนับสนุนและปัจจัยความเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดยปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญภายในประเทศมาจาก 2 ประเด็นหลัก ได้แก่

• มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว "ไทยเที่ยวไทยพลัส": กระทรวงการคลังได้อนุมัติวงเงินกู้จำนวน 3,500 ล้านบาท เพื่อขับเคลื่อนโครงการ "ไทยเที่ยวไทยพลัส" สนับสนุนการท่องเที่ยวภายในประเทศจำนวน 1 ล้านสิทธิ์ โดยรัฐบาลสนับสนุนส่วนลดค่าที่พักสูงสุดคืนละ 1,500 บาท (ไม่เกิน 5 คืน) พร้อมมอบคูปองท่องเที่ยว 1,500 บาทสำหรับเมืองหลัก และ 2,000 บาทสำหรับเมืองรอง เปิดลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน "เป๋าตัง" ระหว่างวันที่ 1 - 25 ต.ค. 2569 และเริ่มใช้สิทธิ์ได้ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. 2569 เป็นต้นไป ซึ่งคาดว่าจะช่วยกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการท้องถิ่นอย่างมีนัยสำคัญ

• พันธมิตรพลังงานระดับโลก ADNOC จ่อร่วมทุนกลุ่ม PTT: ความเคลื่อนไหวสำคัญในอุตสาหกรรมพลังงาน เมื่อ ADNOC (บริษัทพลังงานแห่งชาติของ UAE) อยู่ระหว่างการเจรจาเข้าลงทุนและถือหุ้นในธุรกิจโรงกลั่นของกลุ่ม PTT เพื่อต่อยอดสัญญาจัดหาน้ำมันดิบและขยายธุรกิจการค้า (Trading) ซึ่งสร้าง Sentiment เชิงบวกอย่างรุนแรงต่อหุ้นในกลุ่ม ปตท. ได้แก่ PTT, TOP, IRPC, PTTGC และ PTTEP

อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นไทยยังคงต้องรับมือกับความเสี่ยงจากการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ซึ่งส่งผลกระทบต่อราคาขายปลีกน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 และดีเซล B7 ในประเทศ ดันดุลราคาและดัชนี CPI (ล่าสุดอยู่ที่ 102.67 จุด) ให้ทรงตัวในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ภาพรวมดัชนี SET Index ตั้งแต่ต้นเดือนปรับตัวบวกได้ +1.68% แต่การปรับขึ้นมีลักษณะกระจุกตัวสูงในกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ (+9.51%) และปิโตรเคมี (+6.38%) ขณะที่กลุ่มการเงิน (-2.20%) และบรรจุภัณฑ์ (-2.14%) ยังคงปรับตัวลดลง

เปิดโผกลุ่มอุตสาหกรรมรับอานิสงส์และกลยุทธ์การลงทุน จากสภาวะตลาดที่มีความผันผวนสูงและมีปัจจัยขับเคลื่อนเฉพาะตัวเด่นชัด กลยุทธ์การลงทุนที่เหมาะสมที่สุดในขณะนี้คือการเลือกจับจังหวะลงทุนรายตัว (Selective Buy) โดยมุ่งเน้นไปที่ 3 กลุ่มอุตสาหกรรมหลัก ได้แก่

1.กลุ่มผู้ผลิตเครื่องจักรเซมิคอนดักเตอร์และเทคโนโลยีขั้นสูง: ได้รับประโยชน์โดยตรงจากการขยายกำลังการผลิตโรงงานชิปรอบใหม่และการมาของโมเดล AI เจเนอเรชันใหม่ที่ดันความต้องการอุปกรณ์ประมวลผลพุ่งสูง

2.กลุ่มพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์รับราคาน้ำมันดิบขาขึ้น: ได้รับแรงหนุนจากราคาน้ำมันโลกที่ทรงตัวระดับสูงตามภัยความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ผสานข่าวการเจรจาร่วมทุนของกลุ่มธุรกิจน้ำมันและโรงกลั่นชั้นนำ
3.กลุ่มท่องเที่ยวและพาณิชย์รับไฮซีซั่น: ได้รับอานิสงส์จากมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวภาคภาครัฐ "ไทยเที่ยวไทยพลัส" ที่จะเริ่มดันยอดเข้าพักและเม็ดเงินจับจ่ายใช้สอยในช่วงไตรมาสที่ 4

แนะนำหุ้นเด่นและทิศทางเทคนิคประจำวัน

• LRCX01: รับผลบวกจากการมาของ GPT-6 Astra ที่ส่งผลให้ความต้องการชิปเพิ่มขึ้นอย่างรุนแรง หนุนคำสั่งซื้อเครื่องจักรผลิตเซมิคอนดักเตอร์ (แนวรับ 4.38 บาท / แนวต้าน 4.52 บาท / จุดตัดขาดทุน 4.30 บาท)

• SPENGY80: ได้รับแรงหนุนโดยตรงจากทิศทางราคาน้ำมันดิบโลกที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นตามสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง (แนวรับ 4.22 บาท / แนวต้าน 4.36 บาท / จุดตัดขาดทุน 4.16 บาท)

• GUNKUL: คาดการณ์กำไรช่วงครึ่งปีหลังขยายตัวโดดเด่นกว่าครึ่งปีแรกจากการรับรู้งานก่อสร้างปลายปี และรับ Sentiment เชิงบวกจากแผน PDP ที่เน้นพลังงานหมุนเวียน (แนวรับ 5.05 บาท / แนวต้าน 5.25 บาท / จุดตัดขาดทุน 4.80 บาท)

• CENTEL: คาดกำไรปกติงวด Q3 ขยายตัว YoY และทำจุดสูงสุดใน Q4 รับ High Season ท่องเที่ยว พร้อมได้อานิสงส์เต็มเปี่ยมจากมาตรการ "ไทยเที่ยวไทยพลัส" (แนวรับ 44.00 บาท / แนวต้าน 46.00 บาท / จุดตัดขาดทุน 42.75 บาท)

• PTT: ได้ประโยชน์ราคาน้ำมันดิบขาขึ้น มีประเด็นเก็งกำไรจากการที่ ADNOC สนใจเข้าซื้อหุ้นกลุ่มโรงกลั่น และคาดหวังอัตราจ่ายเงินปันผลครึ่งปีหลังสูง (แนวรับ 41.75 บาท / แนวต้าน 44.00 บาท / จุดตัดขาดทุน 40.50 บาท

TAGS: #บล.เอเซียพลัส #น้ำมัน #ภาษีแคนาดา #เงินเฟ้อโลก #หุ้น #หุ้นไทย #ตลาดทุน #AI #ไทยเที่ยวไทยพลัส