ttb จ่ายปันผล 0.081 บาทต่อหุ้น เพิ่ม 23% หลังซื้อหุ้นคืนเร็วกว่าแผน 1 ปี

ttb จ่ายปันผล 0.081 บาทต่อหุ้น เพิ่ม 23% หลังซื้อหุ้นคืนเร็วกว่าแผน 1 ปี
ttbเดินหน้าสร้างผลตอบแทนให้ผู้ถือหุ้นอนุมัติปันผลระหว่างกาล 7.1 พันล้านบาท หรือ 0.081 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 23% พร้อมขยับPayout Ratio เป็น 65% หลังซื้อหุ้นคืนสะสม 2.1 หมื่นล้านบาท ทำได้เร็วกว่าแผน 1 ปี

เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม ที่ผ่านมา ทางธนาคารทหารไทยธนชาตจำกัด (มหาชน) หรือ ทีทีบีได้มีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจากผลการดำเนินงาน 6 เดือนแรกของปี 2569 เป็นมูลค่า 7.1 พันล้านบาท หรือในอัตรา 0.081 บาทต่อหุ้นเพิ่มขึ้น 23% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนอัตราการจ่ายเงินปันผล (Dividend Payout Ratio) ที่ 65% เพิ่มขึ้นจาก 60% ในปีก่อนหน้า โดยกำหนดวันขึ้นเครื่องหมาย XD (วันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล) ในวันที่ 7 กันยายน 2569 และกำหนดจ่ายเงินปันผลเป็นเงินสดในวันที่ 25 กันยายน 2569 นี้

นายปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทีทีบี เปิดเผยว่า ควบคู่ไปกับการสร้างชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้นให้แก่ลูกค้า การสร้างมูลค่าให้แก่ผู้ถือหุ้นอย่างยั่งยืนถือเป็นอีกหนึ่งพันธกิจที่ทีทีบีให้ความสำคั
ญมาโดยตลอด ซึ่งจากผลการดำเนินงานที่เป็นไปตามเป้าหมายและฐานะเงินกองทุนที่แข็งแกร่งเปิดโอกาสให้ทีทีบีสามารถดำเนินแผนบริหารเงินทุน (Capital Management)เพื่อเพิ่มผลตอบแทนรวม (Total Return) ให้กับผู้ถือหุ้นได้อย่างยืดหยุ่นผ่านหลากหลายแนวทาง ไม่ว่าจะเป็นการจ่ายเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอ โครงการซื้อหุ้นคืนหรือการเติบโตธุรกิจทั้งจากภายในและภายนอก

ทั้งนี้ ทีทีบีถือเป็นธนาคาร D-SIBs แห่งแรกที่ดำเนินโครงการซื้อหุ้นคืนด้วยวงเงิน 35,000 ล้านบาท ครอบคลุมระยะเวลา 4 ปี (ปี 2568 – ปี 2571) โดยหลังจากเสร็จสิ้นการซื้อหุ้นคืนเฟสที่ 4 ในเดือนมิถุนายน 2569 ทีทีบีสามารถบรรลุการซื้อหุ้นคืนเป็นมูลค่าสะสม 21,000 ล้านบาท คิดเป็นจำนวนหุ้นซื้อคืน 10,038 ล้านหุ้น หรือ 10.29% ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด ที่สำคัญคือทำได้เร็วกว่าแผนเดิมถึง 1 ปี ซึ่งเทียบเท่ากับว่าผู้ถือหุ้นปัจจุบันจะได้รับประโยชน์เร็วขึ้นด้วยเช่นกัน เนื่องจากหุ้นซื้อคืนนั้นจะไม่มีสิทธิได้รับเงินปันผล จึงเป็นผลดีต่อการจัดสรรกำไรต่อหุ้น (EPS) และเงินปันผลต่อหุ้น (DPS)
ทั้งในการจ่ายเงินปันผลในครั้งนี้และในระยะยาว

ขณะเดียวกันทีทีบียังได้ปรับอัตราการจ่ายเงินปันผลขึ้นเป็น 65% เทียบกับ 60% ในปีที่แล้วและ 30%-35% ในช่วงก่อนรวมกิจการ ประกอบกับผลประโยชน์ที่ส่งผ่านกลไกการซื้อหุ้นคืน ส่งผลให้เงินปันผลระหว่างกาลเพิ่มขึ้น 23% เป็น 0.081 บาทต่อหุ้น เทียบกับ 0.066 บาทต่อหุ้นในปีก่อน หรือเทียบเท่าอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) ในระดับประมาณ 5%-6% ซึ่งสูงกว่าระดับ 2%-3% ในอดีต ส่งผลให้ทีทีบีเป็นหนึ่งในหุ้นกลุ่มธนาคารไทยที่มีพัฒนาการด้านเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอและมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลในระดับสูง และสำหรับการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผู้ถือหุ้นในระยะยาว ทีทีบียังคงเน้นย้ำการดำรงเงินกองทุนในระดับสูงเพื่อรองรับแผนการเติบโตธุรกิจ   และการขยายสินเชื่อในอนาคตโดยมุ่งเน้นการเติบโตสินเชื่อที่มีคุณภาพและสนับสนุนสินเชื่อกลุ่มเป้าหมายของภาครัฐภายใต้โครงการต่าง ๆ อาทิ SME Credit Boostพร้อมกับขับเคลื่อนแนวทางการให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม


โดยทีทีบีเป็นธนาคารแรกที่นำหลักการ Risk-based Pricing มาใช้อย่างเป็นรูปธรรมผ่านแคมเปญ “สินเชื่อคนผ่อนดี” ซึ่งครอบคลุมถึง 4 ผลิตภัณฑ์หลักอย่าง สินเชื่อรถแลกเงิน ทีทีบีไดรฟ์ แบบไม่โอนเล่ม สินเชื่อบุคคลทีทีบีแคชทูโก สินเชื่อบ้านรีไฟแนนซ์ และสินเชื่อบ้านแลกเงินรีไฟแนนซ์ เพื่อให้ลูกค้าที่มีวินัยทางการเงินที่ดีได้เข้าถึงสินเชื่อด้วยอัตราดอกเบี้ยที่เป็นธรรมและส่งเสริมให้คนไทยเห็นคุณค่าของการสร้างข้อมูลเครดิตที่ดีนอกจากนั้นทีทีบียังส่งเสริมการออมและการลงทุนเพื่อส่งเสริมความมั่นคงทางการเงินระยะยาวของคนไทย สะท้อนได้จากการนำเสนอเอกสิทธิ์ ttb superior ที่จะช่วยสนับสนุนลูกค้ากลุ่มเริ่มต้นสะสมความมั่งคั่งให้มีโอกาสเข้าถึงบริการด้านWealth Management ได้ง่ายกว่าในอดีตซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสในการต่อยอดสินทรัพย์ที่มีอยู่ เช่น เปลี่ยนจากการถือครองเงินฝากเพียงอย่างเดียวไปสู่การบริหารสินทรัพย์และการลงทุนที่หลากหลายหนุนการสร้างผลตอบแทนและการสะสมความมั่งคั่งที่สูงขึ้นในระยะยาวการดำเนินการเหล่านี้สะท้อนความมุ่งมั่นของธนาคารในการเพิ่มผลตอบแทนรวมให้แก่ผู้ถือหุ้น ควบคู่ไปกับวางรากฐานสู่ชีวิตทางการเงินที่ดีให้กับลูกค้าและการมีส่วนร่วมแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนของประเทศอย่างยั่งยืน

TAGS: #ให้ชีวิตการเงินดีทั้งวันนี้และอนาคต #เปลี่ยนเพื่อให้ชีวิตคุณดีขึ้น #ttb #MakeREALChange