TACC ทุ่ม 45 ลบ. เข้าถือหุ้น 30% แบรนด์ "ฉันจะกินชาเย็นทุกวัน" พร้อมปูทางเข้าตลท.ภายใน 2-3 ปี

TACC ทุ่ม 45 ลบ. เข้าถือหุ้น 30% แบรนด์
TACC มั่นใจ! ผลงานปี 69 ทะลุเป้า หลังรายได้ Q2/69 เติบโต 18.2% พร้อมต่อยอดธุรกิจ B2C ทุ่ม 45 ลบ. เข้าถือหุ้น 30% แบรนด์ "ฉันจะกินชาเย็นทุกวัน" ปูทางนำบ.เข้าตลท.ภายใน 2-3 ปี

นางสาวไตรทิพย์ ศิวะกฤษณ์กุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม (Co-CEO) บริษัท ที.เอ.ซี. คอนซูเมอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ TACC เปิดเผยว่า มั่นใจ! ผลงานทั้งปี 69 ทะลุเป้า หลัง Q2/69 กวาดรายได้จากการขาย 682.8 ลบ. เพิ่มขึ้น 18.2% (YoY) กำไรสุทธิ 104.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31.9% (YoY) หนุนรายได้รายได้จากการขายครึ่งปีแรกแตะ 1,321.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.3 % และมีกำไรสุทธิ 204.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34.1%

นอกจากนี้บริษัทฯ ได้เข้าลงทุนเชิงกลยุทธ์ใน “บริษัท เบทเทอร์บีมฟู้ด จำกัด (Betterbeam Food)” เจ้าของแบรนด์ชาไทยยอดนิยม “ฉันจะกินชาเย็นทุกวัน” ในสัดส่วนการถือหุ้น 30% รวมมูลค่า 45 ล้านบาท เพื่อสร้างความร่วมมือในการยกระดับอุตสาหกรรมเครื่องดื่มไทย โดยเฉพาะกลุ่มชาไทยที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง  

โดยแบรนด์ “ฉันจะกินชาเย็นทุกวัน” เป็นหนึ่งในแบรนด์ที่ครองใจผู้บริโภครุ่นใหม่ ขณะที่ TACC เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านชา กาแฟ และเครื่องดื่ม ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของแบรนด์คาเฟ่และร้านสะดวกซื้อชั้นนำ การผนึกกำลังครั้งนี้ จึงเป็นการยกระดับอุตสาหกรรมเครื่องดื่มไทย และส่งมอบประสบการณ์ที่เหนือระดับให้กับผู้บริโภค

สำหรับการลงทุนเชิงกลยุทธ์ครั้งนี้ TACC เตรียมขยายการเติบโตจากการเป็นผู้อยู่เบื้องหลังแบรนด์ (B2B) สู่การสร้างการเติบโตผ่านแบรนด์ที่เข้าถึงผู้บริโภคโดยตรง (B2C) โดยภายในสิ้นปีนี้บริษัทฯ เตรียมเปิดตัวแบรนด์เครื่องดื่มใหม่ร่วมกัน 1 แบรนด์ และผลิตภัณฑ์ใหม่ๆเพิ่มเติม เพื่อให้ตอบโจทย์กับผู้บริโภคมากขึ้น รวมถึงภายใน Q4/69 คาดเห็นความชัดเจนของการร่วมทุน (JV) ในกลุ่มธุรกิจเครื่องดื่มแบรนด์ไทยอีก 1 ดีล ซึ่งจะช่วยหนุนสัดส่วนรายได้กลุ่ม B2C แตะ 15% ภายในปี 2572

“ความร่วมมือครั้งนี้ คือการรวมพลังเชิงกลยุทธ์ (Strategic Synergy) เพื่อสร้าง Growth Engine ใหม่ให้แก่อุตสาหกรรมเครื่องดื่มไทยตั้งแต่ต้นน้ำสู่ปลายน้ำ ทั้งการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การผลิต การสร้างแบรนด์ ไปจนถึงการเข้าถึงผู้บริโภคอย่างครบวงจร พร้อมยกระดับความสามารถในการแข่งขันของทั้งสององค์กรอย่างก้าวกระโดด ทั้งนี้จากการเข้าไปถือหุ้น 30% ทาง TACC คาดว่าจะเริ่มรับรู้รายได้ในรูปแบบของการ Take Equity ภายใน Q4/69 นี้ อีกทั้ง TACC เล็งเห็นถึงศักยภาพของ บริษัท เบทเทอร์บีมฟู้ด จำกัด โดยเบื้องต้นคาดว่าจะเริ่มพิจารณานำบริษัทฯเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในปี 2571-2572” นางสาวไตรทิพย์ กล่าว

นางสาวพันธ์ทิพย์ ดีเจริญ  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เบทเทอร์บีมฟู้ด จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันแบรนด์ “ฉันจะกินชาเย็นทุกวัน” มีจำนวนสาขาที่เปิดให้บริการแล้วจำนวน 27 แห่งในกรุงเทพฯ ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้บริโภค และบริษัทฯ มีแผนขยายสาขาเพิ่มเติมทั้งในกรุงเทพฯ และหัวเมืองใหญ่ เพื่อให้เข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น พร้อมทั้งพัฒนารูปแบบร้านและเมนูใหม่ ๆ ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภครุ่นใหม่ไปพร้อมกัน โดยเฉลี่ยใช้งบลงทุนไม่เกิน 2 ล้านบาท ต่อสาขา

สำหรับความร่วมมือกับ TACC จะเป็นการเสริมศักยภาพของแบรนด์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นโดย TACC 
มีความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนาเครื่องดื่ม ระบบซัพพลายเชน และโครงสร้างพื้นฐานทางธุรกิจ ซึ่งจะสนับสนุนให้ Betterbeam Food สามารถขยายธุรกิจได้อย่างรวดเร็วและมีมาตรฐานสากล 

“การจับมือกับ TACC ไม่เพียงช่วยให้เรามีทรัพยากรและองค์ความรู้ที่ครบถ้วน แต่ยังเป็นการสร้างโอกาสใหม่ในการเข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้างมากขึ้น เราเชื่อว่าความร่วมมือครั้งนี้จะเป็นการยกระดับเครื่องดื่มไทยให้เติบโตได้ไกลกว่าเดิม และสร้างคุณค่าร่วมทั้งต่อผู้บริโภคและพันธมิตรทางธุรกิจ” นางสาวพันธ์ทิพย์ กล่าวในที่สุด 

TAGS: #TACC #ที.เอ.ซี.คอนซูเมอร์ #หุ้น #หุ้นไทย #ฉันจะกินชาเย็นทุกวัน #เครื่องดื่ม #การลงทุน