SCGP มั่นใจ! ผลงาน Q3/69 สดใส ทุ่มงบ 7.6 พันล้าน ลุยทำดีล M&P หนุนรายได้ทั้งปีเข้าเป้า 1.3 แสนล้าน

SCGP มั่นใจ! ผลงาน Q3/69 สดใส ทุ่มงบ 7.6 พันล้าน ลุยทำดีล M&P หนุนรายได้ทั้งปีเข้าเป้า 1.3 แสนล้าน
SCGP มั่นใจผลงาน Q3/69 เติบโตต่อเนื่อง เดินหน้าทุ่มงบลงทุน 7,616 ล้านบาท เร่งดีล M&P ขยายธุรกิจ หนุนรายได้ทั้งปีเข้าเป้า 1.3 แสนล้านบาท EBITDA แตะ 1.83 หมื่นล้านบาท

นายวิชาญ จิตร์ภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทเอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP เปิดเผยว่า ทิศทางผลประกอบการใน Q3/69 ยังคงเติบโตต่อเนื่องจากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากภาพรวมความต้องการในส่วนของบรรจุภัณฑ์กระดาษและอื่นๆ ยังขยายตัวต่อเนื่อง ทั้งภาคการส่งออกและบริโภคภายในประเทศ โดยเฉพาะเวียดนาม อินโดนีเซียและไทย ประกอบกับธุรกิจมีการปรับราคาขายเพื่อสะท้อนต้นทุนเพิ่มเติมในช่วงที่ผ่านมา และธุรกิจยังมีการบริหารจัดการเกี่ยวกับต้นทุนได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น 

โดยบริษัทฯ ยังคงเป้าหมายรายได้ทั้งปี 2569 ยังคงเป้าเดิมที่ 1.3 แสนล้านบาท และเป้าหมาย EBITDA อยู่ที่ 18,300 ล้านบาท หลังช่วงครึ่งปีแรกทำได้แล้วมากกว่า 1 หมื่นล้านบาท

อย่างไรก็ตาม จากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศที่ยังไม่ยุติ ทำให้บริษัทฯ ยังคงติดตามกลไกตลาดอย่างใกล้ชิด เพื่อพิจารณาแนวทางบริหารจัดการอย่างเหมาะสม ควบคู่กับการเพิ่มคุณค่าให้แก่ลูกค้าผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ โซลูชัน และบริการที่ตอบโจทย์หลากหลายมากขึ้น

สำหรับแผนการลงทุน บริษัทฯ วางงบลงทุนรวมทั้งปี 2569 อยู่ที่ 7,616 ล้านบาท แบ่งลงทุนทำดีล M&P ราว 5,000 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการเจรจาอยู่หลายราย เพื่อขยายฐานในกลุ่ม Consumer ให้มากขึ้นในอินโดนีเซีย เวียดนาม และไทย ในกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับบรรจุภัณฑ์กระดาษ และพอลิเมอร์ โดยคาดว่าจะได้เห็นความชัดเจนบางส่วนภายในสิ้นปีนี้

อีกทั้ง SCGP เตรียมเพิ่มกำลังการผลิตบรรจุภัณฑ์กล่องลูกฟูกในตอนใต้ของประเทศเวียดนาม 26,800 ตันต่อปี ที่จะตั้งอยู่ในพื้นที่โรงงานเดิมของ Vina Kraft Paper Co.,Ltd. (VKPC) ซึ่งเป็นบริษัทใน SCGP ที่นครโฮจิมินห์ ด้วยงบลงทุนรวมราว 748 ล้านบาท เพื่อต่อยอดโอกาสการเติบโตในเวียดนาม โดยคาดว่าจะเริ่มการผลิตในเดือนกันยายนปี 2570 

ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ได้เสริมความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจในอินโดนีเซียอย่างต่อเนื่องผ่านการเพิ่มปริมาณการขายในประเทศ ตลอดจนการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี ระบบปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) Machine Learning และ Deep Learning เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการผลิต การบริหารต้นทุน การควบคุมคุณภาพ การวิเคราะห์ข้อมูล และการนำหุ่นยนต์ที่ทำงานร่วมกับพนักงาน (Collaborative Robot: Cobot) มาใช้ในกระบวนการผลิต 

นอกจากนี้ บอร์ดมีมติอนุมัติแต่งตั้ง นายดนัยเดช เกตุสุวรรณ เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร แทน นายวิชาญ จิตร์ภักดี ภายหลังการเกษียณอายุ โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2570 เป็นต้นไป ซึ่งนับเป็นอีกก้าวสำคัญ เพื่อเตรียมความพร้อมขับเคลื่อน SCGP ให้เติบโตในระยะต่อไป พร้อมสานต่อจุดแข็งของบริษัทฯ ควบคู่กับการนำแนวคิดและมุมมองใหม่มายกระดับประสิทธิภาพ เสริมขีดความสามารถในการแข่งขัน และสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนแก่ผู้ถือหุ้น ลูกค้า และผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย

TAGS: #SCGP #เอสซีจีแพคเกจจิ้ง #หุ้น #บรรจุภัณฑ์ #การลงทุน #การเงิน #ตลาดทุนไทย