AIA มุ่งเป้าเปลี่ยนผ่านธุรกิจสู่ยุคดิจิทัลเต็มรูปแบบ ผ่านแอปพลิเคชัน AIA+ เจาะตลาดสุขภาพและการลงทุน ตั้งเป้าผู้ใช้งานครอบคลุมฐานลูกค้ากว่า 5 ล้านราย พร้อมนำ AI ยกระดับประสิทธิภาพบริษัท
เอไอเอ ประเทศไทย ตอกย้ำวิสัยทัศน์ในการยกระดับแอปพลิเคชัน "เอไอเอ พลัส (AIA+)" จากซูเปอร์แอปด้านประกันภัย สู่การเป็น Digital Health Tech Platform ที่มีบทบาทในการขับเคลื่อนความยั่งยืนอย่างเป็นระบบผ่านกลยุทธ์เชิงลึกในหลายมิติ เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงบริการสุขภาพสำหรับคนทุกเจเนอเรชัน ไปจนถึงการสร้างระบบนิเวศ Digital Health Tech Ecosystem ที่แข็งแกร่ง พร้อมกางโรดแมป 2026 ยกระดับประสบการณ์ด้านดิจิทัลที่ดีให้กับผู้ใช้งาน ภายใต้แนวคิด "เอไอเอ พลัส พลัสชีวิตดี ๆ ให้คุณ" และเดินหน้าสู่เป้าหมายด้านความยั่งยืน หรือ ESG อย่างเป็นรูปธรรม สอดคล้องกับพันธกิจขององค์กร “Healthier, Longer, Better Lives” ในการสนับสนุนให้ผู้คนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน
เอไอเอ ประเทศไทย ขับเคลื่อนสู่การเป็นผู้นำ Digital Health Tech Platform
การเติบโตของดิจิทัลเทคโนโลยีในประเทศไทยขยายตัวอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของผู้บริโภคไทยในการเปิดรับนวัตกรรมใหม่ ๆ เอไอเอ ประเทศไทย จึงเดินหน้าขับเคลื่อนยุทธศาสตร์สู่การเป็นผู้นำด้าน Digital Health Tech Platform อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อยกระดับบทบาทขององค์กรจากการเป็นผู้ให้บริการประกันภัย ไปสู่การเป็นพันธมิตรที่ร่วมดูแลชีวิตผู้คนในทุกวันอย่างแท้จริง และสร้างประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่
โดย เอไอเอ ประเทศไทย พัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลหลักอย่างแอปพลิเคชัน "เอไอเอ พลัส" สำหรับผู้ถือกรมธรรม์ เพื่อยกระดับระบบนิเวศด้านสุขภาพที่ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ทั้งในด้านการเข้าถึงข้อมูล การบริหารจัดการกรมธรรม์ การดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน การส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพในชีวิตประจำวัน และสิทธิพิเศษต่าง ๆ อีกมากมาย สำหรับผู้ถือกรมธรรม์ เอไอเอ
ดร. คริสเตียน โรแลนด์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกลยุทธ์และดิจิทัล เอไอเอ ประเทศไทย เปิดเผยว่า ในปี 2569 AIA มุ่งเน้นการเปลี่ยนผ่านธุรกิจสู่ยุคดิจิทัลผ่าน AIA+ ซึ่งถือเป็นซูเปอร์แอปฯ (Super App) แห่งแรกของกลุ่มบริษัทฯ ที่ริเริ่มในประเทศไทยเป็นแห่งแรกก่อนจะขยายผลไปยังอีก 10 ประเทศทั่วเอเชีย พร้อมตั้งเป้าผู้ใช้งานครอบคลุมฐานลูกค้า จากปัจจุบันที่มียอดดาวน์โหลดใช้งานแล้วกว่าครึ่งหนึ่งของฐานลูกค้าทั้งหมด 5 ล้านราย โดยสัดส่วนยอดขายหลักกว่า 80% ยังคงมาจากช่องทางตัวแทนและอีก 20% มาจากพันธมิตรธนาคาร
อีกทั้งบริษัทฯ เล็งเห็นโอกาสสำหรับการสร้าง Digital Journey เพื่อเชื่อมโยงบริการประกันภัยเข้ากับชีวิตประจำวันของลูกค้า โดยเฉพาะการนำระบบ AI เข้ามาปรับปรุงประสิทธิภาพในงานหลังบ้าน
ด้านพันธกิจของ เอไอเอ คือ Healthier, Longer, Better Lives สนับสนุนให้ผู้คนมีสุขภาพที่ดี มีชีวิตที่ยืนยาว และมีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น ด้วยเหตุนี้ เอไอเอ ประเทศไทย จึงไม่ได้มุ่งเพียงพัฒนาแอปพลิเคชันดิจิทัล แต่กำลังมุ่งสู่การสร้างอนาคตด้านสุขภาพที่ดีกว่าสำหรับคนไทย ผ่านระบบนิเวศด้านสุขภาพและสุขภาวะแบบดิจิทัลที่เชื่อมโยงถึงกันอย่างครบวงจร
"เป้าหมายของเรามีความชัดเจนและท้าทาย เราได้ลงทุนอย่างต่อเนื่องในการยกระดับขีดความสามารถด้านดิจิทัลตลอดหลายปีที่ผ่านมา และวันนี้ เอไอเอ ประเทศไทย กำลังก้าวสู่การสร้างประสบการณ์ดิจิทัลแบบไร้รอยต่อบนแพลตฟอร์ม InsurTech และ HealthTech ที่ช่วยให้ผู้คนสามารถดูแลสุขภาพ สุขภาวะ และความคุ้มครองของตนเองได้อย่างมั่นใจ" ดร. คริสเตียน กล่าว
ด้านกลยุทธ์การเติบโต บริษัทฯ ได้จัดสรรงบประมาณด้านเทคโนโลยีสูงถึง 10% ของงบประมาณรวม เพื่อพัฒนาระบบนิเวศทางดิจิทัลให้ครอบคลุมทั้งกลุ่มลูกค้าทั่วไปและกลุ่มลูกค้าความมั่งคั่ง โดยมีเป้าหมายในการเพิ่มจำนวนผู้ใช้งานแอปพลิเคชันให้กลายเป็นคนส่วนใหญ่ของฐานลูกค้าทั้งหมด ผ่านฟีเจอร์เด่นอย่างการสแกนใบหน้าเพื่อประเมินสุขภาพ และโปรแกรม AIA Vitality ที่ใช้ AI ในการออกแบบภารกิจสุขภาพเฉพาะบุคคล เพื่อลดความเสี่ยงจากการเจ็บป่วย
นอกจากนี้บริษัทยังมองเห็นโอกาสจากโครงสร้างประชากรไทยที่ก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ ซึ่งส่งผลให้ความต้องการในผลิตภัณฑ์คุ้มครองโรคร้ายแรงและการวางแผนเกษียณอายุเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
อย่างไรก็ตามบริษัทฯ เชื่อมั่นว่าด้วยจุดแข็งของการเป็นต้นแบบด้าน Digital Health ในภูมิภาค แม้จะอยู่ในภาวะเศรษฐกิจที่มีความท้าทายจากตัวเลข GDP ชะลอตัว รวมถึงการเตรียมเปิดตัวแคมเปญใหญ่ “AIA Plus - Plus ชีวิตดีดีทั่วไทย” ในช่วงครึ่งปีหลัง ต่อยอดจากแคมเปญ “AIA Plus - Plus ชีวิตดีๆให้คุณ” ซึ่งจะช่วยตอกย้ำภาพลักษณ์การเป็นคู่คิดด้านสุขภาพและการลงทุนที่เข้าถึงคนไทยได้ทุกกลุ่มอย่างยั่งยืน
อีกทั้ง ดร. คริสเตียน ระบุว่า Digital Health Tech ไม่ใช่เพียงแค่การนำเทคโนโลยีมาใช้ในธุรกิจประกันภัย แต่เป็นการใช้นวัตกรรม AI และข้อมูล เพื่อช่วยให้คนไทยเข้าถึงบริการด้านสุขภาพได้ง่ายขึ้น ได้รับคำแนะนำที่เหมาะกับตนเองมากขึ้น และสามารถดูแลสุขภาพได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ แนวทางดังกล่าวสะท้อนการใช้ดิจิทัลอย่างมีเป้าหมาย เพื่อยกระดับประสบการณ์ด้านสุขภาพและประกันภัยให้ตอบโจทย์ชีวิตประจำวัน พร้อมสนับสนุนการสร้างสังคมไทยที่มีสุขภาพดีขึ้นอย่างยั่งยืน
ภายใต้ทิศทางดังกล่าว เอไอเอ มุ่งเชื่อมโยงมิติของธุรกิจ สุขภาพ เทคโนโลยี รวมถึง ESG เข้าไว้ด้วยกัน เพื่อสร้างประสบการณ์ดิจิทัลที่สะดวก เข้าถึงง่าย และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่มากขึ้น พร้อมสนับสนุนพันธกิจขององค์กร Healthier, Longer, Better Lives ส่งเสริมให้ผู้คนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน
กางโรดแมป 2026 เอไอเอ พลัส "พลัสชีวิตดี ๆ ให้คุณ"
แอปพลิเคชัน เอไอเอ พลัส ได้รับพัฒนาโดยยึดหลัก Customer-Centric หรือการเอาลูกค้าเป็นศูนย์กลาง เพื่อให้ผู้ใช้งานเข้าถึงบริการที่ง่าย สะดวก รวดเร็ว และสามารถใช้งานได้แบบเรียลไทม์ ด้วยเป้าหมายในการเป็น ซูเปอร์ แอปพลิเคชัน (Super Application) โดยนำเทคโนโลยีเอไอและข้อมูลดาต้า มาสร้างประสบการณ์ดิจิทัล (Digital Experience) แบบไร้รอยต่อเพื่อยกระดับการให้บริการทำให้ลูกค้าเข้าถึงบริการด้านประกันและสุขภาพได้สะดวกและมีความเฉพาะบุคคลมากขึ้น
นายวีรชัย ชูสกุลพร ผู้ช่วยผู้อำนวยการแผนการพัฒนาธุรกิจและกลยุทธ์ เอไอเอ ประเทศไทย กล่าวว่า ในปี 2569 นี้ แอปพลิเคชัน AIA+ จะถูกยกระดับสู่อีกขั้นเพื่อเชื่อมโยงกับไลฟ์สไตล์ในชีวิตประจำวันมากขึ้น ภายใต้แนวคิด “AIA+ พลัสชีวิตดี ๆ ให้คุณ” ตอบโจทย์พฤติกรรมของผู้บริโภคยุคดิจิทัลที่ต้องการประสบการณ์ที่ง่ายและฉลาด
"สำหรับปี 2569 ถือเป็นอีกหนึ่งปีสำคัญของ AIA+ โดยจะขยายบทบาทสู่การสร้างประสบการณ์จริงให้กับผู้คนทั่วประเทศ ภายใต้แนวคิด “AIA+ พลัสชีวิตดี ๆ ให้คุณ” ผ่านกิจกรรม ไลฟ์สไตล์อีเวนต์ และความร่วมมือกับพาร์ตเนอร์ชั้นนำจากหลากหลายอุตสาหกรรม และเราเตรียมเปิดตัวแคมเปญต่อยอดแนวคิดดังกล่าวในชื่อ “AIA+ พลัสชีวิตดีๆ ทั่วไทย” ที่มุ่งนำสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีไปสู่ผู้คนในทุกภูมิภาคทั่วประเทศ" นายวีรชัย กล่าว
พลิกธุรกรรมดิจิทัลสู่พลังสีเขียว
นอกจากนี้ เอไอเอ พลัส นอกจากจะเป็นแพลตฟอร์มเชิงกลยุทธ์ที่ช่วยยกระดับประสบการณ์ด้านสุขภาพ แต่ยังมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนความยั่งยืนผ่านการเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้บริการของลูกค้าไปสู่รูปแบบดิจิทัล ซึ่งช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้อย่างเป็นรูปธรรม ตั้งแต่การลดการใช้ทรัพยากร ลดการใช้กระดาษ ไปจนถึงการลดการสร้างคาร์บอน
โดยหนึ่งในตัวอย่างสำคัญที่สะท้อนบทบาทดังกล่าว คือแคมเปญ AIA+ Go Green ซึ่งมุ่งเปลี่ยนกระบวนการทำธุรกรรมแบบเดิมให้ก้าวสู่ระบบดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ ด้วยการเชิญชวนให้ลูกค้าเปลี่ยนจากการรับกรมธรรม์และเอกสารในรูปแบบกระดาษ มาเป็น e-Receipt (ใบเสร็จอิเล็กทรอนิกส์) และ e-Document (เอกสารอิเล็กทรอนิกส์) ซึ่งจากการดำเนินโครงการต่อเนื่องมา 2 ปี สามารถเปลี่ยนกรมธรรม์กระดาษมารับเป็นเอกสารอิเล็กทรอนิกส์แล้วกว่า 150,000 กรมธรรม์ คิดเป็นจำนวนต้นไม้ 20,000 ต้น
ภายใต้แคมเปญนี้ ทุก ๆ 10 กรมธรรม์ที่เปลี่ยนสู่รูปแบบดิจิทัล จะถูกต่อยอดเป็นการปลูกต้นไม้ 1 ต้น โดยมีเป้าหมายในการปลูกต้นไม้ให้ครบ 10,000 ต้น นับเป็นการเปลี่ยน “ธุรกรรมดิจิทัล” ให้กลายเป็น “พลังสีเขียว” ที่สร้างผลลัพธ์เชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมอย่างจับต้องได้ โดยเป้าหมายของ AIA+ ยังคงเดินหน้าอย่างต่อเนื่องและวางเป้าหมายว่าในปี 2026 นี้ จะลดกรมธรรม์กระดาษให้ได้ 100,000 กรมธรรม์
นายวีรชัย ย้ำ! ว่าแอปพลิเคชัน เอไอเอ พลัส สะท้อนให้เห็นถึงแนวทางการวางกลยุทธ์ของ เอไอเอ ประเทศไทย ในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเป็นเครื่องมือในการยกระดับประสบการณ์ของลูกค้า ควบคู่ไปกับการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนความยั่งยืนด้าน ESG ในระยะยาว พร้อมสนับสนุนระบบนิเวศ Digital Health Tech ที่แข็งแกร่งและตอบโจทย์อนาคตของสุขภาพ
แอปพลิเคชัน เอไอเอ พลัส จึงเป็นมากกว่าแอปพลิเคชันบริการลูกค้า แต่คือแพลตฟอร์มดิจิทัลที่เชื่อมโยงสุขภาพ เทคโนโลยี และ ESG เข้าไว้ด้วยกัน เพื่อยกระดับประสบการณ์ดิจิทัลที่ดีขึ้นให้กับลูกค้า พร้อมขับเคลื่อนสุขภาพและความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรมในระยะยาว