TOP ยันเดินเครื่องกลั่นเต็มสูบ มั่นใจสภาพคล่องแกร่ง รับมือ Stock Loss ช่วงครึ่งปีหลัง

TOP ยันเดินเครื่องกลั่นเต็มสูบ มั่นใจสภาพคล่องแกร่ง รับมือ Stock Loss ช่วงครึ่งปีหลัง
TOP เดินหน้ารับมือความผันผวนราคาพลังงานโลก ยัน! รักษากำลังการผลิตเกิน 100% พร้อมบริหารจัดการพื้นที่เก็บน้ำมันใหม่รองรับดีเซล-น้ำมันเจ็ทล้นคลัง เร่งเจรจารัฐฯ ปมเงินค้างชำระกองทุนน้ำมันหมื่นล้าน!!

นายพงษ์พันธุ์ อมรวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP เปิดเผยถึงภาพรวมสถานการณ์โรงกลั่นว่า ปัจจุบัน บริษัทฯ ยังคงกำลังการผลิตในระดับสูงกว่าปกติ โดยกลั่นน้ำมันดิบอยู่ที่ประมาณ 300,000 บาร์เรล/วัน หรือคิดเป็นกว่า 100% ของกำลังการผลิตปกติที่ 275,000 บาร์เรล/วัน เพื่อตอบสนองความต้องการใช้น้ำมันภายในประเทศและผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7

ลุยรับมือ Stock Loss ครึ่งปีหลัง 69

นายพงษ์พันธุ์ กล่าวว่า “แม้ใน Q1/69 บริษัทจะมีกำไรจากสต็อกน้ำมันสูงถึง 5 บาทต่อลิตร แต่จากการประเมินทิศทางราคาน้ำมันในตลาดโลกที่มีแนวโน้มลดลงในช่วง Q2 – Q4/69 อาจทำให้บริษัทต้องเผชิญกับการขาดทุนจากสต็อกน้ำมัน (Stock Loss) ซึ่งจะเข้ามาหักล้างกำไรในตอนต้นปี พร้อมคาดว่าเมื่อเฉลี่ยทั้งปีจะมีกำไรสต็อกเหลืออยู่ที่ประมาณ 0.30 บาท/ลิตร อย่างไรก็ตาม บริษัทได้เตรียมแผนสำรองเงินทุนและวงเงินกู้เพื่อเสริมสภาพคล่องไว้เรียบร้อยแล้วภายใต้สถานการณ์ที่แย่ที่สุด”

ในขณะเดียวกันจากประเด็นการจำกัดการส่งออกและปริมาณน้ำมันดีเซลรวมถึงน้ำมันอากาศยานที่คงค้างในสต็อกระดับสูง บริษัทฯ ได้เริ่มเปิดใช้ถังเก็บน้ำมันใหม่จากโครงการพลังงานสะอาด (CFP) เพื่อเพิ่มพื้นที่จัดเก็บน้ำมัน ทำให้บริษัทสามารถเดินเครื่องกลั่นได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่ต้องลดกำลังการผลิต แม้ความต้องการใช้ในประเทศจะมีความผันผวน

สำหรับมาตรการลดราคาน้ำมันหน้าโรงกลั่น 2.50 บาท/ลิตร ในช่วงที้ผ่านมาของภาครัฐฯ ถือเป็นการช่วยเหลือสังคมในระยะสั้น ซึ่งกระทบรายได้บริษัทประมาณ 2,800 ล้านบาท ปัจจุบันอยู่ระหว่างการชี้แจงข้อเท็จจริงเรื่องค่าการกลั่นเพื่อให้ภาครัฐเข้าใจถึงต้นทุนที่แท้จริง รวมถึงการติดตามเงินชดเชยจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่ค้างชำระอยู่กว่า 10,000 ล้านบาท เพื่อนำกลับมาเสริมสภาพคล่องในการดำเนินงาน

มั่นใจกลุ่มอะโรมาติกส์ยังไร้ปัญหาขาดแคลน

ในส่วนของกลุ่มธุรกิจสารทำละลายและสารอะโรมาติกส์ (Solvent & Aromatics) ยืนยันว่ายังไม่พบปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบ แม้ตลาดโลกจะมีความกังวลเรื่อง Supply Chain แต่ บริษัทฯ ยังสามารถบริหารจัดการกระบวนการผลิตได้ครบวงจร โดยราคาจะปรับตัวขึ้นลงตามอุปสงค์และอุปสรรคของตลาดโลกเป็นหลัก

“สำหรับการจ่ายเงินปันผลให้นักลงทุน บริษัทยังคงคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นควบคู่ไปกับความมั่นคงทางการเงิน โดยจะพิจารณาจากผลการดำเนินงานสุทธิและกระแสเงินสดในลำดับถัดไป” นายพงษ์พันธุ์ กล่าวทิ้งท้าย

TAGS: #ไทยออยล์ #TOP #หุ้น #พลังงาน #พลังงานสะอาด #น้ำมัน #น้ำมันดิบ #รัฐบาล #อะโรมาติกส์ #ปันผล #ผู้ถือหุ้น