"ทรัมป์" ปัดข้อตกลงอิหร่าน ดันราคาน้ำมันพุ่ง หุ้นโลกเสี่ยงพักฐาน ผวาศาล รธน. ตีความกู้ 4 แสนล้าน

“บล.เอเซีย พลัส” ชี้ “ทรัมป์” ปัดข้อตกลงอิหร่านดันน้ำมันพุ่ง เตือนหุ้นโลกเสี่ยงพักฐาน ผวาศาล รธน. ตีความกู้ 4 แสนล้าน ชูกลยุทธ์ขายทำกำไร-สลับเก็บหุ้นเปิดเมือ

บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ประเมินทิศทางตลาดการลงทุนว่า ราคาน้ำมันดิบโลกกลับมาพุ่งขึ้นอีกครั้งเกือบ 3% ท่ามกลางความกังวลด้านอุปทานที่ยังชะงักงัน ปัจจัยหลักมาจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกันได้ โดยล่าสุดประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ออกมาตอบโต้อิหร่านอย่างแข็งกร้าวว่า "รับไม่ได้โดยสิ้นเชิง" (TOTALLY UNACCEPTABLE) ต่อข้อเสนอที่อิหร่านส่งกลับมาเพื่อตอบโต้แผนยุติสงคราม 14 ข้อของสหรัฐฯ สถานการณ์ดังกล่าวคาดว่าจะทำให้ตลาดหุ้นผันผวนในระยะกลาง (3-6 เดือน) ขณะเดียวกัน สภาพคล่องในระบบมีแนวโน้มลดลงจากการที่ธนาคารกลางหลัก (BOJ, ECB, BOE) เริ่มเปลี่ยนทิศทางเป็นดอกเบี้ยขาขึ้น ส่วนธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) ตลาดคาดการณ์ว่าจะ "คง" อัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 3.75% ตลอดทั้งปี 2026 เนื่องจากตัวเลขเศรษฐกิจยังแข็งแกร่ง โดยเฉพาะการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือน เม.ย. ที่สูงถึง 115,000 ตำแหน่ง (สูงกว่าคาดการณ์ที่ 65,000 ตำแหน่ง) และคาดว่าเงินเฟ้อ (CPI) สหรัฐฯ จะพุ่งขึ้นต่อเนื่องสู่ระดับ 3.7% YoY

เตือนหุ้นโลกเสี่ยงพักฐาน - หุ้นไทยผวาปมลักลอบส่งชิป NVIDIA และการเมืองในประเทศ แม้ภาพรวมตลาดหุ้นโลกจะปรับตัวขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ (All Time High) แต่ฝ่ายวิจัยพบสัญญาณเตือนการพักฐานทางเทคนิค จากภาวะซื้อมากเกินไป (RSI Overbought) และเกิดสัญญาณขัดแย้งเชิงลบ (Bearish Divergence) ซึ่งจากสถิติในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา หากเกิดสัญญาณนี้ ตลาดหุ้นโลกมักจะย่อตัวลงในช่วง 1-2 สัปดาห์ข้างหน้า สำหรับตลาดหุ้นไทยในช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา กลุ่มหุ้นส่งออก (เช่น DELTA, KCE, HANA, TU, CPF) เผชิญแรงกดดันอย่างหนักจาก 2 ปัจจัยลบ ได้แก่

1.กรณีสหรัฐฯ สงสัยว่ามีบริษัทไทยลักลอบส่งชิป NVIDIA ไปจีน: มูลค่ากว่า 2,500 ล้านดอลลาร์ โดยมีปลายทางเชื่อมโยงกับบริษัท ALIBABA (แม้บริษัทไทยและ ALIBABA จะปฏิเสธความเกี่ยวข้องแล้วก็ตาม)

2.ความกังวลเรื่องกำแพงภาษี: แม้ศาลการค้าสหรัฐฯ จะชี้ว่าการที่ทรัมป์ขึ้นภาษีนำเข้า 10% แบบเหมาเข่ง (Section 122) เป็นเรื่องผิดกฎหมาย แต่ไทยยังคงเสี่ยงที่จะถูกเพ่งเล็งผ่านกฎหมายมาตราอื่น เช่น Section 301 หรือ 232 เนื่องจากไทยเป็นประเทศที่ได้ดุลการค้าสหรัฐฯ สูงเป็นอันดับ 10 ของโลก

นอกจากนี้ ปัจจัยการเมืองในประเทศที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดคือ กรณีที่พรรคฝ่ายค้านยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญในวันที่ 11 พ.ค. 2026 เพื่อให้ตีความความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของ พ.ร.ก. กู้เงิน 400,000 ล้านบาท โดยอ้างว่าไม่เข้าเงื่อนไขวิกฤตเร่งด่วน ซึ่งหากศาลรับคำร้อง อาจสร้างแรงกดดันต่อเสถียรภาพทางการเมืองและการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล

กลยุทธ์การลงทุน: ขายทำกำไรหุ้นขึ้นแรง สลับเก็บหุ้นเปิดเมือง-ปันผลสูง ภายใต้สถานการณ์ที่มีปัจจัยเสี่ยงรุมเร้า บล.เอเซีย พลัส แนะนำกลยุทธ์ "ขายทำกำไรหุ้นที่ปรับตัวขึ้นมาแรง" และให้ทยอยสะสมหุ้นใน 2 กลุ่มหลัก ได้แก่

1.กลุ่มเปิดเมือง (Re-opening): BDMS, BH, CENTEL, ERW, MINT, CPAXT, CPALL และ CBG
2.กลุ่มหุ้นปันผลสูง: KTB, BBL และ KBANK โดยมีหุ้นเด่น (Prime Picks) ประจำวันคือ BEM, BBL และ GULF

ประเด็นการลงทุนต่างประเทศเพิ่มเติม: สัปดาห์นี้เข้าสู่ช่วงประกาศงบของกลุ่ม Big Tech จีน แนะนำเก็งกำไร ALIBABA (DR: BABA80) รับอานิสงส์ความต้องการใช้งาน Cloud ที่เติบโตสูงและธุรกิจ Food Delivery ที่ขาดทุนลดลง รวมถึงหุ้นในกลุ่มอวกาศ (Space Economy) ที่กำลังพุ่งแรง นำโดย ROCKET LABS (+34%) หลังโชว์งบไตรมาส 1 แกร่งและมี Backlog ทะลุ 2.2 พันล้านดอลลาร์ รับอานิสงส์โครงการป้องกันขีปนาวุธ "Golden Dome" ของสหรัฐฯ และภารกิจ Artemis ของ NASA ส่วน Global Gem แนะนำ BRKB80 และ NOVOB80

TAGS: #ทรัมป์ #อิหร่าน #ราคาน้ำมัน #ตลาดหุ้น #หุ้น #หุ้นโลก #ศาลรัฐธรรมนูญ #รัฐบาล #ประเทศไทย