ส่องทิศทางหุ้นพลังงานไทยท่ามกลางราคาน้ำมันโลกที่พุ่งแตะ 90 ดอลลาร์ ชูยุทธศาสตร์ 'Green Transition' ปรับพอร์ตสู่พลังงานสะอาด เกราะป้องกันสำคัญที่ช่วยให้นักลงทุนชนะความผันผวน
เข้าสู่เดือนพฤษภาคมปี 2569 ตลาดทุนทั่วโลกยังคงเผชิญหน้ากับความผันผวนในระดับสูงจากแรงกดดันทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบดูไบทรงตัวอยู่ในระดับสูงเฉลี่ย $91 ต่อบาร์เรล สถานการณ์นี้ได้กลายเป็น “ดาบสองคม” ที่นักลงทุนต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วน
ในด้านหนึ่ง กลุ่มต้นน้ำและโรงกลั่น ได้รับอานิสงส์โดยตรงจากราคาผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้น แต่ในอีกด้านหนึ่ง กลุ่มโรงไฟฟ้าและปิโตรเคมี ต้องเผชิญกับต้นทุนก๊าซธรรมชาติ (Pool Gas) ที่ขยับตัวสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความเปราะบางนี้ เริ่มทำให้เห็นการปรับตัวครั้งสำคัญของยักษ์ใหญ่พลังงานไทยที่เร่งเปลี่ยนผ่านสู่ พลังงานสะอาด (Clean Energy) เพื่อสร้างความยั่งยืนในระยะยาว
โดยสิ่งที่ช่วยผลักดันหุ้นพลังงานในปีนี้เป็นหลัก ยังคงมา 3 ปัจจัยสำคัญ คือ 1. AI & Data Center Boom การทะยานขึ้นของธุรกิจคลาวด์และ AI ในภูมิภาคอาเซียน ทำให้ความต้องการไฟฟ้าแบบ 24/7 (Baseload) พุ่งสูงขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมากเห็นมาก่อน ส่งผลบวกต่อโรงไฟฟ้าที่มีสัญญาขายไฟระยะยาวและมีความยืดหยุ่นสูง 2.ดอกเบี้ยขาลง ทำให้ทิศทางดอกเบี้ยที่เริ่มมีเสถียรภาพช่วยลดภาระทางการเงินให้กับหุ้นโรงไฟฟ้าซึ่งเป็นกลุ่มที่มีหนี้ในระดับสูงจากการลงทุนโครงการใหญ่ (Capital Intensive) และ 3.กลไกราคาไฟฟ้า (Ft) จากการบริหารจัดการค่าไฟฟ้าที่สะท้อนต้นทุนจริงมากขึ้น ช่วยให้ผู้ประกอบการรักษามาร์จิ้นได้ท่ามกลางความผันผวนของต้นทุนเชื้อเพลิง
3 โบรก เคาะหุ้นพลังงานดาวเด่น - แนวโน้มโตแกร่ง
บล.เอเซีย พลัส ติดดาวหุ้น “GULF” เคาะราคาเป้าหมาย 71.25 บาท/หุ้น จากแนวโน้มผลประกอบการที่แข็งแกร่ง ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว โดยคาดกําไรปกติ Q2/69 เติบโตขึ้นทํา New High ต่อเนื่อง ส่วนกําไรปกติทั้งปี 2569 ไว้ตามเดิมที่ 3.3 หมื่นล้านบาท เติบโต 15.2% (YoY) จากปริมาณขายไฟฟ้าในประเทศไทยที่เพิ่มขึ้นตามการเข้าสู่ช่วงฤดูร้อน ผนวกกับมีการรับรู้ปันผลรับจาก KBANK และส่วนแบ่งกําไรจาก ADVANC ที่เพิ่มขึ้น (YoY) รวมถึงยังมีความได้เปรียบด้านการเข้าสู่รอบลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานใหม่ของประเทศ ทั้งโรงไฟฟ้าพลังงานสะอาด และอุตสาหกรรมดิจิทัล แนะนําหาจังหวะทยอยสะสมลงทุนระยะยาว
บล.ฟินันเซีย ไซรัส แนะซื้อ “CKP” เคาะราคาเป้าหมาย 3.90 บาท/หุ้น โดยยังคงคาดกําไรสุทธิปี 2569-2570 อยู่ที่ 1.7 พันลบ.และ 2 พันลบ. ตามลําดับ แม้อาจมี downside จากปรากฎการณ์เอลนีโญ อย่างไรก็ตามคาดว่าผลการปรับระยะเวลาในการชําระคืนหนี้ของโครงการไซยะบุรีจะทําให้ผลประกอบการดีกว่าที่คาดไว้ อีกทั้งยังเป็นหุ้นพลังงานสะอาด 100% ที่โดดเด่นด้วยต้นทุนการผลิตต่ำจากโครงการไฟฟ้าพลังน้ำในลาว ความสำเร็จของ Green Bond ล่าสุดสะท้อนถึงวินัยทางการเงินที่ยอดเยี่ยมและแผนการขยายพอร์ตสู่ Solar Farm ที่ชัดเจน
บล.อินโนเวสท์เอกซ์ แนะนํา “PTTEP” เคาะราคาเป้าหมาย 175 บาท/หุ้น จากคาดผลงาน Outperform โดยประมาณการกําไรสุทธิปี 2569 ไว้ที่ 7.48 หมื่นลบ.รับแรงหนุนจากปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น รวมถึงราคาก๊าซและผลิตภัณฑ์ของเหลวที่แข็งแกร่งขึ้น อีกทั้งคาดว่าราคานํ้ามันที่สูงขึ้นจะยังคงเป็นปัจจัยขับเคลื่อนกําไรใน Q2/69