โบรกฯ ชี้หุ้นโลกโหมด Risk On เมินสงครามพุ่งทำนิวไฮ จับตารัฐกู้ 5 แสนล้าน ปั๊ม GDP ไทย

โบรกฯ ชี้หุ้นโลกโหมด Risk On เมินสงครามพุ่งทำนิวไฮ จับตารัฐกู้ 5 แสนล้าน ปั๊ม GDP ไทย
บล.เอเซีย พลัส ชี้หุ้นโลกโหมด Risk On เมินสงครามพุ่งทำนิวไฮ จับตารัฐจ่อกู้ 5 แสนล้านกู้วิกฤต GDP ชูเก็งกำไร DELTA-COM7-BBL

บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ประเมินภาพรวมตลาดการลงทุนโลกว่า ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ได้เข้าสู่โหมดกล้าเปิดรับความเสี่ยง (RISK ON) อย่างชัดเจน โดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยีที่ช่วยหนุนให้ดัชนี NASDAQ (+1.6%) และ S&P500 (+1.1%) ปรับตัวพุ่งทำจุดสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์ (All Time High) ปัจจัยหลักมาจากผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนที่ออกมาแข็งแกร่ง และกระแสความตื่นตัวด้าน AI ที่กลับมาแรงอีกครั้ง ทำให้นักลงทุนเลือกที่จะมองข้ามความเสี่ยงจากสงครามในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิจัยตั้งข้อสังเกตว่าดัชนี NASDAQ ที่พุ่งขึ้นถึง 14.2% ในเดือนนี้ (MTD) ถือเป็นการปรับขึ้นที่แรงที่สุดในรอบ 6 ปี ซึ่งใกล้เคียงกับระดับการฟื้นตัวในช่วงหลังวิกฤตโควิด-19 (+15.4%) ทำให้ในระยะถัดไปอาจเริ่มเห็นการชะลอความร้อนแรงลงบ้าง

เตือน 4 สัญญาณน้ำมันดิบค้างระดับสูง แม้สงครามจบ ในฝั่งของตลาดพลังงาน ราคาน้ำมันดิบ BRENT ยังคงตึงตัวและขยับขึ้นยืนเหนือระดับ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล จากสถานการณ์สงครามตะวันออกกลางที่ยังไม่แน่นอน โดยล่าสุดสหรัฐฯ ยังคงปิดล้อมเรือที่เกี่ยวข้องกับอิหร่าน ขณะที่อิหร่านก็เข้าควบคุมช่องแคบฮอร์มุซอย่างเข้มงวดและยกระดับการยึดเรือสินค้า บล.เอเซีย พลัส ประเมินว่า แม้ในอนาคตสงครามจะสิ้นสุดลง แต่ราคาน้ำมันโลกมีแนวโน้มที่จะทรงตัวอยู่ในระดับสูงต่อไป (ตลาดประเมินสมดุลใหม่ของ BRENT ใน 1-2 ปีข้างหน้าที่ 75-90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล) โดยมี 4 ปัจจัยสนับสนุน คือ

1.อุปทานของกลุ่ม OPEC หดตัวรุนแรงสุดในรอบกว่า 20 ปี (กำลังผลิตเดือน มี.ค. หายไปถึง 7.56 ล้านบาร์เรล/วัน) จากโครงสร้างพื้นฐานที่เสียหาย
2.ประเทศนำเข้าน้ำมันรายใหญ่เริ่มมีสต็อกที่ตึงตัว เช่น จีนที่มีน้ำมันคงคลังลดลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 5 ปี รวมถึงญี่ปุ่นและเกาหลีใต้
3.บริษัทน้ำมันรายใหญ่ไม่เร่งลงทุนเพิ่ม (CAPEX ต่ำ) แต่หันไปเน้นจ่ายปันผลและซื้อหุ้นคืนแทน
4.โครงสร้างราคาฟิวเจอร์สชี้ให้เห็นว่าราคาระยะยาวจะทรงตัวในระดับสูง

จับตารัฐออก พ.ร.ก. กู้เงิน 5 แสนล้าน - ลุ้นส่งออกไทยฟื้น สำหรับปัจจัยภายในประเทศ สิ่งที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดคือนโยบายการคลังเชิงรุกของรัฐบาล เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่กำลังน่ากังวลว่า GDP อาจเติบโตเพียง 1.4% ท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อที่สูงขึ้น มีกระแสข่าวว่ากระทรวงการคลังเตรียมรื้อโครงสร้างงบประมาณปี 2569-2570 และเตรียมพร้อมสำหรับการออก พ.ร.ก. กู้เงินถึง 5 แสนล้านบาท เพื่อนำมาฟื้นฟูเศรษฐกิจและช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง

ส่วนประเด็นเศรษฐกิจสัปดาห์นี้ พรุ่งนี้ (24 เม.ย.) เตรียมจับตาตัวเลขส่งออกเดือน มี.ค. ที่คาดว่าจะขยายตัว 11.5% (ดีขึ้นจากเดือนก่อน) ขณะที่นำเข้าคาดว่าจะชะลอตัวลงเหลือ 20.6% ซึ่งจะช่วยให้ไทยขาดดุลการค้าลดลง นอกจากนี้ คาดการณ์ว่าการประชุม กนง. ในวันที่ 29 เม.ย. นี้ จะมีมติ "คง" อัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.00% เพื่อประคองการฟื้นตัวของเศรษฐกิจควบคู่กับการดูแลเสถียรภาพค่าเงินบาท

กลยุทธ์การลงทุน: ชู DELTA แล็คการ์ดหุ้นแม่ - เก็งกำไรเทคโนโลยีโลก ตลาดหุ้นไทย (SET Index) ยังคงเผชิญแรงกดดัน แต่เริ่มเห็นสัญญาณแรงรับจากนักลงทุนต่างชาติที่เริ่มชะลอการเทขาย บล.เอเซีย พลัส แนะนำกลยุทธ์การลงทุน ให้เลือกเก็งกำไรในหุ้นที่มีปัจจัยหนุนเฉพาะตัว ได้แก่ DELTA, BBL, BDMS, PR9, COM7 และ ICHI ฝ่ายวิจัยเน้นย้ำความน่าสนใจของหุ้น DELTA โดยระบุว่าราคาหุ้นในปัจจุบันยังคง Laggard (ขึ้นช้ากว่า) หุ้นบริษัทแม่ที่ไต้หวัน (2308 TT) อย่างมาก หลังจากที่ DELTA ติดเครื่องหมาย Trading Alert ช่วงหลังสงกรานต์ ส่งผลให้ราคาหุ้นแม่ที่ไต้หวันปรับตัววิ่งแซงขึ้นไปถึง 27% จึงเป็นจังหวะที่สามารถเข้าเก็งกำไรระยะสั้นได้ โดยให้หุ้น Prime Picks ประจำวันคือ COM7, BBL และ DELTA

ประเด็นการลงทุนต่างประเทศเพิ่มเติม: แนะนำหุ้น TESLA (TSLA US) ที่รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 แข็งแกร่งเหนือความคาดหมาย (รายได้ +16% YoY, กำไร EPS +52% YoY) พร้อมเตรียมทุ่มงบลงทุน 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์ ลุยขยายโรงงาน พัฒนา AI, หุ่นยนต์ Optimus และเร่งเดินหน้าธุรกิจ Robotaxi นอกจากนี้ ฝ่ายวิจัยแนะนำเก็งกำไรในกลุ่มเทคโนโลยีแห่งอนาคตอย่าง QUANTUM COMPUTING ที่กำลังได้รับความสนใจอีกครั้งหลัง NVIDIA เปิดตัวโมเดล ISING โดยแนะนำหุ้น Pure-Play อย่าง IONQ (หรือผ่าน DR: IONQ03), D-WAVE (QBTS) และ RIGETTI (RGTI) หรือกระจายความเสี่ยงผ่านกองทุน QTUM ETF

TAGS: #บล.เอเซียพลัส #หุ้น #หุ้นโลก #ตลาดหุ้น #สงครามตะวันออกกลาง #การลงทุน #รัฐบาล #เศรษฐกิจไทย