“อัครินทร์” นำทัพ WHAUP เร่งเครื่องโครงสร้างพื้นฐานน้ำ–พลังงานอัจฉริยะ ทุ่มงบ 2,900 ล้านบาท ต่อยอดธุรกิจหลัก สู่โซลูชันครบวงจร รับดีมานด์ Data Center อุตสาหกรรมแห่งอนาคต และเศรษฐกิจสีเขียว
ท่ามกลางบริบทพลังงานที่กำลังเปลี่ยนผ่าน ทั้งจากความผันผวนของต้นทุนพลังงาน ความต้องการพลังงานสะอาดที่เพิ่มขึ้น และแรงกดดันด้านความยั่งยืนจากภาคอุตสาหกรรม ธุรกิจสาธารณูปโภคและพลังงานในวันนี้จึงไม่ได้แข่งขันกันเพียงเรื่อง “กำลังการผลิต” แต่กำลังก้าวสู่การแข่งขันด้านความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยี และความสามารถในการพัฒนาโซลูชันที่ตอบโจทย์อุตสาหกรรมยุคใหม่
ภายใต้การนำของ นายอัครินทร์ ประเทืองสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ WHAUP บริษัทประกาศแผนลงทุนปี 2569 วงเงิน 2,900 ล้านบาท เพื่อขับเคลื่อน 2 ธุรกิจหลัก ได้แก่ ธุรกิจน้ำและธุรกิจไฟฟ้า พร้อมต่อยอดจากฐานธุรกิจที่แข็งแกร่ง สู่การเป็นผู้พัฒนาโซลูชันด้านการบริหารจัดการน้ำและพลังงานอัจฉริยะแบบครบวงจร ที่เชื่อมโยง “น้ำ–พลังงาน–เทคโนโลยี–ความยั่งยืน” เข้าไว้ด้วยกันอย่างเป็นระบบ
“ทิศทางของ WHAUP ในวันนี้ ไม่ได้มุ่งเพียงการเติบโตของธุรกิจน้ำและพลังงานในเชิงปริมาณ แต่คือการต่อยอดความแข็งแกร่งของธุรกิจหลัก ผ่านการใช้เทคโนโลยี ข้อมูล และนวัตกรรม เพื่อยกระดับสู่การเป็นผู้พัฒนาโซลูชันสาธารณูปโภคและพลังงานแบบครบวงจร ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ สร้างทางเลือกใหม่ให้ลูกค้า และรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมยุคใหม่อย่างยั่งยืน” นายอัครินทร์ กล่าว
Data Center หนุนดีมานด์น้ำ–พลังงานยุคใหม่
หนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญของแผนธุรกิจปีนี้ คือการเติบโตของอุตสาหกรรมแห่งอนาคต โดยเฉพาะ Data Center ซึ่งกำลังก้าวขึ้นเป็นลูกค้ากลุ่มยุทธศาสตร์ของผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐาน สำหรับ WHAUP ความต้องการของกลุ่มนี้ไม่ได้มีเพียงไฟฟ้าปริมาณมาก แต่ยังรวมถึงน้ำคุณภาพสูงและระบบสาธารณูปโภคที่มีเสถียรภาพ โดยบริษัทระบุว่าลูกค้ากลุ่ม Data Center มีการใช้น้ำสูงกว่าอุตสาหกรรมทั่วไปประมาณ 12–16 เท่า จึงนับเป็นทั้งความท้าทายและโอกาสในการต่อยอดความเชี่ยวชาญของบริษัทในธุรกิจน้ำและพลังงาน
ธุรกิจน้ำ: ยกระดับสู่ Smart Water ด้วย Data Analytics, AI และ UOC
ในปี 2569 WHAUP ตั้งเป้ายอดจำหน่ายและบริหารจัดการน้ำรวมที่ 170 ล้านลูกบาศก์เมตร แบ่งเป็นประเทศไทย 129 ล้านลูกบาศก์เมตร และเวียดนาม 41 ล้านลูกบาศก์เมตร เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นจากลูกค้ากลุ่มอุตสาหกรรมใหม่ โดยเฉพาะ Data Center
บริษัทเดินหน้ายกระดับธุรกิจน้ำผ่านแนวทาง Smart Water, Water Reclamation และ Water Positive โดยนำ Data Analytics และ AI เข้ามาเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ ตั้งแต่การติดตามสถานะระบบ การวิเคราะห์พฤติกรรมการใช้น้ำ ไปจนถึงการเพิ่มประสิทธิภาพการจ่ายน้ำและการควบคุมคุณภาพน้ำแบบ Real-time ผ่านการบริหารจัดการแบบรวมศูนย์ด้วย Unified Operation Center (UOC) เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน และเสริมความมั่นคงด้านน้ำให้กับลูกค้าอุตสาหกรรมในระยะยาว
พลังงาน: ต่อยอดโซลูชันพลังงานสะอาด สู่ระบบนิเวศพลังงานสำหรับภาคอุตสาหกรรม
ในฝั่งธุรกิจไฟฟ้า WHAUP วางเป้าหมายเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าสะสมที่ลงนามแล้วเป็น 1,124 เมกะวัตต์ โดยในจำนวนนี้จะเป็นพลังงานหมุนเวียน 596 เมกะวัตต์ หรือราว 53% ของกำลังการผลิตทั้งหมด
บริษัทเดินหน้าพัฒนาโครงการพลังงานหมุนเวียนในหลายรูปแบบ ทั้ง Solar Private PPA, Feed-in-Tariff (FIT) และ Direct PPA ควบคู่กับการต่อยอดบทบาทสู่การเป็นผู้ให้บริการโซลูชันด้านพลังงานสะอาดแบบครบวงจร ที่ครอบคลุมตั้งแต่การออกแบบ พัฒนา ติดตั้ง ไปจนถึงการบริหารจัดการระบบ เพื่อช่วยให้ภาคอุตสาหกรรมเข้าถึงพลังงานสะอาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
WHAUP ยังเดินหน้าพัฒนาแพลตฟอร์มการซื้อขายพลังงานรูปแบบ Peer-to-Peer เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการพลังงานสะอาด ขณะเดียวกันยังต่อยอดสู่โซลูชันด้านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกแบบครบวงจร เพื่อสนับสนุนลูกค้าอุตสาหกรรมในการยกระดับการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านระบบซื้อขาย REC และแพลตฟอร์ม CO2ZERO สำหรับการคำนวณและบริหารจัดการการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂) ขององค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยสนับสนุนการขับเคลื่อนองค์กรของลูกค้าสู่เป้าหมาย Net Zero ได้อย่างเป็นรูปธรรม สะท้อนทิศทางของ WHAUP ในการพัฒนาระบบนิเวศพลังงานที่ตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรมยุคใหม่ ทั้งในมิติของประสิทธิภาพ ต้นทุน และความยั่งยืน
WHAUP ต่อยอดธุรกิจในเวียดนามอย่างต่อเนื่อง โดยใช้จุดแข็งด้านโซลูชันพลังงานสะอาดและสาธารณูปโภคแบบครบวงจร เข้าไปตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าอุตสาหกรรมในพื้นที่นิคม ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญของการเติบโตในระดับภูมิภาค ขณะที่ฟิลิปปินส์เป็นอีกหนึ่งตลาดที่บริษัทอยู่ระหว่างประเมินโอกาสการลงทุน โดยเฉพาะในธุรกิจพลังงานหมุนเวียน เพื่อรองรับความต้องการใช้พลังงานที่มีแนวโน้มเติบโตในระยะยาว
New S-Curve และ SMR: มองไกลกว่าธุรกิจพลังงานแบบเดิม
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญของการขยายธุรกิจในระยะถัดไป คือการมองไปถึงธุรกิจ New S-Curve ที่จะเป็นแรงขับเคลื่อนการเติบโตในอนาคต หนึ่งในนั้นคือการติดตามและประเมินศักยภาพของเทคโนโลยี SMR (Small Modular Reactor) หรือโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก ซึ่งกำลังได้รับความสนใจในหลายประเทศในฐานะทางเลือกของพลังงานสะอาดที่มีเสถียรภาพสูง และมีศักยภาพรองรับอุตสาหกรรมที่ต้องการพลังงานคุณภาพสูง เช่น Data Center
แม้ยังอยู่ในระยะศึกษา แต่การเริ่มติดตามเทคโนโลยีนี้ตั้งแต่วันนี้ สะท้อนให้เห็นถึงแนวคิดของ WHAUP ที่ไม่ได้มองเพียงการเติบโตระยะสั้น หากแต่กำลังเตรียมความพร้อมสำหรับโครงสร้างพลังงานแห่งอนาคต
ต่อยอดความแข็งแกร่ง สู่การเติบโตอย่างยั่งยืน
สำหรับ WHAUP ปี 2569 จึงไม่ใช่เพียงปีของการลงทุน 2,900 ล้านบาท แต่คือปีแห่งการต่อยอดความแข็งแกร่งของธุรกิจหลัก สู่การเติบโตในระยะถัดไป บนสมดุลของโครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยี และความยั่งยืน
จากฐานธุรกิจที่แข็งแกร่ง WHAUP กำลังยกระดับบทบาทจากผู้ให้บริการสาธารณูปโภค สู่การเป็นผู้พัฒนาโซลูชันน้ำและพลังงานอัจฉริยะแบบครบวงจร เพื่อรองรับอุตสาหกรรมยุคใหม่ และต่อยอดการเติบโตภายใต้พันธกิจของ WHA Group ที่ว่า “WHA: SHAPE THE FUTURE FOR THAILAND” ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น