เอเชีย พลัส ชูวิสัยทัศน์ “Value Beyond Wealth” ทรานส์ฟอร์มสู่สถาบันบริหารความมั่งคั่งครบวงจร รับปี 2569 ยกระดับกลยุทธ์รับมือความผันผวน สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนเหนืออุตสาหกรรม
ดร.ก้องเกียรติ โอภาสวงการ ประธานกรรมการบริหารบริษัท เอเซีย พลัส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า "ในปี 2569 เราเริ่มเห็นสัญญาณบวกจากการที่Fund Flow มีแนวโน้มไหลกลับเข้าสู่ตลาดเกิดใหม่(Emerging Markets) รวมถึงประเทศไทย ประกอบกับแรงหนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐภายหลังการเลือกตั้งปี 2569 ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนความเชื่อมั่นของนักลงทุน อย่างไรก็ตาม เรายังคงต้องเฝ้าระวังปัจจัยความเสี่ยงภายนอกอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และผลกระทบจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่านที่อาจส่งผลต่อความผันผวนของราคาน้ำมันและเศรษฐกิจโลก กลยุทธ์ของเอเซีย พลัส ในปีนี้ จึงเน้นการผสานมุมมองการลงทุน เพื่อคัดกรองสินทรัพย์ กระจายความเสี่ยง และเฟ้นหาผลิตภัณฑ์ที่ให้ผลตอบแทนคุ้มค่า ปกป้องและสร้างความมั่งคั่งให้ลูกค้าในทุกสภาวะตลาด"
ผลงานปี 2568: แข็งแกร่งเหนืออุตสาหกรรมท่ามกลางความผันผวน แม้ในปี 2568 ตลาดทุนจะเผชิญกับภาวะซบเซาและปริมาณการซื้อขายโดยรวมที่ลดลงอย่างรุนแรง แต่กลุ่มเอเซีย พลัส ยังคงรักษาความสามารถในการทำกำไรและคุณภาพรายได้ที่โดดเด่นเหนือค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมได้อย่างชัดเจน
• Net Profit Margin: อยู่ที่ 9.3% (ขณะที่ค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมอยู่ที่ 1.9%)
• Return on Equity (ROE): อยู่ที่ระดับ 4.0% (ขณะที่ค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมอยู่ที่ 0.7%)
• Cost to Income: บริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพที่ระดับ 88.0% (ดีกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมที่ 95.1%)
• Commission Rate: สะท้อนความสำเร็จจากกลยุทธ์Premium Pricing ที่สามารถปกป้องอัตราค่าคอมมิชชั่นไว้ได้ที่ระดับ 0.11% (สูงกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมที่ 0.081%) ท่ามกลางภาวะสงครามราคาและการแข่งขันที่รุนแรง
ยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนการเติบโตปี 2569: ทรานส์ฟอร์มสู่สถาบันบริหารความมั่งคั่งผ่าน 3 เสาหลัก เอเซีย พลัสเดินหน้ายกระดับการให้บริการเพื่อเปลี่ยนผ่านธุรกิจจากรูปแบบการทำธุรกรรมแบบดั้งเดิมไปสู่บริการที่ปรึกษาเชิงกลยุทธ์แบบครบวงจร ผ่าน 3 เสาหลักสำคัญได้แก่
1. Asset Under Management Growth: มุ่งขับเคลื่อนการเติบโตของสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) เพื่อสร้างฐานรายได้ต่อเนื่องที่แข็งแกร่ง(Significant Recurring Income) ควบคู่กับการพัฒนา Segment-Specific Playbooks และ RM Toolkits เพื่อให้ทีมงานส่งมอบโซลูชันที่แม่นยำสำหรับลูกค้าแต่ละกลุ่ม ผสานมุมมองการลงทุน ASP House View ที่เป็นหนึ่งเดียว พร้อมนำเสนอกองทุน Thematic แห่งอนาคตเพื่อเจาะเมกะเทรนด์โลก อาทิ กลุ่ม AI & Next-Gen Infra (ASP-POINTAI-UI, ASP AI-EQ) และกลุ่ม Future Tech & Materials (A-ASEMI, A-AIRR, A-Humanoid, A-Grid, A-JEDI, A-RARE) และขยาย Data-Insight Advisory ผ่านระบบ AI ที่วิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าเพื่อจับคู่ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมที่สุด ตอบโจทย์ Pain Point ได้อย่างตรงจุด และสามารถส่งมอบคำแนะนำที่แม่นยำผ่านทุก Omnichannel ทันที
2. Seamless Journey: ยกระดับประสบการณ์ดิจิทัลของลูกค้าอย่างไร้รอยต่อ ด้วยกลยุทธ์ "Mobile First" เพื่อพัฒนาแพลตฟอร์ม ให้สามารถตอบสนองทุกความต้องการได้อย่างครอบคลุม ตั้งแต่การอัปเดตงานวิจัย พอร์ตโฟลิโอ ไปจนถึงบริการจองซื้อหลักทรัพย์และอัปเดตสิทธิประโยชน์ต่างๆแบบเรียลไทม์ นอกจากนี้ยังเดินหน้าขยาย“Investment Hub” ซึ่งเป็นโมเดลศูนย์การลงทุนครบวงจรรูปแบบใหม่ ที่จะเป็นฐานสำคัญสำหรับกลยุทธ์การขยายสาขาในปี 2569
3. Professional RM: พัฒนาศักยภาพและมาตรฐานของผู้แนะนำการลงทุน สู่ระดับมืออาชีพ ผ่าน 2โปรแกรมสำคัญ
a. ASP Incubator Program: เฟ้นหาและฝึกอบรมคนรุ่นใหม่อายุ 28-35 ปี เพื่อปั้นเป็น Wealth Advisors รุ่นใหม่ที่ผสมผสานความเชี่ยวชาญด้านการเงินกับเทคโนโลยี
b. ASP Advance Accelerator Program: ยกระดับศักยภาพที่ปรึกษาการลงทุนที่มีอยู่ ให้สามารถให้คำปรึกษาแบบ Holistic Wealth Solution ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
ยึดมั่นธรรมาภิบาลและเป้าหมายยั่งยืน (ESG) กลุ่มเอเซีย พลัส ยังคงรักษามาตรฐานความโปร่งใส โดยได้รับการประเมินการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียนไทย (CGR) ประจำปี 2568 ระดับ “ดีเลิศ” (5 ดาว) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 และได้รับการรับรองเป็นสมาชิกแนวร่วมต่อต้านคอร์รับชันของภาคเอกชนไทย (CAC) ต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 3 รวมทั้งได้รับผลประเมิน SET ESG Rating ระดับ AA ประจำปี 2568 พร้อมเดินหน้าเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 4.20% ต่อปี (Scope 1-2) เพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย Carbon Neutrality ภายในปี 2030 ควบคู่กับการยกระดับสังคม พัฒนาบุคลากร และดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใส ปลอดภัยจากความเสี่ยงทางไซเบอร์
กลยุทธ์การลงทุน ภายใต้สภาวะตลาดที่เข้าสู่ช่วงการลดความตึงเครียด (De-Escalation) หลังมีการบรรลุข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ช่วยหนุนให้ตลาดกลับเข้าสู่โหมดเปิดรับความเสี่ยง (Risk-On) ในช่วงสั้น ส่งผลดีต่อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี, ปัญญาประดิษฐ์,ชิปเซมิคอนดักเตอร์, การบริโภค, การท่องเที่ยว รวมถึงช่วยลดแรงกดดันด้านต้นทุนพลังงาน อย่างไรก็ตามนักลงทุนยังต้องเตรียมรับมือความผันผวน จากผลกระทบของสงครามที่จะส่งผ่านมายังเงินเฟ้อ, เศรษฐกิจ, ทิศทางนโยบายการเงิน และกำไรบริษัทจดทะเบียน ในระยะต่อมา กลยุทธ์จึงแนะนำการจัดสรรสินทรัพย์ในรูปแบบพอร์ตการลงทุนที่มีความสมดุล (Balanced Portfolio) โดยเน้นกระจายสัดส่วนการลงทุนในกองทุนหรือตราสารประเภทหุ้น (Equity) 55% อาทิ 8306 JP, 9984 JP, AAPL US, NVDA US, 2020 HK, EWY US, PTT, TRUE, GULF, CBG ASP-NGF, A-GRID, ASP-VIET-A, ASP-AIEQ, A-JEDI, ASP-POWER, ASP-DEFENSE, ASP-AAA-A ในกองทุนหรือตราสาร ประเภทตราสารหนี้ (Fixed Income) 30% อาทิ ASP-AAA-A, ES-GAINCOME-A และสินทรัพย์ทางเลือก(Alternative Investment) 15% อาทิ ASP-PHF-UI, ASP-POINTAI-UI, MGALL-UH, TGSMART, SCBGEARA, WISDOM-FUND OF FUNDS อีกทั้งทางเอเซีย พลัส ยังมีผลิตภัณฑ์อื่นๆ อย่าง Equity Linked Note (ELN), Fixed Coupon Note (FCN) ช่วยจัดการเสริมพอร์ตการลงทุนให้เหมาะสมกับความเสี่ยงของลูกค้าแต่ละคน
“เอเซีย พลัส พร้อมเป็นพันธมิตรทางการเงินที่แข็งแกร่งเคียงข้างสร้างความมั่งคั่งอย่างยั่งยืน เพื่อให้นักลงทุนก้าวผ่านทุกความผันผวนและบรรลุเป้าหมายทางการเงินได้อย่างมั่นใจ” ดร.ก้องเกียรติ กล่าวสรุป