CRC ปักธงรายได้ปี 69 โต 5% ลุยทุ่มงบลงทุน 1.8 หมื่นล้านบาท ขยายสาขาไทย-เวียดนาม พร้อมขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ "Innovation in Action" มั่นใจโตยาวสวนกระแสตลาด และภาคอสังหาริมทรัพย์
นายสุทธิสาร จิราธิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC เปิดเผยถึงว่า บริษัทฯ ตั้งเป้ารายได้ปี 2569 เติบโต 4-5% และ EBITDA ที่ 5-7% (YoY) ผ่านการรีโนเวทและการขยายสาขาทั้งในประเทศไทยและเวียดนาม แบ่งเป็น ท็อปส์ 8-10 สาขา, GO Wholesale 2 สาขา และไทวัสดุ 3-5 สาขา ส่วนในประเทศเวียดนาม จ่อขยายศูนย์การค้า GO! 2 สาขา, ไฮเปอร์มาร์เก็ต GO! 1 สาขา และซูเปอร์มาร์เก็ต Mini go! 6 สาขา ภายใต้งบลงทุนรวมกว่า 16,000–18,000 ล้านบาท ในขณะเดียวกันบริษัทฯ ยังคงเดินหน้ารักษาความแข็งแกร่งทางการเงินเพื่อรองรับโอกาสในการควบรวมและเข้าซื้อกิจการ (M&A) ในอนาคตเพื่อสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนให้แก่ผู้ถือหุ้นอย่างต่อเนื่อง
อีกทั้งบริษัทฯ พร้อมเดินหน้าสานต่อยุทธศาสตร์ 3 ปี New Heights, Next Growth ภายใต้กลยุทธ์ ‘Innovation in Action’ เพื่อยกระดับศักยภาพองค์กรสู่การเติบโตครั้งใหม่ ผ่าน 3 แนวทางหลัก ได้แก่
1. อัพเกรดประสบการณ์การช้อปปิ้งแบบไร้รอยต่อ (Uplift Customer Experience) มุ่งต่อยอดความสำเร็จของแพลตฟอร์มออมนิแชแนลของเซ็นทรัล รีเทล ที่มียอดขายเติบโตขึ้นในปี 2568 มากถึง 14%
2. อัพเกรดแบรนด์และสินค้าให้ทันสมัย (Reinvent Concepts And Merchandise) เดินหน้าพัฒนาสินค้าที่วางจำหน่ายในไฮเปอร์มาร์เก็ต GO! ประเทศเวียดนาม โดยเน้นกลุ่มเบเกอรี่ อาหารพร้อมทาน สินค้าเกี่ยวกับบ้าน และสินค้า Private Label ให้ตอบโจทย์ลูกค้ามากยิ่งขึ้น ส่วนประเทศไทย จะเน้นเพิ่มความหลากหลายของแบรนด์สินค้าแฟชั่นชั้นนำจากไทยและเอเชีย พร้อมเร่งเครื่องขยาย KIS & LOOKS Beauty Specialty Stores ปรับรูปแบบสาขาและราคาสินค้าให้เข้าถึงง่ายขึ้น เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้า Young & Mainstream
3. อัพเกรดประสิทธิภาพการบริหารงานและขยายขีดความสามารถในการแข่งขัน ด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย (Drive Operational Excellence) การนำ AI มาใช้เสริมประสิทธิภาพการดำเนินงานด้านระบบ ทั้งการบริหารจัดการสต๊อกและการจัดส่งสินค้าแบบครบวงจร พร้อมพัฒนา One Data Platform เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลลูกค้าจากทั้งออนไลน์และออฟไลน์ให้เป็นหนึ่งเดียว (Single View of Customer Data) ซึ่งจะช่วยให้บริษัทฯ สามารถเข้าใจพฤติกรรมลูกค้าได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ดี ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่ยังคงผันผวนและมีความท้าทายจากปัจจัยหลายด้าน บริษัทฯ ยังสามารถทำกำไรได้อย่างแข็งแกร่งในปี 2568 จากการเน้นตลาดศักยภาพอย่างไทยและเวียดนาม ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพเติบโตสูง โดย ณ สิ้นปี 2568 ธุรกิจของ CRC ในประเทศไทยมีจำนวน 3,596 ร้านค้า ครอบคลุมใน 63 จังหวัดทั่วไทย และคิดเป็นสัดส่วนยอดขาย 80% ส่วนประเทศเวียดนาม มีจำนวนร้านค้าทั้งสิ้น 127 ร้านค้า ครอบคลุมใน 26 จังหวัด จาก 34 จังหวัด และมีสัดส่วนยอดขายคิดเป็น 20%
นอกจากนี้บริษัทฯ ยังประสบความสำเร็จในการขยายฐานสมาชิก The 1 ในประเทศเวียดนามด้วยยอดสมาชิกรวมกว่า 4.3 ล้านราย และยังได้เสริมความแข็งแกร่งของสถานะการเงิน ตลอดจนบริหารจัดการการเงินและโครงสร้างเงินทุนให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อสร้างการเติบโตระยะยาวได้อย่างมั่นคง ควบคู่ไปกับการดำเนินธุรกิจภายใต้ปรัชญา CRC Care ที่ครอบคลุมทั้งมิติสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนไปกับทุกภาคส่วน
โดยในปี 2568 กลุ่มธุรกิจฮาร์ดไลน์สามารถพิสูจน์ศักยภาพการแข่งขันได้อย่างโดดเด่นจากการขยายตัวของ ‘ไทวัสดุ’ ธุรกิจดาวเด่นที่สร้างปรากฏการณ์เติบโตอย่างต่อเนื่องมาตลอด 10 ปี จนปัจจุบันมีเครือข่ายครอบคลุม 89 สาขา ใน 52 จังหวัดทั่วประเทศ ผลักดันยอดขายในปี 2568 ทะยานสู่ 43,000 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราเติบโตเฉลี่ยปีละ 9% พร้อมครองส่วนแบ่งการตลาดถึง 25% ในขณะเดียวกันธุรกิจ New Growth Engine อย่าง ‘Auto 1’ ก็มีการเร่งสปีดขยายสาขาใหม่ถึง 13 แห่ง รวมปิดปี 2568 ทั้งสิ้น 53 แห่ง พร้อมวางโรดแมปเชิงรุกสำหรับปี 2569 ตั้งเป้าเพิ่มจำนวนสาขาแบบเท่าตัวอีก 53 แห่ง ซึ่งจะส่งผลให้มีเครือข่ายรวมทั้งสิ้น 106 สาขาบนทำเลศักยภาพทั่วประเทศ มุ่งตอบโจทย์ทุกความต้องการของผู้ใช้รถได้อย่างครอบคลุมและครบวงจร
“เซ็นทรัล รีเทล ยึดลูกค้าเป็นหัวใจสำคัญในทุกย่างก้าวของการดำเนินธุรกิจ เราจะไม่หยุดนิ่งในการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาปรับใช้เพื่อยกระดับศักยภาพการให้บริการให้ก้าวล้ำยิ่งกว่าเดิม ควบคู่ไปกับการมุ่งเน้นพัฒนาธุรกิจใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างลึกซึ้งและตรงใจ ตอกย้ำภาพผู้นำอุตสาหกรรมค้าปลีก-ค้าส่งไทยและระดับภูมิภาค บนเจตนารมณ์ ‘Retail & Wholesale for All’ ที่พร้อมเติบโตอย่างยั่งยืนไปกับทุกภาคส่วน และส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดเพื่อเป็นศูนย์กลางชีวิตของทุกคน (Central to Life) ตลอดไป” นายสุทธิสาร กล่าวสรุป