PTG ขานรับนโยบายภาครัฐเตรียมสำรองน้ำมันเพิ่มเป็น 3% มั่นใจปริมาณเพียงพอ แม้ดีมานด์กักตุนพุ่งกระฉูด พร้อมอัดงบลงทุนปี 69 กว่า 4.5 พันล้าน รุกหนักธุรกิจ Oil และ Non-Oil ภายใน Ecosystem ตั้งเป้าขยายเครือ
นายพิทักษ์ รัชกิจประการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG กล่าวว่า “ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งตะวันออกกลาง PTG ไม่มีการกักตุนน้ำมันเพื่อเก็งกำไร เนื่องจากเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายและจะกระทบต่อความเชื่อมั่นของลูกค้าในระยะยาว พร้อมยืนยันว่าบริษัทฯ มีปริมาณน้ำมันเพียงพอ แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นในบางพื้นที่จนทำให้น้ำมันขาดแคลนในบางสถานีนั้น มาจากข้อจำกัดด้านโลจิสติกส์และการขนส่งที่ไม่สามารถกระจายน้ำมันไปยังสถานีบริการให้ทันต่อความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างกะทันหันภายในวันเดียว จากความกังวลและรีบกักตุนน้ำมันเกินความจำเป็น ส่งผลให้ความต้องการน้ำมันพุ่งสูงขึ้นกว่าปกติ จากเดิม PTG มียอดขายน้ำมันเฉลี่ยประมาณวันละ 10 ล้านลิตร แต่ในช่วงที่เกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ความต้องการน้ำมันพุ่งขึ้นเป็น 15-25 ล้านลิตร”
ทั้งนี้ บริษัทฯ พร้อมปฏิบัติตามเกณฑ์สำรองน้ำมันของภาครัฐ ซึ่งกำหนดให้เพิ่มจาก 1% เป็น 1.5% ภายในวันที่ 31 มี.ค.69 และขยับสู่ 3% ภายในเดือน เม.ย.69 ทำให้บริษัทฯ ต้องสำรองน้ำมันเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 20 ล้านลิตร หรือ 2% จากเดิมที่สำรองอยู่ราว 10 ล้านลิตร หรือ 1% รวมถึงเชื่อมั่นว่ารัฐบาลจะทยอยปรับขึ้นราคาน้ำมันแบบ “ค่อยเป็นค่อยไป” ภายในกรอบราคา 2 บาท หลังตรึงราคาน้ำมันครบ 15 วัน ในวันที่ 18 มี.ค.69 นี้
ด้านนายรังสรรค์ พวงปราง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG เปิดเผยถึงทิศทางการเติบโตของธุรกิจในปี 2569 ว่า บริษัทฯ ตั้งเป้าปริมาณยอดขายน้ำมันปี 2569 เติบโต 3 - 5% และสัดส่วนกำไรขั้นต้นมาจากธุรกิจ Non Oil ราว 45% ก่อนจะขยับขึ้นเป็นใกล้เคียงระดับ 50% ในปี 2570 ซึ่งเร็วกว่าเป้าหมายเดิมที่วางไว้ในปี 2572 เป็นผลมาจากการขยายสาขาและเพิ่มแบรนด์ใหม่ในกลุ่มธุรกิจ Non-Oil อย่างต่อเนื่อง
โดยในปี 2569 บริษัทฯ วางงบลงทุนรวมราว 4,000-45,000 ล้านบาท แบ่งลงทุนในกลุ่มธุรกิจ Non-Oil ราว 1,000 ล้านบาท โดยเฉพาะการขยายสาขา “กาแฟพันธุ์ไทย” แตะ 3,000 แห่ง คาดช่วยหนุนยอดขายปีนี้แตะ 10,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดิมที่ 6,000 ล้านบาท พร้อมต่อยอดธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มอื่นๆ อีกกว่า 200 แห่ง การบริการ Non-Oil และธุรกิจอื่นๆ อีกกว่า 950 จุดบริการ
ในขณะที่กลุ่มธุรกิจ Oil คาดใช้งบลงทุนราว 1,000 ล้านบาท เพื่อปรับปรุงสถานีบริการน้ำมันที่อยู่ทั่วประเทศไทย 2,300 แห่ง และธุรกิจ LPG กว่า 800 แห่ง ส่วนที่เหลือใช้ลงทุนในธุรกิจเดิม หวังเสริมสร้างเครือข่ายบริการที่เชื่อมโยงธุรกิจพลังงานและธุรกิจ Non-Oil ภายใน Ecosystem ของบริษัทเข้าด้วยกัน ส่งผลให้จำนวน Max World Touchpoints ทั้งปีนี้จะทะยานเข้าเป้าที่ 7,000 แห่งทั่วประเทศ จากปัจจุบันมีมากกว่า 6,126 จุดบริการทั่วประเทศ จากฐานสมาชิก PT Max Card กว่า 25 ล้านสมาชิก
นอกจากนี้บริษัทฯ ชูแนวคิด “Powering Thai Lives: Everywhere • Everyday • Everyone” เป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนา Ecosystem ของ PTG เพื่อเชื่อมโยงธุรกิจพลังงานและบริการด้านไลฟ์สไตล์เข้ากับชีวิตประจำวันของผู้คน พร้อมยกระดับบทบาทขององค์กรจากผู้ให้บริการสถานีบริการน้ำมัน สู่การพัฒนาเครือข่ายบริการที่เชื่อมโยงกับการใช้ชีวิตของผู้คนมากยิ่งขึ้น เพื่อเชื่อมโยงผู้คน เศรษฐกิจ และสังคมไทย สู่คุณภาพชีวิตที่ “อยู่ดี มีสุข” อย่างยั่งยืน