GPSC เดินหน้าขยายลงทุนพลังงานหมุนเวียนพร้อมล็อกเป้า New S-Curve หนุนองค์กรเติบโต โฟกัสลงทุนธุรกิจในอินเดียดันระดมทุนในตลาดหุ้น
นายศิริเมธ ลี้ภากรณ์ ผู้จัดการใหญ่ และรักษาการประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC เปิดเผยถึง กลยุทธ์การดำเนินงานในปี 2569 ว่า ปีนี้จะให้ความสำคัญกับการขยายลงทุนทั้งในไทยและต่างประเทศ โดยเฉพาะพลังงานหมุนเวียนและธุรกิจใหม่ (New S-Curve) ซึ่งขณะนี้ให้ความสนใจกับโครงการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก(Small Modular Reactor:SMR) เนื่องจากสามารถตอบโจทย์เป้าหมาย Net Zero 2050
ทั้งนี้อยู่ระหว่างการหาพันธมิตรต่างประเทศเพื่อเข้าไปร่วมทุนและใช้โอกาสในการศึกษาเทคโนโลยี มีทั้งจีนและยุโรป โดยบริษัทจะถือหุ้นสัดส่วนไม่มากหรือต่ำกว่า 25% คาจะมีความชัดเจนภายในปี 2569
ส่วนการสร้างโรงไฟฟ้า SMR ในไทยนั้นยังต้องรอข้อสรุปจากแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย (PDP) ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาร่างใหม่ จากเดิมกำหนดให้มีโรงไฟฟ้า 600 เมกะวัตต์ในช่วงปี 2580 โดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) เป็นผู้ดำเนินโครงการ แต่ในแผนฉบับใหม่กำหนดระยะเวลาของแผนจาก 20 ปี เป็น 25 ปี หรือสิ้นสุดปี 2593 คาดจะเพิ่มสัดส่วน SMR มากขึ้น
นอกจากนี้ บริษัทฯมีแผนเข้าลงทุนในธุรกิจ Data Center โดยโฟกัสทั้งในประเทศไทยและอินเดีย ซึ่งขณะนี้มีต่างชาติสนใจเข้ามาลงทุนกิจการประเภทนี้มากขึ้น โดยไฟฟ้าถือเป็นปัจจัยสำคัญ ทางบริษัทฯมีแผนที่จะเข้าไปบริหารจัดการไฟฟ้าและเป็น Strategic Local Partner กับผู้พัฒนา Data Center เนื่องจากปัจจุบัน มีโรงไฟฟ้าที่หมดอายุหรือกำลังจะหมดอายุสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) กับทาง กฟผ. แต่ยังเป็นโรงไฟฟ้าที่มีศักยภารพสามารถจ่ายไฟฟ้าให้กับกลุ่มลูกค้า Data Center ได้ อาทิ โรงไฟฟ้า GSPP 11 ขนาด 120 เมกะวัตต์ และโรงไฟฟ้า GIPP ขนาด 677 เมกะวัตต์ เป็นต้น ขณะนี้มีลูกค้ากลุ่ม Data center มาเจรจาแล้ว 6-7 ราย
ขณะที่ในอินเดียจะเป็นในรูปแบบแพลตฟอร์ม โดยจะเริ่มที่ปริมาณไฟฟ้าขนาดไม่เกิน 60เมกะสัตต์ และจะขยายเป็น 300เมกะวัตต์ใน 3-5ปีข้างหน้า
ด้านการขยายลงทุนโรงไฟฟ้าในอินเดียบริษัทฯมีแผนนำบริษัท Avaada Energy Private Limited หรือ AEPL เป็นบริษัทในกลุ่มอวาด้า (Avaada Group) ซึ่งเป็นผู้ดำเนินธุรกิจพลังงานหมุนเวียนชั้นนำในประเทศอินเดีย เข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์อินเดีย เบื้องต้นคาดว่าจะเสนอขายหุ้นต่อสาธารณะครั้งแรก (IPO)ในปี2570 เพื่อขยายการลงทุนเพิ่มเติม
ปัจจุบัน AEPL มีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวม 21,000 เมกะวัตต์ เป็นโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์(โซลาร์เซล)ที่จ่ายไฟเชิงพาณิชย์แล้ว 6,000 เมกะวัตต์ และอยู่ระหว่างการก่อสร้าง 7,000 เมกะวัตต์ โดยปีนี้ AEPLจะมีโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่จ่ายไฟเชิงพาณิชย์(COD)เพิ่ม 1,000-1,400 เมกะวัตต์
สำหรับการลงทุนใน สปป.ลาว อยู่ระหว่างการศึกษาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมในในพื้นที่สะหวันนะเขต สปป.ลาว ขนาดกำลังผลิตระดับหลายร้อยเมกะวัตต์ โดยจะร่วมกับพันธิตร คือบริษัท โคเปนเฮเกน อินฟราสตัคเจอร์ พาร์ทเนอร์ส (CIP) อยู่ระหว่างวัดปริมาณลมในพื้นที่ ทั้งนี้ บริษัทตั้งเป้าถือหุ้นในโครงการดังกล่าวมากกว่า 50% ระยะทางเดินสายสส่งระดับ100 เมกะวัตต์
ขณะเดียวกันอยู่ระหว่างการเจรจาต่อสัมปทานกับรัฐบาลลาว และเจรจาต่อสัญญาขายไฟฟ้า(PPA)กับกฟผ.ในโครงการพลังงานน้ำห้วยเฮาะ ที่จะสิ้นสุดสัญญาในปี 2572 คาดว่าปีนี้จะมีความชัดเจน
“การลงทุนของของบริษัทจะโฟกัสทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะในอินเดียจะให้ความสำคัญมาก เนื่องจากมีผลตอแทนที่ดีต่อเนื่อง ส่วนการลงทุนในไทยยังต้องรอแผนPDP ฉบับใหม่ออกมาให้ชัดเจนก่อน ซึ่งปัจจุบันพอร์ตพลังงานหมุนเวียนในต่างประเทศมีสัดส่วนอยู่ที่ 45% และในอนาคตมีโอกาสเพิ่มขึ้นเกิน 50% แน่นอน โดยหวังในปี2030 จะมีสัดส่วนเพิ่มเป็น 70%”
นางสาวสุกิตตี ไชยรักษ์ ผู้จัดการฝ่ายอาวุโสการเงินองค์กรและนักลงทุนสัมพันธ์ GPSC กล่าวว่า บริษัทตั้งงบลงทุน 5 ปีนี้ (ปี 2569-2573)อยู่ที่ 33,435 ล้านบาท ซึ่งไม่รวมแผนงานในอนาคตที่บริษัทมุ่งเป้าในการลงทุนและการใช้สินทรัพย์ต่างๆ ทั้งนี้การลงทุนใหม่ จะผ่าน 4 กลยุทธ์ของบริษัท และยังมีศักยภาพในการก่อหนี้ได้เพิ่มอีก 80,000 ล้านบาท ที่ต่อยอดและสร้างการลงทุนใหม่