บมจ.ปูนซิเมนต์ไทย (SCC) เปิดกลยุทธ์ปี 69 รายได้จากการขายแตะ 5 แสนลบ. และตั้งเป้า EBITDA แตะ 5.5 หมื่นลบ. จ่อทุ่มงบ 3 หมื่นลบ. เล็งขยายธุรกิจ - อัพประสิทธิภาพเต็มสูบ
นายธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ปูนซิเมนต์ไทย หรือ เอสซีจี หรือ SCC เปิดเผยว่า ในปี 2569 บริษัทบริษัทตั้งเป้ารายได้จากการขายแตะ 500,000 ล้านบาท และตั้งเป้า EBITDA มากกว่า 55,000 ล้านบาท จากการบริหารจัดการกระแสเงินสดควบคู่กับการรักษาวินัยทางการเงินอย่างเข้มงวด รวมถึงเตรียมเสริมแกร่งให้ธุรกิจในเครือเกิดประสิทธิภาพสูงสุด อาทิเช่น การรวมโรงงานในแต่ละประเทศ ให้เป็นสเกลใหญ่ขึ้น ซึ่งจะช่วยเพิ่มความสามารถและโอกาสการแข่งขันได้
อีกทั้งในปีนี้ บริษัทฯ วางงบลงทุนรวมราว 30,000 ล้านบาท โดย 1 ใน 3 ของงบลงทุน ใช้สำหรับการบำรุงรักษาเครื่องจักร ส่วนที่เหลือลงทุนเพิ่มวัตถุดิบก๊าซอีเทน ในโครงการปิโตรเคมิคอลส์ (LSPE) ที่เวียดนาม และการขยายธุรกิจในอินโดนีเซียและเวียดนาม
อย่างไรก็ตามแนวโน้มเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยยังมีความท้าทาย โดยประเมินกำไรของบริษัทฯ ในปีนี้ ยังได้รับแรงกดดันจาก Fixed Cost ของโครงการ LSP ที่สูง เช่นเดียวกับอัตราดอกเบี้ยที่จ่ายอยู่ระดับปัจจุบัน บริษัทฯ จึงตั้งเป้ากระแสเงินสดโดยรวมของธุรกิจต้องสูงกว่าปีที่แล้ว เพื่อสามารถบริหารจัดการต้นทุนและสินทรัพย์ได้อย่างเข้มงวด และไม่สร้างภาระหนี้สินเพิ่มเติม
นายธรรมศักดิ์ กล่าวต่อว่า “แม้ภาพรวมเศรษฐกิจโลกและไทยในปี 69 จะชะลอตัว แต่เริ่มเห็นสัญญาณบวกในหลายธุรกิจ เช่น ธุรกิจเคมิคอลส์มีแนวโน้มทรงตัว จากกำลังการผลิตใหม่ของโลกลดลง และราคาวัตถุดิบมีแนวโน้มอ่อนตัว ผสานกับคาดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจละการลงทุนของภาครัฐมีความต่อเนื่อง ขณะที่ธุรกิจแพคเกจจิ้ง คาดดีมานด์บรรจุภัณฑ์ยังเติบโต รับแรงหนุนการบริโภคในประเทศของกลุ่มอาเซียนที่เพิ่มขึ้น”
อีกทั้งบริษัทฯ มองว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจของเวียดนามมีแนวโน้มเติบโตดีต่อเนื่อง ซึ่งเอื้อต่อการลงทุนและขยายตลาดในเวียดนาม โดยบริษัทฯ จ่อเพิ่มกำลังการผลิตกระเบื้องเกลซพอร์ซเลน (Glazed Porcelain Tile) ซึ่งเป็นสินค้าที่มี High Value Added (HVA) อีกราว 6.6 ล้านตารางเมตรต่อปี หนุนให้บริษัทฯ มีกำลังการผลิตกระเบื้องเกลซพอร์ซเลนทั้งสิ้นกว่า 26 ล้านตารางเมตรต่อปี
นอกจากนี้ การเติบโตทางเศรษฐกิจของเวียดนามแนวโน้มดีต่อเนื่อง เอื้อต่อการลงทุนและขยายตลาด เอสซีจีจึงวางแนวทางหลักเพื่อเร่งคว้าโอกาสดังกล่าวในปี 69 ไว้ 4 ด้าน ได้แก่
1. เข้มข้น ด้วยวินัยการเงิน บริหารกระแสเงินสดให้มั่นคง ใช้เงินลงทุนอย่างระมัดระวัง มุ่งลดต้นทุนด้วยพลังงานสะอาด และเพิ่มประสิทธิภาพด้วย AI &Robotics
2. เข้มแข็ง เพิ่มขีดความสามารถทั่วทั้งองค์กร เดินหน้ากลยุทธ์ “Regional Optimization” ชู “เวียดนาม” เป็นฐานการผลิตสินค้า เช่น ปูนซีเมนต์คาร์บอนต่ำ กระเบื้องเกรซพอร์ซเลน และการลงทุน ซึ่งคิดเป็น 27% ของสินทรัพย์รวมของเอสซีจีในปัจจุบัน เพื่อรองรับการบริโภคในประเทศ และการส่งออกสู่ตลาดโลก จากปัจจัยบวกที่คาดว่าปี 69 GDP เวียดนามจะโต 7.0% ต้นทุนที่แข่งขันได้ และความได้เปรียบด้านข้อตกลงเขตการค้าเสรี (FTA) กับกว่า 60 ประเทศ รวมถึงการขยายพอร์ตสินค้าและบริการเติบโตสูง ทั้ง “สินค้าคุณภาพดี ราคาคุ้มค่า – Smart Value Products (SVP)” “สินค้ามูลค่าเพิ่มสูง – High Value Added (HVA) Products” และ “สินค้ากรีน – Green Products”
3. เสริมแกร่ง รุกธุรกิจเติบโตระยะยาว เช่น โครงการเพิ่มวัตถุดิบก๊าซอีเทนที่โรงงาน LSP หรือ ลองเซิน ปิโตรเคมิคอลส์ ประเทศเวียดนาม (โครงการ LSPE) เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้วัตถุดิบ โดยโครงการคืบหน้าตามแผน คาดว่าจะแล้วเสร็จปลายปี 2570
4. เอาอยู่ พร้อมสู้ทุกความท้าทาย โดยประเมินทั้งโอกาสและความท้าทายรอบด้านอยู่เสมอ เพื่อพร้อมสู้กับทุกสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว
“แม้ปี 69 ยังมีความท้าทายจากเศรษฐกิจโลกและไทย แต่เอสซีจีจะเดินหน้าสร้างความแข็งแกร่งทางการเงิน มุ่งยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของทุกธุรกิจ พร้อมสู้ทุกความท้าทาย และหาโอกาสเติบโตใหม่ ๆ มั่นใจว่าเรา “เข้มข้น – เข้มแข็ง – เสริมแกร่ง – เอาอยู่” นายธรรมศักดิ์ กล่าว