“ศรพล” กางโรดแมป 5 มิติ ขับเคลื่อน “Sustainable Economy” มุ่งสู่โอกาสทางธุรกิจที่ยั่งยืน พร้อมเร่ง บจ. ไทยปรับตัวรับเกณฑ์โลก ผ่านโครงการ Jump+ ยกระดับ ESG สร้างความเชื่อมั่นนักลงทุนทั่วโลก
ดร.ศรพล ตุลยะเสถียร รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานพัฒนาความยั่งยืนตลาดทุน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ร่วมแสดงวิสัยทัศน์ในหัวข้อ “Sustainable Economy” ภายในงาน “The Better Planet 2026 Sustainable Economy” ซึ่งจัดขึ้นโดยสำนักข่าว The Better กล่าวว่า “เศรษฐกิจไทยที่เติบโตนั้นแลกมาด้วยอากาศที่สกปรกขึ้น โดยตลอด 50 ปีที่ผ่านมา เราปล่อยมลพิษเพิ่มขึ้นเป็น 5 เท่า ส่งผลให้เกิดความเสียหายในเชิงเศรษฐกิจ รวมมูลค่ากว่า 1,476.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อปี นอกจากนี้ยังทำให้เกิดความเลื่อมล้ำทางสังคม โดยพบว่าคนที่มีโอกาสทางสังคม มักเป็นคนที่ได้รับโอกาสทางเศรษฐกิจเสมอ ฉะนั้นความยั่งยืนจึงมีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจเป็นอย่างมาก ถึงเวลาที่ประเทศไทยต้องเร่งปรับตัว คำนึงถึงความยั่งยืนทั้งในระดับประเทศ บริษัท และปัจเจกบุคคล เพื่อสร้างระบบเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างมีคุณภาพในระยะยาว โดยไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมและสังคม และไม่ผลักภาระไปยังคนรุ่นถัดไป”
ปัจจุบันนักลงทุนและบริษัทฯ ต่างให้ความสนใจการลงทุนพร้อมคำนึงถึงความยั่งยืนเพิ่มมากขึ้น สะท้อนจากปริมาณการออกกองทุนในปี 2568 ที่มีกองทุน CG, ESG และ Thai ESG & Thai ESGX แตะ 259 กองทุน เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปี 2567 ที่ 155 กองทุน และมีมูลค่ารวมของเงินลงทุน (AUM) กว่า 150,053 ล้านบาท เช่นเดียวกับการออกตราสารหนี้ด้าน ESG ไทยในปี 2568 ที่เติบโตขึ้น 12% (YoY) แตะ 149 ตราสารหนี้ และมีมูลค่าคงค้างของตราสารหนี้สูงถึง 913,636 ล้านบาท ซึ่งตอกย้ำให้เห็นชัดว่านักลงทุนให้ความสำคัญกับ ESG อย่างจริงจัง ไม่ใช่เพียงกระแสชั่วคราว แต่กลายเป็นปัจจัยหลักในการตัดสินใจลงทุนและการระดมทุนของตลาดทุนไทยในอนาคต
ตลาดหลักทรัพย์ฯ ในฐานะที่เป็นตัวกลางเชื่อมโยงระหว่างบริษัทจดทะเบียนฯ และผู้ลงทุน ได้คำนึงถึงการขับเคลื่อน Sustainable Economy ผ่านกลยุทธ์ความยั่งยืน 5 มิติสำคัญ คือ 1) Sustainable Business การพัฒนาการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนทั้งในเชิงกว้าง (CG-ESG-SDG) และเชิงลึก (Climate Crisis, Human Rights) 2) Sustainable Investment การส่งเสริมให้เกิดการลงทุนอย่างยั่งยืน และการพัฒนาสินค้า/บริการที่เกี่ยวข้อง 3) ESG Infrastructure Development ยกระดับคุณภาพและการเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืนเพื่อการ ตัดสินใจลงทุน (ระดับ Mandatory / Recommended) 4) Sustainability Education การส่งเสริมความรู้เรื่อง ESG เพื่อยกระดับคุณภาพบริษัทจดทะเบียน และกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม รวมถึงการพัฒนาบุคลากร ด้าน ESG เพื่อรองรับการพัฒนาความยั่งยืนในตลาดทุน และ 5) SET’s Internal ESG Development การพัฒนาความยั่งยืนของกลุ่มตลาดหลักทรัพย์ฯ ให้มีประสิทธิภาพ มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม และสอดคล้องกับมาตรฐานสากล
หนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ พัฒนามาเพื่อยกระดับศักยภาพบริษัทจดทะเบียนให้เติบโตอย่างยั่งยืน (ESG) คือโครงการ JUMP+ โดยมุ่งส่งเสริมให้บริษัทจัดทำแผนพัฒนาเชิงกลยุทธ์ที่ครอบคลุมด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ควบคู่กับการเปิดเผยข้อมูลและสื่อสารความคืบหน้าต่อนักลงทุนอย่างโปร่งใส เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นและความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว ซึ่งปัจจุบันมี 112 บริษัทเข้าร่วมโครงการ (ข้อมูล ณ วันที่ 20 ม.ค.2569) คาดว่าจะมีบริษัทที่สนใจเข้าร่วมโครงการเพิ่มเติมอีกภายในเดือนมีนาคม 2569
ทั้งนี้ตลาดหลักทรัพย์ฯ มองว่าการขับเคลื่อน Sustainable Economy ไม่ใช่เป็นเพียงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม แต่คือการปรับโครงสร้างระบบเศรษฐกิจให้มีความยืดหยุ่นและพร้อมรับมือกับกฎกติกาโลกใหม่ เพื่อสร้างความมั่นใจว่าการเติบโตของตลาดทุนไทยจะสามารถส่งต่อความมั่งคั่งและทรัพยากรที่สมบูรณ์ไปยังคนรุ่นถัดไปได้อย่างมั่นคง