"บวรศักดิ์" ถกรับมือน้ำท่วม โอดไทยมีกฎหมายดี หน่วยงานเยอะ แต่พอเกิดเหตุไม่รู้ใครต้องทำ จ่อถอดบทเรียนน้ำท่วมแบบญี่ปุ่น

 
"บวรศักดิ์" นั่งประธานคกก.พร้อมรับมือมหาอุทกภัย ก่อนนายกฯ เข้าทำเนียบฯ ฉะประเทศมีกฎหมายสถานการณ์ฉุกเฉิน แต่เกิดภัยพิบัติฉับพลัน ไม่รู้ใครต้องทำ เตรียมถอดบทเรียนแบบญี่ปุ่น

เวลา 10.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการถอดบทเรียนและเตรียมความพร้อมรับมือมหาอุทกภัย ครั้งที่ 1/2568 โดยเมื่อถึงเวลาประชุมนายกฯยังมาไม่ถึง จึงแจ้งให้นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี ทำหน้าที่เปิดการประชุมไปก่อน จนกระทั่งเวลา 11.36 น.นายกฯ เดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาล และเป็นประธานการประชุมในเวลา 10.50 น.

นายบวรศักดิ์ กล่าวเปิดการประชุมแทนนายกฯว่า การประชุมในเดียวกันนี้ตั้งขึ้นตามคำสั่งนายกฯ มีการแจ้งให้คณะรัฐมนตรี(ครม.)ทราบ และจะเห็นได้ว่าในคำสั่งต้องการให้ศึกษาบทเรียนมหาอุทกภัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เกิดขึ้นที่จังหวัดสงขลา รวมถึงเมื่อปี 2554 เพื่อเอาสิ่งที่ต้องถอดบทเรียนและเตรียมความพร้อมไปใช้ในอนาคต สำหรับทุกพื้นที่ นายกฯ เคยปรารภว่า ต้องทำให้เป็นสถาบัน รวมทั้งต้องฝึกซ้อม จึงเชิญรองนายกฯ ทุกท่านซึ่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสำคัญเข้าร่วมประชุม และข้าราชการประจำและผู้ทรงคุณวุฒิ

"ประเทศไทยมีกฎหมายดีๆ มีกฎหมายสถานการณ์ฉุกเฉิน กฎหมายป้องกันภัยพลเรือน กฎหมายป้องกันและบรรเทาสารณภัย กฎหมายทรัพยากรน้ำ มีหมด มีหน่วยงานเต็มไปหมด แต่เวลาเกิดภัยพิบัติฉับพลันทันด่วนอย่างนี้โครงสร้างอำนาจและการวินิจฉัยสั่งการมันไม่เป็นไปตามที่มันควรจะเป็น" นายบวรศักดิ์ กล่าว

นายบวรศักดิ์ กล่าวอีกว่า การเชิญประชุมในวันนี้ไม่ใช่แค่แก้ปัญหาอุทกภัยหาดใหญ่ แต่เพื่อการป้องกันในอนาคตว่าถ้าเกิดสิ่งเหล่านี้ขึ้น จะได้เอาคู่มือไปใช้ทั้งภาคประชาชน เจ้าหน้าที่ของรัฐ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องทำตามคู่มือนี้ ซึ่งหมายถึงรัฐบาลต้องการถอดบทเรียนและทำระบบสำหรับอนาคต พอเกิดเหตุขึ้น ทุกคนอยากทำ อยากช่วย แต่ไม่รู้ว่าต้องทำอะไร ใครเป็นคนสั่ง เราจะถอดบทเรียนจากประเทศญี่ปุ่นด้วย ซึ่งเขาเกิดภัยพิบัติมากแต่ความเสียหายน้อย เพราะเขามีการฝึกซ้อม ประเทศไทยในเขตพื้นที่ภัยพิบัติ อย่างแรกอาจจะต้องถอดบทเรียนแบบญี่ปุ่น เพราะฉะนั้นขอขอบคุณทุกท่าน ท่านผู้รู้ที่เชิญมา ตลอดจนผู้แทนส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เราถือว่าชุดนี้เป็นชุดเทคนิคไม่ใช่ชุดนโยบาย ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้ความสำคัญ

นายบวรศักดิ์  แถลงภายหลังการประชุมคณะกรรมการถอดบทเรียนและเตรียมความพร้อมรับมือมหาอุทกภัย ครั้งที่ 1/2568 ว่า ที่ประชุมได้ตั้งคณะอนุกรรมการ 5 คณะ ประกอบด้วย คณะอนุกรรมการเตรียมความพร้อมในการรับมืออุทกภัย เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลการพยากรณ์เกี่ยวกับกรณีที่อาจเกิดอุทกภัย และการจัดทำระบบเตือนภัยเพื่อให้ประชาชนได้รับรู้ทันท่วงที โดยเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ หรือ สทนช. เป็นประธาน โดยจะนำนักวิชาการ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคมเข้ามาร่วมด้วย

คณะอนุกรรมการด้านการป้องกันและลดผลกระทบ พิจารณาเรื่องการดูแลและอพยพประชาชน รวมถึงระบบสาธารณูปโภค ระบบการสื่อสาร โดยให้ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานคณะอนุกรรมการจัดการในภาวะฉุกเฉิน พิจารณาศึกษาเรื่องการเข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยจะให้ผู้บัญชาการทหารสูงสุดเป็นประธาน คณะอนุกรรมการด้านการจัดการหลังเกิดอุทกภัย การจัดการขยะและทำความสะอาดพื้นที่ที่ประสบภัย ให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยและปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นประธานร่วมกัน

และคณะอนุกรรมการประสานงานภาพรวม มีนายบวรศักดิ์ เป็นประธานและรับผิดชอบเอง ซึ่งคณะนี้จะพิจารณาเรื่องการใช้เอไอ แพลตฟอร์ม ในการวิเคราะห์ข้อมูลและเรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยวันที่ 6 ธันวาคม รองนายกรัฐมนตรีพร้อมด้วยคณะผู้เชี่ยวชาญ คือ นายเสรี ศุภราทิตย์, นายรอยล จิตรดอน , นายอานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา รวมถึงผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ จีสด้า และเลขาธิการ สนทน. จะลงพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อให้ดูพื้นที่จริง รวมถึงหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ เพื่อหาวิธีป้องกันพื้นที่หาดใหญ่หากอนาคตเกิดปัญหาน้ำท่วม

ทั้งนี้ ได้กำหนดให้คณะอนุกรรมการแต่ละชุดรายงานความคืบหน้ามาให้นายบวรศักดิ์ทราบทุกสองสัปดาห์ และหวังว่า คณะกรรมการชุดนี้จะต้องเสร็จภายใน 3 เดือน แล้วจะนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อกำหนดการเตรียมความพร้อมสำหรับการรับมือน้ำท่วมในอนาคต

ส่วนปัญหาเรื่องเอกสารการเยียวยาผู้ประสบภัยนั้น รองนายกรัฐมนตรีจะหารือกับผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง. และ สตง.ในพื้นที่ที่น้ำท่วมภาคใต้ ในวันที่ 8 ธันวาคมนี้ เพื่อทำความเข้าใจร่วมกันว่าช่วงสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ ขณะนี้ต้องการให้ทาง สตง.เข้าใจสถานการณ์ หากไม่เกิดการทุจริต และทางหน่วยงานในพื้นที่ต้องการทำเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ก็ต้องการให้ สตง. เรื่องระเบียบที่เกี่ยวข้องกับพัสดุ และการจัดซื้อจัดจ้างด้วย ซึ่ง สตง.ก็เข้าใจสถานการณ์ และจะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานที่อยู่ในพื้นที่หน้างาน

ด้านนายเสรี บอกเสริมว่า หลังจากคณะอนุกรรมการแต่ละชุดไปศึกษา และจัดทำรายละเอียดว่า แต่ละแผนหรือแต่ละกิจกรรมใดบ้างที่ทำไปแล้วก่อนหน้านี้ ประสบความสำเร็จหรือมีอะไรเป็นช่องว่าง โดยข้อมูลเหล่านี้ จะเป็นคำตอบได้ว่า ต้องทำอะไรเพิ่มเติมหรือไม่

ขณะที่นายแก้วสรร บอกว่า ไม่ว่าประเทศไหนเมื่อเกิดเหตุ ก็ต้องมีการถอดบทเรียนเพื่อนำมาปรับปรุง จึงขออย่ามองว่ารัฐบาลทำเรื่องนี้เพื่อเป็นการหาเสียง เพราะไม่ว่าใครจะเป็นรัฐบาลก็ต้องทำ

TAGS: #น้ำท่วม #สงขลา #หาดใหญ่ # ภาคใต้ #บวรศักดิ์อุวรรณโณ #ญี่ปุ่น