LHSC กองรีทโครงการศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 จากกลุ่ม บมจ. แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ เตรียมลงทุนเพิ่มเติมครั้งที่ 1 ใน “โครงการศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 พัทยา” ท่าอากาศยานแห่งการช้อปปิ้งใจกลางพัทยาเหนือ
ประเสริฐ ศรีอุฬารพงศ์ กรรมการ บริษัท แอล เอช มอลล์ แอนด์ โฮเทล จำกัด ในฐานะ Sponsor ของทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ แอล เอช ช้อปปิ้ง เซ็นเตอร์ (LHSC) เปิดเผยว่า กลุ่มแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ เป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำทั้งโครงการบ้านจัดสรรและคอนโดมิเนียมในประเทศไทยมากว่า 40 ปี และได้ขยายธุรกิจสู่การพัฒนาโครงการศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 โดยเปิดให้บริการโครงการศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 อโศก ในปี 2554 ซึ่งเป็นศูนย์การค้า Flagship แห่งแรกของกลุ่มแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ และสร้างประสบการณ์ใหม่ที่แตกต่างด้วยการนำแนวคิดของท่าอากาศยานช้อปปิ้งและความบันเทิงที่พร้อมตอบรับทุกไลฟ์สไตล์ ภายใต้การออกแบบในสไตล์ Market Street ที่จำลองบรรยากาศของมหานครแห่งการช้อปปิ้งชั้นนำระดับโลกมาไว้ในที่เดียว

ทั้งนี้ พัทยาถือเป็นเมืองท่องเที่ยวชั้นนำระดับโลกที่ได้รับความนิยมจากชาวต่างชาติ เช่น รัสเซีย จีน เกาหลี และ คนไทยมาอย่างต่อเนื่อง โดยมีสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลายตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์ มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน สามารถเดินทางมาท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี อีกทั้งเป็นศูนย์กลางการจัดงานอีเวนต์และความบันเทิง โดยเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา โครงการศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 พัทยา ถูกใช้เป็นสถานที่ปล่อยตัวและเส้นชัยของงานพัทยามาราธอน 2024 งานใหญ่ระดับประเทศประจำปีของเมืองพัทยาที่มีผู้เข้าร่วมแข่งขันกว่า 15,000 คน ซึ่งสามารถดึงดูดผู้ใช้บริการในศูนย์การค้าได้กว่า 70,000 คนต่อวัน นอกจากนี้ พัทยายังมีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านต่างๆ อย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เช่น โครงการรถไฟเชื่อม 3 สนามบินเพื่อรองรับโครงการระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ในพื้นที่จังหวัดชลบุรี ซึ่งจะเพิ่มศักยภาพและความสะดวกรวดเร็วด้านการคมนาคม
ด้านมนรัฐ ผดุงสิทธิ์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุน แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (LH Fund) ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์ LHSC กล่าวว่า แนวโน้มนโยบายการเงินและทิศทางอัตราดอกเบี้ยที่เป็นขาลง หลังจากธนาคารกลางหลายแห่งนำโดยธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) และธนาคารกลางยุโรป ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา จะส่งผลดีต่อการดำเนินงานของ Property Fund & REIT (พร็อพเพอร์ตี้ฟันด์และรีท) ที่จะมีต้นทุนทางการเงินลดลง หากธนาคารแห่งประเทศไทยและสถาบันการเงินเริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ยตาม
ขณะที่กองรีทกลุ่มรีเทลที่ลงทุนในศูนย์การค้า Tourist Mall มีแนวโน้มการเติบโตของรายได้ที่ดีตามจำนวนนักท่องเที่ยวและการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้น โดยพบว่าช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาประเทศไทยแล้ว 17.5 ล้านคน เพิ่มขึ้นประมาณ 35% จากช่วงครึ่งแรกของปี 2566 และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยคาดการณ์นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาประเทศไทยในปี 2567 ที่ 36 ล้านคน
โดย LHSC กองรีทภายใต้การจัดการของ LH Fund ซึ่งปัจจุบันลงทุนในโครงการศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 อโศก มีกลุ่มลูกค้าชาวไทยและนักท่องเที่ยวหลากหลายชาติ ส่งผลให้ได้รับอานิสงส์จากการขยายตัวของภาคการท่องเที่ยวและธุรกิจค้าปลีกอย่างชัดเจน ล่าสุด LHSC เตรียมลงทุนเพิ่มเติมครั้งที่ 1 ในสิทธิการเช่าโครงการศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 พัทยา มูลค่ารวมไม่เกิน 5,700 ล้านบาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้อง) โดยจะมีแหล่งเงินทุนมาจากการออกและเสนอขายหน่วยทรัสต์เพิ่มทุนมูลค่ารวมไม่เกิน 3,190 ล้านบาท และส่วนที่เหลือจะมาจากเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน ซึ่งจะขยายพอร์ตสินทรัพย์ให้เติบโตกว่าเท่าตัวและมีสัดส่วนการลงทุนในกรุงเทพฯ และพัทยาใกล้เคียงกัน ช่วยกระจายความเสี่ยงและสร้างความมั่นคงของแหล่งรายได้ รวมถึงเป็นโอกาสเพิ่มผลตอบแทนที่ดียิ่งขึ้นแก่ผู้ถือหน่วยทรัสต์

ด้านจิตติสา เจริญพานิช ผู้บริหารงานวาณิชธนกิจ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายร่วม กล่าวว่า LHSC เป็นสินทรัพย์ทางเลือกที่น่าสนใจในการลงทุน โดยในจังหวะนี้มีปัจจัยเชิงบวกที่หนุนให้ LHSC มีความโดดเด่น ทั้งจากปัจจัยแนวโน้มและทิศทางอัตราดอกเบี้ยที่เป็นขาลง ที่ทำให้ดัชนีราคาของกลุ่ม Property Fund & REIT เริ่มทยอยปรับตัว อีกทั้งการขยายตัวภาคการท่องเที่ยวที่เป็นผลบวกต่อธุรกิจที่รายได้หลักเติบโตตามภาคการท่องเที่ยว ซึ่งปัจจุบันมีกองรีทในกลุ่มรีเทลเพียงไม่กี่กองที่ลงทุนในศูนย์การค้าหรือพื้นที่ค้าปลีกที่โลเคชันอยู่ในศูนย์กลางธุรกิจและแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับอานิสงส์จากการขยายตัวภาคการท่องเที่ยวดังกล่าวอย่างชัดเจนเหมือนอย่าง LHSC นอกจากนี้ทรัพย์สินที่ LHSC ลงทุน พัฒนาและบริหารโดยกลุ่มแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของประเทศ และมีผู้จัดการกองทรัสต์ที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการบริหารจัดการกองทุนอสังหาริมทรัพย์และกองทรัสต์อย่างบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด โดย LHSC มีประวัติการจ่ายปันเงินผลอย่างสม่ำเสมอและมีผลการดำเนินงานที่ดี และการเพิ่มทุนในครั้งนี้มีประมาณการอัตราจ่ายประโยชน์ตอบแทนภายหลังเข้าลงทุนเพิ่มเติมในปีแรกอยู่ที่กว่า 9.5%
ขณะที่การลงทุนเพิ่มเติมครั้งที่ 1 LHSC คาดว่าจะแจ้งราคาเสนอขายสูงสุดของหน่วยทรัสต์เพิ่มเติม โดยจะประกาศผ่านเว็บไซต์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในวันที่ 29 ตุลาคม 2567 โดยผู้ถือหน่วยทรัสต์เดิมของ LHSC และประชาชนทั่วไป จองซื้อพร้อมกันในวันที่ 4 – 8 พฤศจิกายน 2567 ที่ราคาเสนอขายสูงสุด
ด้าน
โดยผู้จองซื้อที่เป็นผู้ถือหน่วยทรัสต์เดิมที่ได้รับสิทธิ กำหนดอัตราส่วนใช้สิทธิจองซื้อที่ 1 หน่วยทรัสต์เดิม ต่อ 0.5941 หน่วยทรัสต์เพิ่มเติม และกรณีที่ราคาเสนอขายสุดท้าย ต่ำกว่าราคาเสนอขายสูงสุด จะได้รับเงินส่วนต่างคืนภายใน 7 วันทำการ (กรณีโอนเงิน) และ 10 วันทำการ (กรณีจ่ายเช็ค) นับจากวันสิ้นสุดระยะเวลาการจองซื้อ
นายยศวีร์ สุทธิกุลพานิช ผู้บริหารสายงาน Investment Banking and Capital Markets ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายร่วม กล่าวว่า ภาพรวมตลาดทุนในปัจจุบันปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะตั้งแต่ไตรมาส 3/2567 ที่ผ่านมาดัชนี SET Index ได้ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับปริมาณซื้อขายเฉลี่ยต่อวันที่สูงขึ้นด้วย และกลุ่ม PF&REIT เองก็ปรับตัวดีขึ้นอย่างโดดเด่นเช่นกัน นอกจากนั้น ตลาดทุนยังจะได้รับปัจจัยสนับสนุนอย่างต่อเนื่องในไตรมาส 4/2567 ทั้งจากความคาดหวังจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล แนวโน้มในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของแบงก์ชาติ ซึ่งจะยิ่งส่งผลบวกต่อกลุ่ม PF&REIT รวมทั้งเม็ดเงินลงทุนใหม่จากกองทุนวายุภักษ์ และการเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่นด้านการท่องเที่ยว ซึ่งถือเป็นฟันเฟืองขนาดใหญ่ของเศรษฐกิจไทย ก็จะช่วยส่งเสริมตลาดทุนไทยให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง
ขณะที่ LHSC ถือเป็นกองรีทกลุ่มรีเทลที่มีศักยภาพสูง ที่มีกลุ่มแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ เป็น Sponsor ลงทุนในทรัพย์สินคุณภาพที่มีผลการดำเนินงานโดดเด่น และมีประวัติการจ่ายเงินปันผลที่ดีอย่างสม่ำเสมอ และการลงทุนเพิ่มเติมครั้งที่ 1 ในสิทธิการเช่าโครงการศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 พัทยา ในครั้งนี้ จะช่วยเพิ่มศักยภาพในการสร้างรายได้และผลตอบแทนแก่ผู้ถือหน่วยทรัสต์