NEW DENZA D9 ยกระดับยนตรกรรมพลังงานไฟฟ้าระดับพรีเมียม ชาร์จไฟ 10-97% ในเวลาเพียง 9 นาที ครั้งแรกใน NEW DENZA D9 สัมผัสความหรูหราเหนือระดับ ภายใต้แนวคิด ‘LIMITLESS ELEGANCE’ ปลดล็อกทุกการเดินทางด้วย
บริษัท บีวายดี ออโต้ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับ บริษัท เรเว่ ออโตโมทีฟ จำกัด ผู้จัดจำหน่ายและให้บริการหลังการขายรถยนต์พลังงานใหม่ BYD และ DENZA อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ภายใต้กลุ่มธุรกิจเรเว่ เปิดตัว NEW DENZA D9 ภายใต้แนวคิด ‘LIMITLESS ELEGANCE’ ยกระดับมาตรฐานรถ Large MPV ด้วยยนตรกรรมพลังงานไฟฟ้าระดับพรีเมียมที่ผสานความหรูหรา ความสะดวกสบาย เทคโนโลยี และพื้นที่ใช้สอยสำหรับการเดินทาง พร้อมนวัตกรรม BYD 2nd Generation Blade Battery และ BYD FLASH TECHNOLOGY รองรับการชาร์จจาก 10-97% ภายในเวลาเพียง 9 นาที
NEW DENZA D9 มีให้เลือก 2 รุ่นย่อย ได้แก่ รุ่น Extended ระบบขับเคลื่อนล้อหน้า (FWD) ให้กำลังสูงสุด 340 กิโลวัตต์ แรงบิดสูงสุด 365 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 8.5 วินาที และระยะทางวิ่งสูงสุด 730 กิโลเมตรตามมาตรฐาน NEDC
ส่วนรุ่น Performance AWD ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ (AWD) ให้กำลังสูงสุด 410 กิโลวัตต์ แรงบิดสูงสุด 445 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 7.3 วินาที และระยะทางวิ่งสูงสุด 650 กิโลเมตรตามมาตรฐาน NEDC โดยทั้งสองรุ่นมาพร้อมแบตเตอรี่ BYD 2nd Generation Blade Battery ขนาด 115 kWh สถาปัตยกรรม 1000V เทคโนโลยี BYD FLASH TECHNOLOGY และช่วงล่างอัจฉริยะ DiSus-C Dual-Valve
ด้านความสะดวกสบายและพื้นที่ใช้สอย NEW DENZA D9 จัดวางเบาะ 7 ที่นั่งแบบ 2-2-3 โดยรุ่น Performance AWD มาพร้อมเบาะหนังแท้ Nappa การตกแต่งด้วยไม้แท้ และวัสดุบุเพดานหนังกลับ ขณะที่เบาะแถวที่ 2 ของรุ่น Extended เป็นแบบ Zero Gravity ปรับไฟฟ้าพร้อมระบบนวด 10 จุด ส่วนรุ่น Performance AWD เป็นเบาะ Air SPA Zero-Gravity ปรับไฟฟ้า 14 ทิศทาง พร้อมจุดนวด 16 จุด นอกจากนี้ เบาะแถวที่ 3 ของทั้งสองรุ่นปรับไฟฟ้า 4 ทิศทางและพับไฟฟ้า โดยรุ่น Performance AWD เพิ่มระบบอุ่นและระบายอากาศ พร้อมหน้าจอมัลติมีเดียสำหรับผู้โดยสารแถวที่ 2 ขนาด 12.8 นิ้ว จำนวน 2 จอ และ HD Webcam
ด้านพื้นที่เก็บสัมภาระสามารถขยายได้สูงสุด 2,436 ลิตร รวมช่องเก็บของใต้พื้น 126 ลิตร รองรับกระเป๋าเดินทางขนาด 20 นิ้วได้ถึง 7 ใบ
.jpg)
ด้านสมรรถนะและเทคโนโลยีการชาร์จ NEW DENZA D9 ใช้แบตเตอรี่ BYD 2nd Generation Blade Battery ความจุ 115 kWh บนสถาปัตยกรรม 1000V รองรับ BYD FLASH TECHNOLOGY สามารถชาร์จไฟจาก 10% ถึง 70% ในเวลา 5 นาที และจาก 10% ถึง 97% ภายใน 9 นาที พร้อมช่วงล่างอัจฉริยะแบบวาล์วคู่ DiSus-C Dual-Valve ช่วยเพิ่มความนุ่มนวลและเสถียรภาพในการขับขี่ ลดอาการโคลงขณะเข้าโค้ง 22% และลดอาการหน้าเชิด-ท้ายยุบ 24%
ด้านเทคโนโลยีและความปลอดภัย มาพร้อมหน้าจอสัมผัสมัลติมีเดียขนาด 15.6 นิ้ว ระบบเสียง Devialet พร้อมลำโพง 16 ตำแหน่ง ระบบสั่งงานด้วยเสียงอิสระ 6 โซน Google Built-in แท่นชาร์จไร้สาย 50W จำนวน 4 จุด ถุงลมนิรภัย 9 ตำแหน่ง และระบบ ADAS พร้อมระบบแจ้งเตือนอันตรายจากพฤติกรรมผู้ขับขี่ (DMS) ส่วนรุ่น Performance AWD เพิ่ม W-HUD ขนาด 12 นิ้ว กระจกมองหลัง Streaming Rearview Mirror และระบบ AR Projection สำหรับเปิดประตูสไลด์ไฟฟ้าและฝาท้ายอัตโนมัติ รวมถึง Denza Digital Key ที่รองรับการใช้สมาร์ตโฟนและอุปกรณ์ที่รองรับเป็นกุญแจดิจิทัล พร้อมทางเลือกการเข้าถึงรถ 7 รูปแบบ
%20.jpg)
ด้านการออกแบบ NEW DENZA D9 ถ่ายทอดเอกลักษณ์ผ่านแนวคิดการออกแบบด้านหน้า π-Motion เสริมด้วยไฟท้าย LED รูปทรงลูกศรและเส้นสายด้านข้างที่ได้แรงบันดาลใจจากดาวตก ตัวรถมาพร้อมประตูสไลด์ไฟฟ้าสองด้าน มีสีภายนอกให้เลือก 4 สี ได้แก่ Whale Sea Blue, Arctic White, Quantum Black และ Titanium Grey
ทั้งนี้ NEW DENZA D9 สานต่อความสำเร็จของ DENZA D9 ด้วยการรักษาเอกลักษณ์ความหรูหราและฟังก์ชันหลัก พร้อมเพิ่มเติมเทคโนโลยีและอุปกรณ์อำนวยความสะดวก โดยรุ่น Extended เพิ่มระบบช่วงล่าง DiSus-C Dual-Valve ระบบช่วยเตือนและเบรกอัตโนมัติเมื่อมีรถผ่านทางแยกด้านหน้า (FCTA และ FCTB) รวมถึงระบบตรวจจับความเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่ (DMS) ส่วนรุ่น Performance AWD เพิ่มสมรรถนะมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสำหรับผู้โดยสาร
สำหรับราคาจำหน่ายปี 2569 รุ่น Premium (FWD) ราคา 2,199,900 บาท และรุ่น Performance AWD ราคา 2,599,900 บาท โดยเป็นราคาพิเศษสำหรับลูกค้าที่รับรถภายในปี 2569 ก่อนปรับราคาขึ้นในปี 2570 ตามโครงสร้างอัตราภาษีสรรพสามิตรถยนต์ไฟฟ้าใหม่ ผู้สนใจสามารถสัมผัสรถและทดลองขับ NEW DENZA D9 ได้ที่โชว์รูมและศูนย์บริการ DENZA ทั่วประเทศ