Yo-Chi โยเกิร์ตดังจากเมลเบิร์น ปักหมุดไทยสาขาที่ 80 ของโลก มาพร้อมคอนเซปต์ “ผับที่ไม่มีเบียร์”

Yo-Chi โยเกิร์ตดังจากเมลเบิร์น ปักหมุดไทยสาขาที่ 80 ของโลก มาพร้อมคอนเซปต์ “ผับที่ไม่มีเบียร์”

ช่วงนี้เทรนด์กินของอร่อยที่ดูแลสุขภาพไปพร้อมกันกำลังมาแรงในไทย ไม่ว่าจะเป็นโฟรเซ่นโยเกิร์ต โยเกิร์ตพร้อมดื่ม หรืออาซาอิ ที่เริ่มเห็นแบรนด์ใหม่ๆ เข้ามาทำตลาดและขยายสาขากันมากขึ้น ล่าสุดถึงคิวของ "Yo-Chi" (โย-ชิ) แบรนด์โฟรเซ่นโยเกิร์ตจากออสเตรเลีย ที่เลือกเซ็นทรัลเวิลด์เป็นสาขาแรกในไทย พร้อมวางแผนขยายสาขาในกรุงเทพฯ และภูมิภาคอื่นๆ ในอนาคต

สิ่งที่ Yo-Chi อยากขายไม่ได้มีแค่โยเกิร์ต แบรนด์มองว่า ร้านสามารถเป็นพื้นที่ให้คนมานั่งเล่น พบปะเพื่อนฝูง และใช้เวลาด้วยกันได้ โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เหมือนการไปผับหรือบาร์

โอลิเวอร์ อัลลิส (Oliver Allis) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายแบรนด์และผู้ร่วมก่อตั้ง Yo-Chi เล่าว่า ปัจจัยในการเลือกขยายสาขามายังประเทศไทย เพราะเริ่มมองเห็นแนวโน้มที่คนรุ่นใหม่ต้องการใช้เวลาไปกับการพบปะสังสรรค์และเชื่อมโยงกันมากขึ้น โดยพื้นที่ปลอดภัยในลักษณะนี้ไม่จำเป็นต้องเกี่ยวข้องกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ปัจจุบันมีทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพมากกว่าการไปผับ บาร์ หรือไนต์คลับ 

ผู้ก่อตั้ง Yo-Chi ยังให้นิยามแบรนด์ ว่า เป็นคือพื้นที่พบปะสังสรรค์ที่ทุกคนสนุกและใช้เวลาร่วมกันได้ เปรียบเสมือน "ผับที่ไม่มีเบียร์" จึงเป็นเหตุผลที่ตัดสินใจพาร้านโฟรเซ่นโยเกิร์ตเข้ามาปักหลักในไทย ซึ่งเป็นสาขานอกประเทศแห่งที่ 4 ด้วย

สำหรับ Yo-Chi สาขาแรกในไทยตั้งอยู่ที่เซ็นทรัลเวิลด์ เปิดให้บริการเวลา 10.00-00.00 น. บนพื้นที่กว่า 207 ตารางเมตร ตกแต่งด้วยกระเบื้องลายหินอ่อนและไม้โทนอบอุ่น ให้ความรู้สึกเป็นกันเอง พร้อมที่นั่งหลายจุดสำหรับลูกค้าที่อยากแวะมากินขนมหรือนั่งคุยกับเพื่อน

พิเศษสำหรับประเทศไทยเท่านั้น คือ องค์ประกอบร้านที่เพิ่มความสนุกให้ลูกค้า อย่าง ลูกบอลดิสโก้ หรือบูธดีเจ 

เมนูของ Yo-Chi แบรนด์ระบุว่าใช้ นมสดในการผลิตทุกเมนู โดยไม่ใช้นมผง มีรสชาติให้เลือกทั้ง Signature Tart รสดั้งเดิมที่ได้รับความนิยม รวมถึง Salted Butterscotch, Chocolate, Classic Vanilla และ Strawberries & Cream นอกจากนี้ยังมีรสตามฤดูกาลอย่าง Mango และ Coconut รวมถึงรสชาติพิเศษที่พัฒนาขึ้นสำหรับแต่ละพื้นที่ด้วย

อีกหนึ่งไฮไลต์คือบาร์ท็อปปิ้งที่ให้ลูกค้าเลือกจับคู่ความอร่อยได้เอง ตั้งแต่สตรอว์เบอร์รีสดที่เตรียมใหม่ทุกวัน Cookie Dough ซิกเนเจอร์ น้ำพุ Nutella อุ่นๆ ไปจนถึง Mini Taiwanese Mochi

ส่วนท็อปปิ้งที่เพิ่มเข้ามาให้เข้ากับตลาดไทยก็มีทั้ง Thai Milk Tea Jelly, มะม่วงไทย, Coconut Chips และ Pipo Fruit Jelly โดยคิดราคาตามน้ำหนัก เริ่มต้น 73 บาทต่อ 100 กรัม

นอกจากโฟรเซ่นโยเกิร์ตแล้ว แบรนด์ยังต้องการนำเสนออาซาอิที่ทำจากวัตถุดิบออร์แกนิกคุณภาพสูงให้ผู้บริโภคไทยได้ลองด้วย

ปัจจุบัน Yo-Chi เปิดให้บริการทั่วโลก 80 สาขา หากนับรวมสาขาแรกในไทย แบ่งเป็นออสเตรเลียมากกว่า 75 สาขา สิงคโปร์ 2 สาขา สหราชอาณาจักร 1 สาขา สหรัฐอเมริกา 1 สาขา และไทย 1 สาขา โดยแบรนด์เริ่มต้นจากเมืองเมลเบิร์นในปี 2012

อย่างไรก็ตาม แม้จะเข้ามาเปิดตลาดในไทยแล้ว แต่ Yo-Chi ยังไม่เร่งเดินหน้าขยายสาขาในทันที เพราะต้องการดูเสียงตอบรับจากลูกค้าก่อน ทั้งในแง่ของรสชาติ คอนเซปต์ร้าน และประสบการณ์ที่แตกต่างจากร้านโฟรเซ่นโยเกิร์ตทั่วไป

หากสาขาแรกได้รับการตอบรับที่ดี แบรนด์จะเริ่มมองหาทำเลเพิ่มเติมในกรุงเทพฯ ก่อน แล้วจึงพิจารณาขยายไปยังต่างจังหวัดและภูมิภาคอื่นๆ ต่อไป โดยจะนำความคิดเห็นของลูกค้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการตัดสินใจด้วย

TAGS: #โยเกิร์ต #YoChi