Red Bull Power Race ปิดฉากซีซันแรกที่กรุงเทพฯ ดึงนักกีฬาไทย-นานาชาติ ชิงแชมป์ฟิตเนสเรสซิ่ง

Red Bull Power Race ปิดฉากซีซันแรกที่กรุงเทพฯ ดึงนักกีฬาไทย-นานาชาติ ชิงแชมป์ฟิตเนสเรสซิ่ง
“เรดบูล” ปิดฉาก Red Bull Power Race ซีซันแรกที่กรุงเทพฯ ดึงนักกีฬาไทย-นานาชาติ ลงสนามชิงแชมป์แรกฟิตเนสเรสซิ่งรูปแบบใหม่

เรดบูล ภายใต้กลุ่มธุรกิจ TCP ปิดฉากการแข่งขัน Red Bull Power Race ซีซันแรกในกรุงเทพฯ การแข่งขันฟิตเนสเรสซิ่งรูปแบบใหม่ ภายใต้แนวคิด “The Fastest Race, The Greatest Rush” หลังจัดรอบคัดเลือกและชิงแชมป์ประเทศไทยเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม ต่อด้วยรอบชิงแชมป์ระดับนานาชาติเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม ณ สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ โดยมีนักกีฬา 96 คนจากไทย มาเลเซีย เมียนมา และอินโดนีเซีย ร่วมประชันความเร็วและความแข็งแกร่ง เพื่อชิงแชมป์ระดับนานาชาติครั้งแรกและรางวัล Nations Trophy สำหรับประเทศที่ทำคะแนนรวมได้สูงสุด

นางสาวสุภสิตา ไกรศรี ประธานผู้บริหารสายงานการตลาด Global กลุ่มธุรกิจ TCP กล่าวว่า Red Bull Power Race เกิดขึ้นจากความตั้งใจที่จะสร้างประสบการณ์ให้ผู้คนได้ท้าทายตัวเองผ่านกีฬา พร้อมเชื่อมคนที่มีพื้นฐานและมาจากต่างพื้นที่ให้มาร่วมแข่งขันภายใต้ความท้าทายเดียวกัน โดยการแข่งขันครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งวิธีที่เรดบูลใช้ปลุกพลังให้ผู้คนกล้าก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเอง สอดคล้องกับเป้าหมาย “ปลุกพลัง...เพื่อวันที่ดีกว่า” ของกลุ่มธุรกิจ TCP

การแข่งขันออกแบบให้เข้าใจง่าย แต่ท้าทายทั้งความเร็ว ความแข็งแรง ความอึด และการบริหารแรง ผู้เข้าแข่งขันต้องวิ่ง 400 เมตร จำนวน 4 รอบ รวม 1,600 เมตร สลับกับการวิดพื้น ซิตอัป และสควอต โดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์เฉพาะทาง เปิดโอกาสให้ผู้ที่มีพื้นฐานการออกกำลังกายแตกต่างกันลงสนามเดียวกันได้

รอบชิงแชมป์ประเทศไทยมีผู้เข้าแข่งขัน 500 คน ก่อนคัดเลือกตัวแทนชาย 12 คน และหญิง 12 คน รวม 24 คน เข้าสู่รอบชิงระดับนานาชาติ โดยประเภทชาย “ปฏิการ เพชรศรีชา” หรือ “โค้ชเดี่ยว” คว้าแชมป์ด้วยเวลา 7.30 นาที ส่วนประเภทหญิง “ธัชชา คาวาชิมา” คว้าแชมป์ด้วยเวลา 9.31 นาที ทั้งนี้ การแข่งขันรอบคัดเลือกใน 4 ประเทศ ได้แก่ มาเลเซีย เมียนมา อินโดนีเซีย และไทย มีนักกีฬาจาก 33 ประเทศและดินแดนเข้าร่วม

สำหรับรอบชิงแชมป์ระดับนานาชาติ มีนักกีฬา 96 คนจาก 4 ประเทศเข้าร่วมแข่งขัน โดย Saddam Pittli ตัวแทนจากสนามมาเลเซีย คว้าแชมป์ประเภทชายด้วยเวลา 7.16 นาที ขณะที่ Yasmin Yukare นักกีฬาชาวบราซิลจากสนามอินโดนีเซีย คว้าแชมป์ประเภทหญิงด้วยเวลา 8.26 นาที ส่วนรางวัล Nations Trophy ซึ่งตัดสินจากคะแนนสะสมของนักกีฬาชายและหญิงในแต่ละรอบ ตกเป็นของมาเลเซียที่ทำคะแนนรวมได้สูงสุด

นายซิเกิร์ด ไมเคอ ผู้อำนวยการโครงการ Red Bull Power Race กล่าวว่า การแข่งขันนี้ออกแบบมาให้เข้าใจง่าย แต่ต้องอาศัยทั้งการตัดสินใจ การควบคุมความเร็ว และการบริหารแรงตลอดการแข่งขัน โดยการแข่งขันซีซันแรกในกรุงเทพฯ แสดงให้เห็นว่านักกีฬาที่มีพื้นฐานแตกต่างกันสามารถมาประชันกันได้ภายใต้กติกาเดียวกัน และเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการพัฒนาการแข่งขันต่อไป

การปิดฉากซีซันแรกของ Red Bull Power Race จึงเป็นอีกก้าวของการสร้างพื้นที่ให้คนรักกีฬาและการออกกำลังกายจากหลากหลายประเทศได้ทดสอบศักยภาพและก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเอง พร้อมต่อยอดการแข่งขันสู่เวทีที่เปิดโอกาสให้ผู้คนเข้าร่วมได้มากขึ้นในอนาคต ติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่ Redbullsport.com

TAGS: #RedBullPowerRace