กรุงไทย ประเมินเงินบาทระยะสั้นยังเผชิญความเสี่ยงสองทาง หลังข่าวเจรจาหยุดยิงสหรัฐฯ-อิหร่านยังไร้ข้อยืนยัน ขณะที่ดอลลาร์ ราคาน้ำมันผันผวน จับตาตัวเลขเงินเฟ้ออังกฤษ-ทิศทางดอกเบี้ย Fed กำหนดทิศทาง
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ที่ระดับ 33.63 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยจากราคาปิดวันก่อนหน้าที่ 33.65 บาทต่อดอลลาร์ โดยเงินบาทเคลื่อนไหวผันผวนในกรอบ 33.55-33.66 บาทต่อดอลลาร์ ตามสถานการณ์ในตะวันออกกลาง
ก่อนหน้านี้ เงินบาทแข็งค่าเข้าใกล้ระดับ 33.50 บาทต่อดอลลาร์ หลังมีกระแสข่าวว่าสหรัฐฯ และอิหร่านกลับมาเจรจาหยุดยิงและมีความคืบหน้า ส่งผลให้ดอลลาร์และราคาน้ำมันปรับตัวลดลง ขณะที่ทองคำฟื้นตัวขึ้น อย่างไรก็ตาม เมื่อทางการอิหร่านยืนยันว่าข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริง ราคาน้ำมันและดอลลาร์กลับมาปรับขึ้น กดดันเงินบาทและราคาทองคำ
สำหรับตลาดหุ้นสหรัฐฯ ดัชนี Dow Jones ปรับขึ้น 1.0% และ S&P 500 เพิ่มขึ้น 0.3% ขณะที่ Nasdaq Composite ลดลงเล็กน้อย 0.02% ส่วนตลาดหุ้นยุโรป STOXX 600 ลดลง 0.1% ด้านอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ผันผวนและมีจังหวะขึ้นทดสอบระดับ 5.13%
Krungthai GLOBAL MARKETS ประเมินว่าเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมงจะเคลื่อนไหวในกรอบ 33.50-33.70 บาทต่อดอลลาร์ โดยมีแนวต้านบริเวณ 33.70-33.75 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งอาจมีแรงขายดอลลาร์จากผู้ส่งออก ขณะที่แนวรับสำคัญอยู่ที่ 33.50 บาทต่อดอลลาร์
ปัจจัยที่ต้องติดตาม ได้แก่ รายงานสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐฯ ผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน ตัวเลขเงินเฟ้อ CPI และดัชนีราคาผู้ผลิต PPI ของอังกฤษ รวมถึงท่าทีของธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) และธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ตลอดจนพัฒนาการในตะวันออกกลางและสถานการณ์การเมืองยุโรป
ในระยะกลางถึงยาว ธนาคารกรุงไทยยังมองว่าเงินบาทมีโอกาสทยอยแข็งค่าขึ้น จากแรงหนุนของฤดูกาลท่องเที่ยวและแนวโน้มดอกเบี้ยสหรัฐฯ ในอนาคต อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงที่ Fed อาจขึ้นดอกเบี้ยมากกว่าคาดยังเพิ่มขึ้น หากราคาพลังงานพุ่งสูงจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
ด้านเทคนิคัล เงินบาทกลับเข้าสู่แนวโน้มอ่อนค่าในกรอบรายวันและรายสัปดาห์ โดยต้องกลับมาแข็งค่าทะลุระดับ 33.40 และ 33.00 บาทต่อดอลลาร์ ตามลำดับ จึงจะเป็นสัญญาณเปลี่ยนแนวโน้มดังกล่าว