IMF เตือน AI พลิกตลาดแรงงานโลก งานซ้ำเสี่ยงถูกแทนที่ เร่งอัพสกิลรับเศรษฐกิจยุคใหม่

IMF เตือน AI พลิกตลาดแรงงานโลก งานซ้ำเสี่ยงถูกแทนที่ เร่งอัพสกิลรับเศรษฐกิจยุคใหม่
เวที IMF-World Bank 2026 ชี้ AI เปลี่ยนโลกการทำงานเร็วกว่าที่คิด แรงงานทักษะสูงมีโอกาสรับค่าจ้างสูงขึ้น ขณะที่งานซ้ำๆเสี่ยงถูกแทนที่ จี้รัฐ–เอกชนเร่งยกระดับทักษะแรงงานรับยุคดิจิทัล

ในการเสวนาหัวข้อ “AI and the Global Economy: From Risk to Opportunity” ระหว่างการประชุมประจำปี IMF-World Bank Group 2026 ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพฯ มีผู้ร่วมเสวนาจากทั้งองค์กรการเงินระหว่างประเทศ ธนาคารกลาง บริษัทเทคโนโลยี และภาคธุรกิจระดับโลก ประกอบด้วย นางคริสตาลินา กอร์เกียวา กรรมการจัดการ IMF นายทิฟฟ์ แมคเคเลม ผู้ว่าการธนาคารกลางแคนาดา นางอาเยชา คานนา ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอ Addo นายโทเบียส เมเยอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร DHL และนายแจ็ก คลาร์ก ผู้ร่วมก่อตั้งและหัวหน้าฝ่ายนโยบาย Anthropic ซึ่งร่วมกันถกถึงผลกระทบของ AI ต่อเศรษฐกิจ การค้า ผลิตภาพ และตลาดแรงงาน 

นางคริสตาลินา  กอร์เกียวา กรรมการจัดการ IMF ระบุว่า AI ไม่ใช่เรื่องของอนาคตอีกต่อไป แต่เข้ามาเปลี่ยนวิถีชีวิต การทำงาน และแนวโน้มเศรษฐกิจแล้ว พร้อมสร้างการเติบโตให้ประเทศที่อยู่ในห่วงโซ่ AI อย่างรวดเร็ว   ประเด็นที่ใกล้ตัวคนทำงานมากที่สุดอยู่ที่ผลศึกษาตลาดแรงงานของ IMF ซึ่งพบว่า 10% ของตำแหน่งงานใหม่ที่ต้องใช้ทักษะ AI มีค่าจ้างสูงขึ้น ขณะที่งานลักษณะซ้ำๆ มีความเสี่ยงถูกแทนที่มากกว่าเดิม ส่วนงานบริการมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น แต่ค่าตอบแทนอาจยังไม่สูงตามที่แรงงานรุ่นใหม่คาดหวัง

 

ด้านนายทิฟฟ์ แมคเคเลม ผู้ว่าการธนาคารกลางแคนาดา กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีในอดีตมักสร้างงานใหม่มากกว่างานที่หายไป แต่ AI ครั้งนี้ต่างออกไป เพราะมีศักยภาพทำงานใหม่ๆ ได้เองมากขึ้น รัฐและเอกชนจึงต้องเร่งฝึกทักษะใหม่ให้แรงงาน  

กรณีตัวอย่างสิงคโปร์ ซึ่งประกาศช่วยแรงงานรับมือการเปลี่ยนผ่านด้วยการอบรมทักษะฟรี สนับสนุนเงินช่วงฝึกอบรมแก่ผู้มีอายุ 40 ปีขึ้นไป พร้อมช่วยภาคธุรกิจปรับองค์กรเพื่อรองรับแรงงานที่ผ่านการยกระดับทักษะแล้ว

นางคริสตาลินา  ระบุว่า การทำให้คนทุกกลุ่มได้ประโยชน์จาก AI ต้องมีพื้นฐาน 4 ด้าน คือโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและไฟฟ้า บุคลากรที่พร้อม การนำเทคโนโลยีไปใช้ในภาคเกษตร สาธารณสุข และการศึกษา รวมถึงกฎระเบียบและจริยธรรมที่เหมาะสม

ภาคธุรกิจเองก็ยังอยู่ในช่วงเรียนรู้ นางอาเยชา คานนา ผู้ร่วมก่อตั้ง Addo ระบุว่า หลายองค์กรแจกเครื่องมือ AI ให้พนักงานจนทำงานเร็วขึ้นเฉพาะตัว แต่ยังไม่สามารถเปลี่ยนกระบวนการทั้งองค์กรให้มีประสิทธิภาพขึ้นได้อย่างเต็มที่ หลายแห่งจึงต้องกลับมาทบทวนยุทธศาสตร์ใหม่

ด้านนายโทเบียส เมเยอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร DHL กล่าวว่า บริษัทเลือกใช้ AI ในงานที่มีปริมาณมาก เช่น ศุลกากร บริการลูกค้า และระบบติดตามพัสดุ พร้อมชี้ว่าการนำ AI มาใช้จริงต้องใช้เวลา ไม่ต่างจากการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคอินเทอร์เน็ตเมื่อ 25 ปีก่อน

ขณะที่ AI เริ่มเข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวันของผู้บริหารระดับโลกแล้ว ทั้งช่วยคิดเมนูอาหาร สรุปงานวิจัย จัดตารางเวลา ตรวจอีเมล รวมถึงคำนวณแคลอรี สะท้อนว่าเทคโนโลยีนี้ไม่ได้จำกัดอยู่ในห้องทดลองหรือบริษัทเทคโนโลยีอีกต่อไป

TAGS: #IMF-World #Bank #2026 #AI #เศรษฐกิจดิจิทัล