ไทย ผนึก ICC ยกระดับ SMEs เข้าถึงแหล่งทุนขยายตลาดส่งออก

 ไทย ผนึก ICC ยกระดับ SMEs เข้าถึงแหล่งทุนขยายตลาดส่งออก
‘ศุภจี’หารือเลขาธิการ ICC เชื่อมเครือข่ายธุรกิจระดับโลกยกระดับ SMEs ไทยครบวงจร เพิ่มทักษะธุรกิจ หนุนเข้าถึงแหล่งเงินทุน และขยายตลาดต่างประเทศ ชูเครื่องมือดิจิทัล One Click ลดอุปสรรคการส่งออก

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้การต้อนรับและหารือกับนายจอห์น ดับเบิลยู. เอช. เดนตัน (Mr. John W.H. Denton AO) เลขาธิการหอการค้านานาชาติ (International Chamber of Commerce: ICC) เพื่อแลกเปลี่ยนแนวทางส่งเสริมผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SMEs ให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนและตลาดต่างประเทศได้มากขึ้น พร้อมเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจไทยกับการค้าโลก

นางศุภจีกล่าวว่า ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจและการค้าโลก ไทยจำเป็นต้องสร้างความเข้มแข็งให้ทั้งการส่งออกและการลงทุน ควบคู่กับการกระจายตลาด ลดการพึ่งพาตลาดส่งออกบางแห่ง และเพิ่มมูลค่าที่สร้างขึ้นในประเทศ โดยปัจจุบัน มูลค่าการส่งออกของไทยส่วนใหญ่ยังกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มผู้ประกอบการรายใหญ่ ขณะที่ผู้ประกอบการ SMEs ยังมีส่วนร่วมในมูลค่าการส่งออกไม่มากนัก จึงจำเป็นต้องเร่งเพิ่มขีดความสามารถของ SMEs ให้สามารถแข่งขันและเข้าถึงตลาดต่างประเทศได้มากขึ้น

การสนับสนุน SMEs ต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายหน่วยงานอย่างเป็นระบบ โดยมีนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล เป็นผู้ขับเคลื่อนการประสานงานเพื่อเชื่อมโยงการทำงานของหน่วยงานภาครัฐ และนางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม ร่วมสนับสนุนการบูรณาการงานในส่วนของกระทรวงพาณิชย์ นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงบทบาทของนายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ประธานที่ปรึกษาของรองนายกรัฐมนตรี และประธานคณะทำงานด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์และ Visitor Economy และคณะทำงานด้านการค้าระหว่างประเทศ ในการสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจและต่อยอดโอกาสทางการค้า เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเศรษฐกิจไทยในระยะยาว

สำหรับการยกระดับ SMEs ที่ประชุมให้ความสำคัญกับ 3 ด้านหลัก ได้แก่ การพัฒนาทักษะธุรกิจ การเข้าถึงแหล่งเงินทุน และการขยายตลาดต่างประเทศ โดยส่งเสริมให้ผู้ประกอบการมีความรู้ด้านบัญชี การบริหารสินค้าคงคลัง และการวางแผนกระแสเงินสด ตลอดจนสามารถจัดทำข้อมูลทางธุรกิจอย่างเป็นระบบ เพื่อใช้วางแผนการดำเนินงานและประกอบการขอสินเชื่อได้อย่างเหมาะสม รวมถึงการบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อเพิ่มโอกาสในการต่อยอดธุรกิจ

ด้านนายจอห์น เดนตัน กล่าวว่า ICC เป็นองค์กรภาคธุรกิจระหว่างประเทศที่มีเครือข่ายในกว่า 170 ประเทศ มีบทบาทสนับสนุนการค้าโลก ทั้งด้านมาตรฐานการค้าระหว่างประเทศ การส่งเสริมเอกสารการค้าดิจิทัล การระงับข้อพิพาททางธุรกิจ และการเงินเพื่อการค้า พร้อมเสนอแนวคิดพัฒนาเครื่องมือดิจิทัล “One Click” เพื่อช่วยให้ SMEs เข้าถึงข้อมูลที่จำเป็นต่อการส่งออก เช่น กฎระเบียบและข้อกำหนดของตลาดปลายทาง รวมถึงพร้อมเชื่อมโยงผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินเพื่อการค้า เพื่อหารือแนวทางเพิ่มโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุนของผู้ประกอบการ

ทั้งสองฝ่ายยังแลกเปลี่ยนแนวทางเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจไทยกับอาเซียนและอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ตลอดจนการใช้ประโยชน์จากตลาดอาเซียนที่มีประชากรรวมประมาณ 650 ล้านคน และการพัฒนากติกาการค้าในยุคดิจิทัล เพื่อช่วยลดอุปสรรคและเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยขยายตลาดได้สะดวกยิ่งขึ้น พร้อมให้กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศสนับสนุนการเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยกับตลาดและเครือข่ายธุรกิจในต่างประเทศ

นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับการพัฒนาเศรษฐกิจผู้มาเยือน (Visitor Economy) ซึ่งมุ่งสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจจากผู้เดินทางให้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นผู้เดินทางเพื่อรักษาพยาบาล ศึกษาต่อ หรือเข้าร่วมการประชุมและงานแสดงสินค้าต่าง ๆ (MICE) โดยเน้นเพิ่มระยะเวลาพำนักและค่าใช้จ่ายต่อคน ควบคู่กับการยกระดับคุณภาพบริการและการสร้างโอกาสให้ธุรกิจไทยที่เกี่ยวข้อง

อย่างไรก็ตามการหารือครั้งนี้เป็นโอกาสในการต่อยอดความร่วมมือระหว่างกระทรวงพาณิชย์กับ ICC ซึ่งเป็นเครือข่ายภาคธุรกิจระดับโลก เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของ SMEs ไทย ทั้งด้านทักษะการดำเนินธุรกิจ การเข้าถึงแหล่งเงินทุน และการขยายตลาดต่างประเทศ อันจะช่วยเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยเชื่อมโยงเข้าสู่ตลาดโลกได้มากขึ้น

TAGS: #ICC #SMEs #One #Click #ส่งออก