เดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทุกมิติเชื่อมเศรษฐกิจโลก

เดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทุกมิติเชื่อมเศรษฐกิจโลก
 “สิริพงศ์” เปิดเวที Global Economic Forum 2026 ชูทางด่วน รถไฟ ท่าเรือ และสนามบิน ยกระดับโลจิสติกส์ เพิ่มขีดความสามารถแข่งขัน ดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติ มุ่งสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวเปิดงานการประชุม The 2nd Global Economic Forum Annual Meeting Bangkok 2026 ภายใต้หัวข้อ “Shaping Resilient Economies, Advancing Sustainable Global Growth” โดยระบุถึงความสำคัญของการเสริมสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจและการเติบโตอย่างยั่งยืน ท่ามกลางความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ภัยธรรมชาติ เทคโนโลยี และห่วงโซ่อุปทานโลก พร้อมเน้นย้ำว่าการขนส่งและโครงสร้างพื้นฐานเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงผู้คน ธุรกิจ และโอกาสทางเศรษฐกิจ

ทั้งนี้กระทรวงคมนาคม ได้เดินหน้าพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งของไทยให้สะดวก ปลอดภัย ทันสมัย มีประสิทธิภาพ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการใช้ประโยชน์จากโครงข่ายที่มีอยู่ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อเชื่อมโยงประชาชน ชุมชน เมือง และพื้นที่เศรษฐกิจเข้าด้วยกัน

ตลอดจนเพิ่มความเชื่อมโยงกับภูมิภาคและเศรษฐกิจโลกในทุกมิติผ่านการพัฒนาโครงข่ายทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง ได้แก่ M81 บางใหญ่ - กาญจนบุรี M82 บางขุนเทียน - บ้านแพ้ว และ M6 บางปะอิน - นครราชสีมา เพื่อช่วยลดระยะเวลาเดินทาง เพิ่มความคล่องตัวในการขนส่งสินค้า และลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์

สำหรับการเชื่อมโยงการค้าระหว่างประเทศให้ความสำคัญกับการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับตู้สินค้า จากประมาณ 11 ล้าน TEU เป็น 18 ล้าน TEU ต่อปี พร้อมเชื่อมโยงการขนส่งทางถนนและทางราง เพื่อยกระดับท่าเรือแหลมฉบังสู่การเป็นประตูการค้าสำคัญของภูมิภาค

ขณะเดียวกัน ยังเร่งพัฒนาระบบรางให้เป็นรูปแบบการขนส่งหลักของประเทศภายในปี 2573 ผ่านโครงการรถไฟทางคู่และรถไฟความเร็วสูง รวมถึงส่งเสริมการใช้ชิ้นส่วนและการผลิตอุปกรณ์ภายในประเทศ เพื่อยกระดับทักษะ เทคโนโลยี และขีดความสามารถของอุตสาหกรรมไทย ตลอดจนสนับสนุนการลงทุนจากภาคเอกชนภายใต้พระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. 2568

ด้านการขนส่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอยู่ระหว่างขับเคลื่อนการใช้รถโดยสารพลังงานไฟฟ้า เพื่อช่วยลดการปล่อยมลพิษและส่งเสริมคุณภาพอากาศที่ดีขึ้น พร้อมนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาพัฒนาบริการขนส่งให้สะดวก ปลอดภัย และเข้าถึงง่าย โดยเฉพาะบริการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชัน ควบคู่กับการกำกับดูแลมาตรฐานและความปลอดภัยของผู้โดยสาร

ด้านการขนส่งทางอากาศ ประเทศไทยมุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาค โดยเดินหน้าขยายขีดความสามารถของสนามบิน ทั้งอาคารผู้โดยสารและรันเวย์ที่ 4 เพื่อรองรับผู้โดยสารประมาณ 80 ล้านคนต่อปี รวมถึงพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกด้านการขนส่งสินค้าและโลจิสติกส์ให้รองรับสินค้าได้ 2 ล้านตันต่อปี ควบคู่กับการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ

นอกจากนี้ บทเรียนจากสถานการณ์น้ำท่วมกรุงเทพฯ ในช่วงปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา ซึ่งกระทบต่อการดำเนินงานของสนามบิน ยังสะท้อนถึงความสำคัญของการประสานงานระหว่างหน่วยงาน การตอบสนองอย่างทันท่วงที และการเตรียมความพร้อมรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดคิดของกระทรวงคมนาคมอีกด้วย

“ประเทศไทยพร้อมต้อนรับการลงทุนและสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรระหว่างประเทศ ด้วยจุดแข็งจากที่ตั้งทางยุทธศาสตร์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และการเชื่อมโยงกับประเทศต่าง ๆ ในอาเซียน เรามุ่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อสร้างโอกาสทางการค้าและการลงทุน พร้อมยกระดับศักยภาพของประเทศในระยะยาว โดยไม่ใช่เพียงการเติบโตของประเทศไทยเท่านั้น แต่เป็นการสร้างอนาคตที่ทุกประเทศและพันธมิตรที่เข้ามาลงทุนสามารถเติบโต และแข่งขันได้ในเศรษฐกิจโลกไปพร้อมกับไทยได้อย่างยั่งยืน” นายสิริพงศ์ กล่าว

TAGS: #Global #Economic #Forum #2026 #โครงสร้างพื้นฐาน