ประธานสมาพันธ์ SME ไทย จี้ กขค. ยกระดับมาตรฐานกำกับแพลตฟอร์มใหญ่ คดี Shopee ต้องไม่เป็นแค่ ค่าปรับจิ๊บจ๊อย หวั่นกระทบรายย่อยทั่วประเทศ
นายณพพงศ์ ธีระวร ประธานสมาพันธ์ SME ไทย เปิดเผยถึง คำวินิจฉัยของคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) กรณีสั่งปรับแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซรายใหญ่ Shopee เป็นเงิน 3.47 ล้านบาท จากพฤติกรรมบังคับร้านค้าเข้าร่วมโปรโมชันโดยไม่ยินยอม ชี้อัตราโทษและฐานกฎหมายที่นำมาใช้ยังไม่เพียงพอต่อการคุ้มครองผู้ประกอบการรายย่อย หวั่นสร้างบรรทัดฐานที่ทำร้ายโครงสร้าง MSME ไทยในระยะยาว
ทั้งนี้แม้จะเป็นก้าวสำคัญในการลุกขึ้นมากำกับดูแลแพลตฟอร์มดิจิทัล แต่ในมุมของผู้ประกอบการรายย่อย ตัวเลขค่าปรับ 3.47 ล้านบาท ถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับผลกระทบทางเศรษฐกิจที่ร้านค้าขนาดเล็กจำนวนมากต้องแบกรับ บางรายต้องเผชิญภาวะขาดทุนจากการถูกหักส่วนลดหรือค่าธรรมเนียมโดยไม่สมัครใจ
ทางสมาพันธ์ฯขอตั้งข้อสังเกตและให้ข้อเสนอแนะใน 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ 1.บรรทัดฐานกฎหมายที่ชัดเจน กขค.ควรพิจารณาใช้มาตรา 50 ว่าด้วย การใช้อำนาจเหนือตลาดโดยมิชอบ หากแพลตฟอร์มนั้นเข้าเกณฑ์ครองตลาด เพื่อให้มีบทลงโทษที่ได้สัดส่วนกับขนาดธุรกิจและความเสียหายที่เกิดขึ้น
2.การสาวถึงผู้มีอำนาจตัดสินใจ การลงโทษเพียงนิติบุคคลโดยไม่ขยายผลถึงผู้บริหารตามมาตรา 84 อาจทำให้แพลตฟอร์มมองค่าปรับเป็นเพียง ต้นทุนการดำเนินงาน และไม่เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างแท้จริง
3.มาตรการคุ้มครองเร่งด่วน ระหว่างกระบวนการอุทธรณ์หรือสู้คดีในชั้นศาลที่ใช้เวลานาน ร้านค้า MSME ซึ่งเป็นฝ่ายเสียเปรียบต้องการมาตรการคุ้มครองชั่วคราวและการเยียวยาที่เป็นรูปธรรม
ทั้งนี้ สมาพันธ์ SME ไทย เรียกร้องให้ภาครัฐ ทั้งกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงดีอี ETDA และ กขค. ร่วมมือกันบูรณาการกฎหมายดิจิทัล เร่งออกแนวปฏิบัติ คุ้มครองผู้ค้าออนไลน์อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อสร้างระบบนิเวศการค้าดิจิทัลของไทยที่เป็นธรรม เสรี และยั่งยืน