กรุงไทย เผยเงินบาทเปิดเช้าที่ 33.61 บาท/ดอลลาร์ ตลาดยังวิตกตะวันออกกลาง-แนวโน้ม Fed ขึ้นดอกเบี้ย ขณะที่ทองคำมีโอกาสลงทดสอบ 3,900-4,000 ดอลลาร์/ออนซ์ หากหลุด 4,150 ดอลลาร์ อาจกดดันเงินบาทแตะ 33.85 บาท
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า เงินบาทเปิดตลาดเช้านี้ที่ระดับ 33.61 บาทต่อดอลลาร์ ทรงตัวจากวันก่อนหน้า โดยช่วงคืนที่ผ่านมาเคลื่อนไหวในกรอบ 33.52-33.65 บาทต่อดอลลาร์ ท่ามกลางความไม่แน่นอนของการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ส่งผลให้ตลาดยังอยู่ในภาวะปิดรับความเสี่ยง และกังวลแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางหลัก
กรุงไทยมองกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมงที่ 33.50-33.75 บาทต่อดอลลาร์ โดยเงินบาทยังมีความเสี่ยงได้ทั้งสองทิศทาง ขึ้นอยู่กับมุมมองของตลาดต่อทิศทางดอกเบี้ย Fed และพัฒนาการในตะวันออกกลาง
ด้านตลาดการเงินสหรัฐฯ ดัชนี Dow Jones ลดลง 0.7% S&P 500 ลดลง 0.8% และ Nasdaq ลดลง 0.9% ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ปรับขึ้นทดสอบ 5.24% ตามการเพิ่มขึ้นของคาดการณ์ว่า Fed อาจขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม ส่งผลให้ดอลลาร์แข็งค่าขึ้น โดยดัชนี DXY อยู่บริเวณ 101.2 จุด
ขณะเดียวกัน ราคาทองคำ COMEX ปรับลดลงสู่ระดับ 4,150-4,160 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยกรุงไทยมองว่าทองคำกลับเข้าสู่แนวโน้มขาลงทั้งรายวันและรายสัปดาห์ หากหลุดระดับ 4,150 ดอลลาร์ มีโอกาสลงทดสอบ 3,900-4,000 ดอลลาร์ ซึ่งอาจเพิ่มแรงกดดันให้เงินบาทอ่อนค่า และมีโอกาสทดสอบแนวต้าน 33.85 บาทต่อดอลลาร์
ตลาดยังจับตาการเคลื่อนไหวของเงินเยน หากอ่อนค่าทะลุ 158 เยนต่อดอลลาร์ อาจมีการส่งสัญญาณแทรกแซงจากทางการญี่ปุ่น ซึ่งหากเยนกลับมาแข็งค่า จะช่วยชะลอการแข็งค่าของดอลลาร์และลดแรงกดดันต่อเงินบาท
สำหรับระยะกลาง-ยาว กรุงไทยยังมองว่า Fed มีโอกาสขึ้นดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งในเดือนธันวาคม ก่อนคงดอกเบี้ยถึงช่วงครึ่งหลังปี 2027 และทยอยลดดอกเบี้ยในระยะต่อไป ซึ่งอาจเป็นปัจจัยหนุนให้เงินบาทกลับมาแข็งค่าขึ้นได้ อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์ตะวันออกกลางรุนแรงและยืดเยื้อ ราคาพลังงานอาจปรับสูงขึ้นและเพิ่มความเสี่ยงที่ Fed จะขึ้นดอกเบี้ยเร็วกว่าคาด
ด้านเทคนิค เงินบาทกลับเข้าสู่แนวโน้ม “อ่อนค่าลง” ทั้งรายวันและรายสัปดาห์ จนกว่าจะกลับมาแข็งค่าผ่านระดับ 33.30 และ 33.00 บาทต่อดอลลาร์ตามลำดับ