‘พาณิชย์’ คาดทั้งปีโตเกินเป้าหมายภาพรวมส่งออก 8 เดือนบวก 18.9% แตะ 2.66 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ รับแรงหนุนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและ AI ทั่วโลก ขณะที่ผลไม้สดฟื้นตัวดีในตลาดจีน
น.ส.ณัฐิยา สุจินดา รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยถึงสถานการณ์การส่งออกของไทยในเดือนสิงหาคม 2569 มีมูลค่า 34,618.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (1,157,667 ล้านบาท) ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 26 ที่ร้อยละ 24.3 หากหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัย ขยายตัวที่ร้อยละ 19.5 โดยยังได้รับแรงจากการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่อง AI ในต่างประเทศ ซึ่งหนุนความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์
ขณะที่การส่งออกผลไม้ไปจีนกลับมาขยายตัวโดดเด่น โดยเฉพาะทุเรียนสดและมังคุดสด จากผลผลิตภาคใต้ที่ออกสู่ตลาด ด้านตลาดส่งออก ภาพรวมขยายตัวในระดับสูงทั้งตลาดหลักและตลาดรอง
อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามปัจจัยเสี่ยงจากสถานการณ์ความตึงเครียดบริเวณช่องแคบฮอร์มุซที่ทวีความรุนแรงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่อต้นทุนพลังงานและการขนส่ง รวมถึงความไม่แน่นอนของมาตรการทางการค้าของสหรัฐฯ ทั้งนี้ การส่งออก 8 เดือนแรกของปี 2569 ขยายตัวที่ร้อยละ 18.9 หากหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัย ขยายตัวที่ร้อยละ 18.6
ด้านมูลค่าการค้าในรูปเงินดอลลาร์สหรัฐ เดือนสิงหาคม 2569 การส่งออก มีมูลค่า 34,618.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 24.3 เทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน การนำเข้า มีมูลค่า 37,101.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 25.1 ดุลการค้า ขาดดุล 2,482.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภาพรวมการส่งออก 8 เดือนแรกของปี 2569 การส่งออก มีมูลค่า 266,149.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 18.9 เทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน การนำเข้า มีมูลค่า 303,986.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 36.1 ดุลการค้า ขาดดุล 37,837.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ส่วนมูลค่าการค้าในรูปเงินบาท เดือนสิงหาคม 2569 การส่งออก มีมูลค่า 1,157,667 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 29.7 เทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน การนำเข้า มีมูลค่า 1,255,876 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 30.4 ดุลการค้า ขาดดุล 98,209 ล้านบาท
ภาพรวมการส่งออก 8 เดือนแรกของปี 2569 การส่งออก มีมูลค่า 8,506,873 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 14.7 เทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน การนำเข้า มีมูลค่า 9,841,648 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 31.4 ดุลการค้า ขาดดุล 1,334,775 ล้านบาท
สำหรับการส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร มูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร ขยายตัวร้อยละ 1.4 (YoY) กลับมาขยายตัวในรอบ 4 เดือน โดยสินค้าเกษตร ขยายตัวร้อยละ 4.2 ขยายตัวต่อเนื่อง 2 เดือน และสินค้าอุตสาหกรรมเกษตร หดตัวร้อยละ 1.9 หดตัวต่อเนื่อง 5 เดือน โดยมีสินค้าสำคัญที่ขยายตัว ได้แก่ ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็งและแห้ง ขยายตัวร้อยละ 24.0 ขยายตัวในรอบ 3 เดือน (ขยายตัวในตลาดจีน อินโดนีเซีย และเวียดนาม)
ยางพารา ขยายตัวร้อยละ 23.2 ขยายตัวต่อเนื่อง 3 เดือน (ขยายตัวในตลาดญี่ปุ่น สหรัฐฯ และมาเลเซีย) อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป ขยายตัวร้อยละ 4.8 ขยายตัวต่อเนื่อง 3 เดือน (ขยายตัวในตลาดสหรัฐฯ ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย) อาหารสัตว์เลี้ยง ขยายตัวร้อยละ 17.5 ขยายตัวต่อเนื่อง 12 เดือน (ขยายตัวในตลาดสหรัฐฯ ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย) ไก่แปรรูป ขยายตัวร้อยละ 10.5 ขยายตัวต่อเนื่อง 9 เดือน (ขยายตัวในตลาดญี่ปุ่น สหราชอาณาจักร แลเนเธอร์แลนด์) และกุ้งสด แช่เย็น แช่แข็ง ขยายตัวร้อยละ 18.8 ขยายตัวต่อเนื่อง 2 เดือน (ขยายตัวในตลาดจีน สหรัฐฯ และเมียนมา)
ขณะที่สินค้าสำคัญที่หดตัว อาทิ ผลิตภัณฑ์ข้าวสาลีและอาหารสำเร็จรูปอื่น ๆ หดตัวร้อยละ 19.1 หดตัวต่อเนื่อง 8 เดือน (หดตัวในตลาดสหรัฐฯ จีน และออสเตรเลีย แต่ขยายตัว ในตลาดเมียนมา ไต้หวัน และนอร์เวย์) เครื่องดื่ม หดตัวร้อยละ 5.8 หดตัวต่อเนื่อง 7 เดือน (หดตัวในตลาดเวียดนาม จีน และอินโดนีเซีย แต่ขยายตัวในตลาดเมียนมา ลาว และฟิลิปปินส์) ไขมันและน้ำมันจากพืชและสัตว์ หดตัวร้อยละ 43.9 หดตัวต่อเนื่อง 5 เดือน ไก่สดแช่เย็นแช่แข็ง หดตัวร้อยละ 3.0 หดตัวต่อเนื่อง 8 เดือน โดย 8 เดือนแรกของปี 2569 การส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร หดตัวร้อยละ 2.4
ขณะที่การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม มีมูลค่าขยายตัวร้อยละ 27.1 (YoY) ขยายตัวต่อเนื่อง 29 เดือน โดยมีสินค้าสำคัญที่ขยายตัว อาทิ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ และส่วนประกอบ ขยายตัวร้อยละ 42.1 ขยายตัวต่อเนื่อง 29 เดือน เครื่องโทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ขยายตัวร้อยละ 151.2 ขยายตัวต่อเนื่อง 15 เดือน แผงวงจรไฟฟ้า ขยายตัวร้อยละ 19.2 ขยายตัวต่อเนื่อง 3 เดือน อัญมณีและเครื่องประดับ (ไม่รวมทองคำ) ขยายตัวร้อยละ 3.2 กลับมาขยายตัวหลังจากหดตัวในเดือนก่อน
ขณะที่สินค้าสำคัญที่หดตัว อาทิ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ หดตัวร้อยละ 7.1 กลับมาหดตัวในรอบ 3 เดือน (หดตัวในตลาดออสเตรเลีย ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย แต่ขยายตัวในตลาดญี่ปุ่น สหรัฐฯ และเม็กซิโก) เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ หดตัวร้อยละ 2.2 กลับมาหดตัวในรอบ 3 เดือน
รถจักรยานยนต์และส่วนประกอบ หดตัวร้อยละ 12.9 หดตัวต่อเนื่อง 2 เดือน โดย 8 เดือนแรกของปี 2569 การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม ขยายตัวร้อยละ 22.7
การส่งออกไปตลาดสำคัญยังคงขยายตัวได้ดีต่อเนื่อง ทั้งในตลาดหลักและตลาดรอง สอดคล้องกับดัชนี PMI
ภาคการผลิตโลกเดือนสิงหาคมที่ปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 3 เดือน พร้อมคำสั่งซื้อใหม่สำหรับการส่งออก (New Export Orders) ที่กลับมาขยายตัว โดยสินค้ากลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยียังคงเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก ตามการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและ AI ที่เติบโตต่อเนื่องทั่วโลก รวมทั้งยังคงมีการเร่งส่งออกไปสหรัฐฯ ท่ามกลางความไม่แน่นอนของมาตรการภาษีนำเข้าเพิ่มเติม ขณะที่การส่งออกไปตะวันออกกลางและเอเชียใต้ยังคงหดตัวต่อเนื่อง
สำหรับแนวโน้มการส่งออกช่วงที่เหลือของปี 2569 คาดว่าจะขยายตัวต่อเนื่อง โดยยังคงเป้าส่งออกไว้ที่ 5-11% ค่ากลางเฉลี่ย 8 % จากความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่เกี่ยวเนื่องกับ AI และความชัดเจนด้านมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ขณะที่ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ ราคาพลังงาน และค่าขนส่ง ยังคงเป็นปัจจัยกดดันต่อการค้าโลกที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์เดินหน้าผลักดัน การเจรจาความตกลงการค้าต่างตอบแทนไทย–สหรัฐฯ (ART) ให้ได้ข้อสรุปโดยเร็ว ควบคู่กับการขับเคลื่อน 9 ภารกิจเร่งด่วน เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของการค้าโลก ยกระดับศักยภาพ SMEs และสินค้านวัตกรรม ตลอดจนเร่งเจรจา FTA เพื่อเปิดตลาดใหม่และเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ส่งออกไทย