MRDIY เผยผลประกอบการไตรมาส 2 รายได้ 5,832.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.8% กำไรสุทธิ 757 ล้านบาท โต 19.4% หลังขยายสาขาต่อเนื่องและธุรกรรมเพิ่ม 18.8% พร้อมเดินหน้าเปิดสาขาใหม่ 210 แห่งภายในปีนี้
มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) หรือ MRDIYT รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ปี 2569 มีรายได้ 5,832.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 757 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.4% รับแรงหนุนจากการขยายสาขา จำนวนธุรกรรมที่เพิ่มขึ้น และการบริหารต้นทุนและสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพ
บริษัท มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยผลการดำเนินงานไตรมาส 2 สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2569 โดยมีรายได้รวม 5,832.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.8% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 757 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.4%
ในไตรมาสดังกล่าว บริษัทเปิดสาขาใหม่ 59 สาขา ส่งผลให้มีสาขารวม 1,248 สาขา ครอบคลุมทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ ขณะที่จำนวนธุรกรรมเพิ่มขึ้น 18.8% อยู่ที่ 34.9 ล้านรายการ สะท้อนการขยายฐานลูกค้าจากเครือข่ายสาขาที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการนำเสนอสินค้าหลากหลายในราคาที่เข้าถึงได้
ด้านอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 52.0% เพิ่มขึ้น 0.6 จุดร้อยละจากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการบริหารสินค้าและการจัดสัดส่วนผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสม ส่วนอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 12.9%
บริษัทระบุว่า กระแสเงินสดจากการดำเนินงานยังอยู่ในระดับแข็งแกร่ง ขณะที่สถานะเงินสดสุทธิช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นทางการเงินสำหรับรองรับการขยายธุรกิจ
นอกจากนี้ ไตรมาส 2 ปี 2569 ยังเป็นอีกหนึ่งช่วงสำคัญของบริษัท หลังได้รับการคัดเลือกเข้าสู่ดัชนี SET50, SET100, SET Well-being (SETWB) และ MSCI Global Small Cap Index ซึ่งสะท้อนการได้รับความสนใจจากนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศเพิ่มขึ้น
คุณแอนดี้ ชิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 2 สะท้อนความสามารถในการรับมือกับความท้าทายของธุรกิจและการขยายสาขาอย่างเป็นระบบ แม้ผู้บริโภคจะระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น แต่บริษัทสามารถรักษาการเติบโตของรายได้และกำไรได้
สำหรับการขยายสาขา ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 บริษัทดำเนินการได้ 60% ของเป้าหมายการขยายสาขาทั้งปี โดยยังคงเป้าหมายเปิดสาขาใหม่ 210 สาขาภายในปี 2569 เพื่อเพิ่มการเข้าถึงสินค้าจำเป็นในชีวิตประจำวันของผู้บริโภคในชุมชนต่าง ๆ และรองรับการเติบโตของธุรกิจในระยะต่อไป