กกร.ประเมินเศรษฐกิจโลกครึ่งหลังปี 2569 ยังเผชิญความไม่แน่นอน ไทยจับเทรนด์ AI ดันส่งออกยกระดับ Local Content ลุย 5 ยุทธศาสตร์การลงทุนใหม่ เพื่อดึงเม็ดเงิน FDI คาด GDP โต 1.6-2.0% และส่งออกโต 8-10%
นายผยง ศรีวณิช ประธานสมาคมธนาคารไทย เปิดเผยหลังเป็นประธานการแถลงข่าว คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ว่า ที่ประชุมได้ประเมินเศรษฐกิจโลกช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ยังเผชิญความไม่แน่นอนสูง ปัญหาความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และเทรนด์เทคโนโลยี AI ส่งผลต่อการเติบโตของเศรษฐกิจโลกในแบบ K-shape สะท้อนจากมุมมองของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ในการปรับประมาณการจีดีพีปี 2569 โดยกลุ่มประเทศซึ่งมีการนำเข้าพลังงานในระดับสูงมีแนวโน้มชะลอตัว ส่วนกลุ่มประเทศที่ได้รับประโยชน์จากกระแสดิจิทัลขยายตัวได้ดีขึ้น ซึ่งประกอบด้วยชาติเอเชียรวมทั้งไทย
ขณะที่แรงกดดันเงินเฟ้อซึ่งสูงขึ้นหลังเหตุการณ์ในตะวันออกกลางยังไม่คลี่คลาย ทำให้ตลาดคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ค่าเงินเอเชียอ่อนค่าจากการบริหารค่าเงินเยนด้วยสกุลเงินยูโร โดยธนาคารกลางพันธมิตรซึ่งเป็นรูปแบบใหม่ในการดำเนินนโยบายการเงิน
ทั้งนี้เศรษฐกิจไทยเผชิญความท้าทายจากการปรับตัวและ capture โอกาสสร้างมูลค่าเพิ่มตามกระแสดิจิทัลของโลก แม้การส่งออกและการลงทุนมีแนวโน้มเติบโตดี โดยมูลค่าการส่งออกไทยครึ่งปีแรกขยายตัวสูง 17.6%YoY จากสินค้ากลุ่มเทคโนโลยี (สัดส่วน 26.5%) ที่เติบโตถึง 45.9%YoY ตามเทรนด์ปัญญาประดิษฐ์โลก
ด้านภาคการผลิตใน K ขาบนที่เติบโตสูง แต่ยังไม่สามารถส่งผ่านมูลค่าเพิ่มที่เกิดขึ้นได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ซึ่งต้องเร่งยกระดับ local content อันจะช่วยตอบโจทย์ RVC รวมถึงการส่งเสริมการผลิตเพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ ส่งเสริมให้เกิดการสร้าง supply chain ในประเทศ และการวางแผนการสร้างงานที่มีคุณภาพในอนาคต เพื่อให้ได้รับอานิสงส์จากคลื่นการลงทุนจากต่างประเทศที่มีแนวโน้มไหลเข้าสู่ไทย รวมถึงแยกแยะกลุ่ม K ขาลงให้ชัดเจนในรายอุตสาหกรรม เพื่อให้การช่วยเหลือและสนับสนุนได้อย่างตรงจุด
อย่างไรก็ดีกกร.สนับสนุนให้เกิดการยกระดับการเชื่อมโยงข้อมูลที่อัพเดท ครอบคลุม และมีกลไกตรวจสอบความถูกต้องอย่างแม่นยำ เพื่อนำไปสู่การออกแบบมาตรการที่เหมาะสม ตรงจุด วัดผลได้ และช่วยให้การขับเคลื่อนเศรษฐกิจมีประสิทธิภาพสูงสุด อาทิ ข้อมูล รง. 8 ซึ่งเป็นข้อมูลการผลิตของผู้ประกอบกิจการโรงงาน ทำให้สามารถต่อยอดสู่การยกระดับธุรกิจไทยได้หลายมิติ โดยเฉพาะการสนับสนุนสินค้าที่ผลิตในประเทศไทย (Made in Thailand: MiT) รวมถึงการมีข้อมูลโครงสร้างการผลิตและการใช้ Local content ตลอดจนข้อมูลแรงงาน และ supply chain เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของธุรกิจที่อยู่ใน K-shape ขาลง เพื่อให้เกิดทั้งอุปสงค์และอุปทานที่ตรงเป้ากว่าเดิม สร้างโอกาสและรายได้ให้ผู้ประกอบการ และใช้ทรัพยากรการคลังได้คุ้มค่า มีประสิทธิภาพอย่างเป็นองค์รวม
นอกจากนี้สนับสนุนการบูรณาการข้อมูลจากหลายหน่วยงานภาครัฐและเอกชน (Connect the dots) มีฐานข้อมูลที่อัพเดท เชื่อถือได้ และครอบคลุม ก้าวไปสู่การเป็น Open government ไม่ว่าจะเป็นการยกระดับการแบ่งประเภทความช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางผ่านโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบล่าสุด ให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคลตรงกับความจำเป็นและเป็นธรรม ลดการเอาเปรียบจากช่องโหว่กฎหมาย มีการตรวจสอบการใช้นอมินี เป็นจุดเริ่มต้นของการเชื่อมโยงข้อมูลภาครัฐที่จำเป็นผ่านระบบออนไลน์ให้เกิดขึ้นจริง ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการพัฒนาประเทศด้วยข้อมูล สอดคล้องกับแนวทาง Reinvent Thailand และเป็นเรื่องเดียวกันกับการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ ทุนเทา เศรษฐกิจนอกระบบ และเงินบาทที่หายไปจากระบบตามข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทย
รวมถึงการยกระดับพื้นที่ EEC ให้เป็นพื้นที่นำร่องในการอำนวยความสะดวกในการทำธุรกิจในรูปแบบ One stop service ผ่าน พรบ. อำนวยความสะดวกฯ ซึ่งการดำเนินการเหล่านี้ต้องอยู่บนพื้นฐานของความสามารถในการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานรัฐกับรัฐ และหน่วยงานรัฐกับเอกชนอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง
ทางกกร. พร้อมร่วมผลักดันการขับเคลื่อน 5 ยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาการลงทุนใหม่ของ กรอ. ประกอบด้วย1. Investment & Industry Transformation Hub 2. AI & Digital Hub 3. Green Economy 4. Financial Hub 5. Medical Hub ซึ่งเป็นโอกาสในการยกระดับศักยภาพของเศรษฐกิจไทย
ทั้งนี้นักวิเคราะห์ประเมินแนวโน้ม FDI ระยะข้างหน้าที่เข้าสู่ภูมิภาคอาเซียนจะเพิ่มขึ้นอีกกว่า 5.44 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในปี 2578 ซึ่งไทยเป็นประเทศเป้าหมายของการลงทุนไม่แพ้เพื่อนบ้าน สอดคล้องกับการขอรับการลงทุนผ่าน BOI ครึ่งปีแรกที่ 1.47 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 37% จากปีที่ก่อน ทิศทางดังกล่าวถือเป็นปัจจัยหนุนการปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจเพื่อเร่งรัดการเติบโตสู่ประเทศรายได้สูงในอนาคต
กรอบประมาณการเศรษฐกิจปี 2569 ของ กกร.
|
%YoY |
ปี 2568 |
ปี 2569 (ณ เม.ย. 69 – พ.ค. 69) |
ปี 2569 (ณ มิ.ย. 69– ส.ค. 69) |
|
GDP |
2.4 |
1.2 ถึง 1.6 |
1.6 ถึง 2.0 |
|
ส่งออก |
12.9 |
-1.5 ถึง -0.5 |
8.0 ถึง 10.0 |
|
เงินเฟ้อ |
-0.1 |
2.0 ถึง 3.0 |
2.5 ถึง 3.0 |
ที่มา: สศช. พณ. และประมาณการโดย กกร.