นายกฯ หารือ Huawei ดันไทยสู่เศรษฐกิจ AI จับมือพัฒนาคน-ขยายคลาวด์ พร้อมหนุนเอกชนไทยลงทุนจีน

นายกฯ หารือ Huawei ดันไทยสู่เศรษฐกิจ AI จับมือพัฒนาคน-ขยายคลาวด์ พร้อมหนุนเอกชนไทยลงทุนจีน
นายกฯ หารือ Huawei ขยายลงทุน AI-คลาวด์ในไทย ย้ำไทยมีความพร้อมเป็นฐานการลงทุนในอุตสาหกรรมอนาคต  พร้อมเยือนสำนักงาน CP ในจีน ยกเป็นต้นแบบความสำเร็จของธุรกิจไทยในตลาดจีน 

ที่ Huawei Beijing Executive Briefing Center กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เยี่ยมชมนิทรรศการเทคโนโลยีและนวัตกรรมของ Huawei พร้อมหารือกับผู้บริหารระดับสูงของบริษัท เพื่อขยายความร่วมมือด้านปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ระบบคลาวด์ เทคโนโลยีดิจิทัล และการพัฒนาบุคลากรไทย

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า รัฐบาลพร้อมสานต่อความร่วมมือกับ Huawei ในฐานะนักลงทุนและพันธมิตรด้านเทคโนโลยี เพื่อสนับสนุนเป้าหมายการยกระดับประเทศไทยสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วย AI โดยเทคโนโลยีต้องนำไปสู่ประโยชน์ที่ประชาชนสัมผัสได้จริง ทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพบริการภาครัฐ การศึกษา สาธารณสุข การเกษตร การบริหารจัดการเมือง ตลอดจนการสร้างงานและอาชีพใหม่ที่มีรายได้สูงขึ้น

นายกรัฐมนตรีย้ำว่า ประเทศไทยเปิดกว้างต้อนรับการลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ทั้ง AI เซมิคอนดักเตอร์ ดาต้าเซ็นเตอร์ ระบบคลาวด์ และเทคโนโลยีสื่อสารความเร็วสูง โดยไทยมีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน ระบบนิเวศการลงทุน และฐานอุตสาหกรรมที่เชื่อมโยงกับห่วงโซ่การผลิตโลก

ทางด้านผู้บริหาร Huawei ระบุว่า บริษัทดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมากว่า 20 ปี และขยายการลงทุนอย่างต่อเนื่อง ทั้งศูนย์พัฒนาทักษะดิจิทัล บริการคลาวด์ ดาต้าเซ็นเตอร์ และสำนักงานใหญ่ระดับภูมิภาค พร้อมชื่นชมประเทศไทยว่าเป็นประเทศที่เปิดกว้าง มีศักยภาพ และมั่นใจในบรรยากาศและศักยภาพของไทย ที่เหมาะต่อการดำเนินธุรกิจดิจิทัล  

บริษัทยังเห็นสอดคล้องกับคำกล่าวของนายกรัฐมนตรีในการประชุมปัญญาประดิโลก ที่นครเซี่ยงไฮ้ เรื่อง การสร้าง AI ธรรมาภิบาล ที่ควรตั้งอยู่บนหลักการสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ คุ้มครองประชาชน (Protection) ปลดล็อกศักยภาพ (Potential) และสร้างความเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน (Prosperity)
 
ทั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะผลักดันความร่วมมือสำคัญ 2 ด้าน ได้แก่ การพัฒนาคนไทยให้มีทักษะแห่งอนาคต ผ่านโครงการ Huawei ICT Academy Thailand ซึ่งดำเนินงานร่วมกับสถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศ รวมถึงความร่วมมือด้าน Cloud และ AI กับหน่วยงานภาครัฐและมหาวิทยาลัย เพื่อผลิตบุคลากรที่มีทักษะตรงกับความต้องการของตลาดแรงงาน

การขยายการใช้ AI และเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพภาคธุรกิจ ยกระดับบริการสาธารณะ และเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาเทคโนโลยีควบคู่กับการสร้างบุคลากรไทย

นอกจากนี้  นายอนุทิน พร้อมคณะ ได้เยี่ยมชมสำนักงาน CP Center โดยได้พบหารือกับผู้บริหารกลุ่มบริษัทและบริษัทในเครือ โดยซีพีเป็นความภาคภูมิใจในฐานะนักลงทุนต่างชาติรายแรกของจีน และเป็นต้นแบบความสำเร็จของธุรกิจไทยในตลาดจีน  เน้นลงทุนระยะยาวที่สร้างคุณค่าร่วมกันระหว่างสองประเทศ  โดยหวังว่า จะถ่ายทอดประสบการณ์และองค์ความรู้ให้แก่ผู้ประกอบการไทย 

นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวว่า เมื่อวันที่ 18 ก.ค. ได้เป็นประธานเปิดงาน Thailand–China (Sichuan) Investment and Economic Forum 2026 และร่วมพิธีเปิดฝ่ายการลงทุนประจำสถานกงสุลใหญ่ ณ นครเฉิงตู (BOI Chengdu Office) และรับประทานอาหารร่วมกับเจ้ากิจการและผู้บริหารมืออาชีพของภาคเอกชนไทยกว่า 140 คน ในกิจกรรม Prime Minister -Thai Private Sector Luncheon มั่นใจในศักยภาพของภาคเอกชนที่สามารถทำธุรกิจในต่างประเทศ ขอยืนยันว่ารัฐบาลพร้อมสนับสนุนและอำนวยความสะดวกให้ภาคเอกชนไทยขยายการลงทุนในจีน เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจและการเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป

บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP) โดย นายศุภชัย เจียรวนนท์รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ ซึ่งบริษัทก่อตั้งเมื่อปี 2464 เป็นกลุ่มบริษัทเอกชนไทยขนาดใหญ่ ดำเนินธุรกิจใน 8 กลุ่มหลัก ครอบคลุมเกษตรอุตสาหกรรมและอาหาร ค้าปลีก โทรคมนาคม ดิจิทัล อสังหาริมทรัพย์ ยานยนต์ เวชภัณฑ์ และการเงิน ใน 23 ประเทศและเขตเศรษฐกิจทั่วโลก มีสำนักงานใหญ่ในกรุงเทพฯ ปัจจุบันมีพนักงานกว่า 456,000 คนทั่วโลก โดยธุรกิจหลัก ได้แก่ กลุ่มเกษตรอุตสาหกรรมและอาหาร ค้าปลีกและจัดจำหน่าย รวมถึงธุรกิจดิจิทัลและโทรคมนาคม
 

TAGS: #Huawei #ปักกิ่ง #จีน #อนุทิน #หัวเว่ย #ซีพี #CP #นายก #นายกรัฐมนตรี