กลุ่มโรงกลั่นน้ำมันฯ วอนสังคมเข้าใจ "GRM" หรือส่วนต่างขั้นต้น ชี้ไม่ใช่กำไรสุทธิ เหตุมีต้นทุนแฝงจริงอย่าง War Risk Premium พุ่งสูง ย้ำธุรกิจผันผวนสูงไร้รัฐอุ้มผลตอบแทน
นางรุ่งนภา จันทร์ชูเกียรติ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมโรงกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า สถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้ราคาพลังงานในตลาดโลกผันผวนอย่างมาก กลุ่มอุตสาหกรรมโรงกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม ได้เดินเครื่องโรงกลั่นอย่างต่อเนื่องและเต็มกำลังความสามารถ เพื่อให้มีน้ำมันเชื้อเพลิงเพียงพอต่อความต้องการของประเทศ และสนับสนุนภาครัฐในการรักษาเสถียรภาพด้านพลังงานและลดผลกระทบต่อประชาชน
ทั้งนี้อุตสาหกรรมโรงกลั่นเป็นหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ มีบทบาทในการจัดหาน้ำมันเชื้อเพลิงให้เพียงพอต่อภาคขนส่ง ภาคอุตสาหกรรม และการดำรงชีวิตของประชาชน หากประเทศไทยไม่สามารถรักษาศักยภาพการผลิตภายในประเทศไว้ได้ จะต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูปจากต่างประเทศมากขึ้น ซึ่งจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการขาดแคลนพลังงานและความผันผวนของราคาในช่วงวิกฤต
ขณะที่ประเทศไทยเป็นส่วนหนึ่งของตลาดโลก ราคาน้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูปจึงอ้างอิงราคาตลาดโลกตามกลไกการค้าเสรีเช่นเดียวกับประเทศส่วนใหญ่ ราคาพลังงานจึงเปลี่ยนแปลงตามภาวะอุปสงค์และอุปทาน สถานการณ์เศรษฐกิจโลก ตลอดจนเหตุการณ์ด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่เกิดขึ้นในแต่ละช่วงเวลา
การกำหนดราคาน้ำมันที่แตกต่างจากตลาดโลกอย่างมีนัยสำคัญ อาจก่อให้เกิดการบิดเบือนกลไกตลาด การลักลอบนำเข้าหรือส่งออกน้ำมัน และส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพด้านพลังงานของประเทศในระยะยาว
สำหรับกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงนั้น เป็นกลไกสำคัญของภาครัฐในการดูแลเสถียรภาพด้านราคาพลังงานและบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนในช่วงที่ราคาพลังงานผันผวน โดยไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่ออุดหนุนต้นทุนการดำเนินงานหรือรับประกันผลกำไรของผู้ประกอบการโรงกลั่นแต่อย่างใด
ทางกลุ่มโรงกลั่นฯเห็นความสำคัญของการสื่อสารต่อสาธารณะอย่างตรงไปตรงมา โดยเฉพาะในช่วงที่ราคาพลังงานโลกมีความผันผวนสูง และส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน ต้นทุนภาคธุรกิจ และการดำเนินนโยบายด้านพลังงานของประเทศ
สำหรับหนึ่งในประเด็นที่ควรทำความเข้าใจให้ตรงกัน คือความหมายของคำว่า GRM หรือ Gross Refinery Margin ซึ่งแปลตรงตัวได้ว่า “ส่วนต่างขั้นต้นของโรงกลั่น” ที่ผ่านมา ในภาษาไทยมักเรียก GRM ว่า “ค่าการกลั่น” ซึ่งคำดังกล่าวอาจทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนได้ เพราะคำว่า “ค่า” อาจถูกตีความว่าเป็นค่าบริการ หรือเป็นรายได้ที่โรงกลั่นได้รับโดยตรงดังนั้นเพื่อให้การสื่อสารมีความชัดเจนมากขึ้น จึงควรใช้คำว่า GRM หรือ “ส่วนต่างขั้นต้นของโรงกลั่น” เป็นคำหลัก แทนการใช้คำว่า “ค่าการกลั่น” เพียงลำพัง
ทั้งนี้ GRM คือ ส่วนต่างเบื้องต้นระหว่างมูลค่าผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูปกับราคาน้ำมันดิบที่ใช้เป็นวัตถุดิบ ยังไม่ใช่ตัวเลขสุดท้ายของผลประกอบการ เพราะยังมีต้นทุนอื่นที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติม ตัวอย่างสำคัญในช่วงสถานการณ์ตะวันออกกลางคือ War Risk Premium หรือพรีเมียมความเสี่ยงจากสงคราม ซึ่งเป็นต้นทุนจริงที่เกิดขึ้นในการจัดหาน้ำมันดิบ ทั้งจากความเสี่ยงด้านแหล่งผลิต เส้นทางขนส่ง ค่าระวางเรือ ค่าประกันภัย และความไม่แน่นอนของอุปทาน
อย่างไรก็ตามหากดูเฉพาะ GRM ดิบ อาจทำให้เห็นตัวเลขส่วนต่างสูงกว่าภาพต้นทุนจริงที่โรงกลั่นต้องรับ จากตัวเลขล่าสุด ช่วงเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม 2569 หากหัก War Risk Premium แล้ว ตัวเลข Adjusted GRM จะปรับลดลง
ตารางที่ 1: ค่าการกลั่นที่ประกาศโดยสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.)
|
หน่วย: บาทต่อลิตร |
ม.ค. 69 |
ก.พ. 69 |
มี.ค. 69 |
เม.ย. 69 |
พ.ค. 69 |
|
ค่าการกลั่น (GRM) |
2.18 |
2.08 |
7.23 |
11.81 |
6.13 |
|
Adjusted GRM (ค่าการกลั่นหลังหัก War Risk Premium) |
- |
- |
4.11 |
4.27 |
1.41 |
ที่มา: สนพ.
ทั้งนี้ War Risk Premium ที่สะท้อนผ่านการปรับตัวเลขมีขนาดประมาณ 3.12 บาทต่อลิตรในเดือนมีนาคม 7.54 บาทต่อลิตรในเดือนเมษายน และ 4.72 บาทต่อลิตรในเดือนพฤษภาคม 2569
ตัวเลขนี้ช่วยให้เห็นว่า ในภาวะวิกฤติพลังงาน GRM ที่ดูสูงขึ้นไม่ได้สะท้อนเฉพาะส่วนต่างของโรงกลั่นเท่านั้น แต่ยังมีต้นทุนความเสี่ยงจากสงครามที่เกิดขึ้นจริงและต้องนำมาพิจารณาร่วมด้วย
ดังนั้น Adjusted GRM หรือ “GRM ที่ปรับหักต้นทุนความเสี่ยงแล้ว” จึงช่วยให้การอ่านสถานการณ์ใกล้เคียงต้นทุนจริงมากกว่า GRM ดิบ แม้ยังไม่ใช่ผลประกอบการสุทธิของโรงกลั่นก็ตาม โรงกลั่นต้องรับความเสี่ยงเต็มรูปแบบจากความผันผวน
ด้านราคาภายใต้ระบบการค้าเสรี โรงกลั่นต้องรับความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาน้ำมันดิบ ราคาผลิตภัณฑ์ อัตราแลกเปลี่ยน ต้นทุนทางการเงิน และสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ด้วยตนเอง เมื่อราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น โรงกลั่นอาจได้รับผลเชิงบวกในบางช่วงเวลา แต่เมื่อราคาน้ำมันปรับตัวลดลง โรงกลั่นก็อาจเผชิญผลขาดทุนจากสต็อกน้ำมันจำนวนมากเช่นเดียวกัน
ตัวอย่างที่ชัดเจนคือช่วงความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนในปี 2565–2566 ซึ่งแม้โรงกลั่นจะได้รับผลเชิงบวกในช่วงแรกจากราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้น แต่เมื่อสถานการณ์คลี่คลายและราคาน้ำมันปรับลดลง หลายโรงกลั่นกลับเผชิญผลขาดทุนจากสต็อกน้ำมันและผลประกอบการลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
ข้อเท็จจริงดังกล่าวสะท้อนว่า ธุรกิจโรงกลั่นเป็นธุรกิจที่มีความผันผวนสูงและต้องเผชิญความเสี่ยงจากตลาดโลกตลอดเวลา มิใช่ธุรกิจที่ได้รับการรับประกันผลตอบแทนจากภาครัฐ
ความมั่นคงทางพลังงานต้องอาศัยการลงทุนอย่างต่อเนื่อง
อุตสาหกรรมโรงกลั่นต้องลงทุนอย่างต่อเนื่องเพื่อรักษาความปลอดภัย ความน่าเชื่อถือของระบบการผลิต การปฏิบัติตามมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม รวมถึงการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อรองรับความต้องการพลังงานในอนาคต หากการลงทุนในธุรกิจโรงกลั่นลดลง หรือผู้ประกอบการไม่สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างยั่งยืน ประเทศอาจต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูปมากขึ้น มีความเสี่ยงต่อการขาดแคลนพลังงานในช่วงวิกฤต และมีต้นทุนพลังงานที่ผันผวนมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อประชาชน ภาคธุรกิจ และเศรษฐกิจของประเทศโดยรวม
การพิจารณานโยบายหรือมาตรการที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมโรงกลั่น ควรพิจารณาจากผลประกอบการสุทธิ ต้นทุนที่เกิดขึ้นจริง และภาระการลงทุนที่จำเป็นต่อการรักษาความมั่นคงทางพลังงานของประเทศในระยะยาว ไม่ใช่พิจารณาจากค่าการกลั่นเพียงตัวเลขเดียว
นางรุ่งนภา กล่าวว่า"กลุ่มอุตสาหกรรมโรงกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม ยืนยันความพร้อมในการทำงานร่วมกับภาครัฐและทุกภาคส่วน เพื่อพิจารณาแนวทางหรือมาตรการที่เหมาะสมในการบรรเทาผลกระทบจากความผันผวนของราคาพลังงานในช่วงสถานการณ์ผิดปกติ โดยคำนึงถึงความสมดุลระหว่างการดูแลประชาชน การรักษาเสถียรภาพด้านพลังงาน และการส่งเสริมการลงทุนที่จำเป็นต่อความมั่นคงทางพลังงานของประเทศในระยะยาว
"กลุ่มอุตสาหกรรมโรงกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม เชื่อมั่นว่า การดำเนินนโยบายบนพื้นฐานของข้อเท็จจริง กลไกตลาดที่เป็นธรรม และการรักษาสมดุลระหว่างผู้บริโภคกับภาคการลงทุน จะช่วยให้ประเทศไทยสามารถรักษาความมั่นคงทางพลังงานและความสามารถในการแข่งขันของประเทศได้อย่างยั่งยืน"