มิติใหม่วงการหมัดมวย! WBC MuayThai จับมือ Cognition Alpha เปิดตัว “Fight IQ” แพลตฟอร์ม Sports Tech นำร่องวิทยาศาสตร์ประสาทวิทยาและ AI ยกระดับความปลอดภัยและศักยภาพนักมวยไทยสู่เวทีโลก
สภามวยโลก มวยไทย (WBC MuayThai) องค์กรผู้กำกับดูแลและส่งเสริมกีฬามวยไทยในระดับสากล ได้ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญกับ Cognition Alpha กองทุนร่วมลงทุนและผู้พัฒนาเทคโนโลยีประสาทวิทยาชั้นนำ ร่วมกันเปิดตัว "Fight IQ" แพลตฟอร์มเทคโนโลยีกีฬา (Sports Tech) นวัตกรรมใหม่ล่าสุดที่ออกแบบมาเพื่อวงการมวยไทยและกีฬาต่อสู้โดยเฉพาะ การเปิดตัวในครั้งนี้จัดขึ้นท่ามกลางความยิ่งใหญ่ของการต้อนรับงาน Amazing MuayThai World Festival 2026 ณ กรุงเทพมหานคร
Fight IQ มุ่งเน้นการนำวิทยาศาสตร์การกีฬาและเทคโนโลยีประสาทวิทยา (Neuroscience) ควบคู่กับระบบAI เข้ามาขับเคลื่อนวงการมวยไทย ภายใต้แนวคิด "Quantified Fighter" หรือการเปลี่ยนคุณสมบัติของนักสู้ให้ออกมาเป็นข้อมูลตัวเลขเชิงสถิติและตัวชี้วัดที่จับต้องได้
แพลตฟอร์มนี้จะทำงานร่วมกับ Cogwear อุปกรณ์สวมใส่ (Wearables) อัจฉริยะที่ใช้เทคโนโลยีระดับสูงในการวิเคราะห์ข้อมูลการทำงานของสมอง ระดับความเครียด รวมถึงความพร้อมทางด้านร่างกายและจิตใจของนักกีฬา ซึ่งในอดีตอุปกรณ์ประเภทนี้ได้ถูกนำไปใช้อย่างประสบความสำเร็จแล้วในระดับอาชีพของต่างประเทศ เช่น กีฬาเบสบอล กอล์ฟ และฟุตบอล รวมถึงมีความร่วมมือกับหน่วยงานด้านความมั่นคงในสหรัฐอเมริกามาแล้ว
พล.ต. ธนพล ภักดีภูมิ ประธาน WBC MuayThai เปิดเผยว่า วิทยาศาสตร์การกีฬาและการรักษาความปลอดภัยให้กับนักกีฬาทั้งก่อนชก ระหว่างชก และหลังชก ถือเป็นหัวใจสำคัญสูงสุดขององค์กร เทคโนโลยีของ Fight IQ ไม่เพียงแต่จะช่วยปกป้องนักกีฬาจากการบาดเจ็บสะสมทางสมอง (เช่น อาการกระทบกระเทือนจากการน็อคหลายครั้ง) แต่ยังมีส่วนช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการฝึกซ้อม โดยการดึงเอาศักยภาพหรือ "ความเก่ง" ของนักมวยแต่ละคนออกมาได้อย่างแม่นยำที่สุดผ่านฐานข้อมูลระบบ AI
ด้าน นายเควิน พี. นูน เลขาธิการ WBC MuayThai กล่าวเสริมว่า จุดแข็งของมวยไทยคือเครือข่ายที่แข็งแกร่งทั่วโลก ทั้งค่ายมวย นักกีฬา โค้ช และโปรโมเตอร์ การเข้ามาของ Fight IQ จะช่วยเชื่อมโยงข้อมูลสมรรถนะ ให้เป็นมาตรฐานสากลเดียวกัน ยกระดับจากการตัดสินด้วยความรู้สึก ไปสู่การวิเคราะห์ผ่านข้อมูลที่ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นด้านความแข็งแกร่ง ความเร็ว หรือเวลาในการตอบสนอง ช่วยให้แม้แต่นักมวยที่อาจไม่ได้แข็งแรงที่สุด แต่มีความไวและความฉลาดในการหลบหลีก สามารถพิสูจน์ศักยภาพตัวเองผ่านสถิติที่จับต้องได้
ในเบื้องต้น เทคโนโลยีนี้จะถูกนำมาใช้ตรวจวัดข้อมูลในช่วงก่อนแข่ง หลังแข่ง และในระหว่างการฝึกซ้อม (ไม่ได้สวมใส่บนเวทีขณะแข่งจริง) โดย Fight IQ มีแผนที่จะจัดตั้งสำนักงานใหญ่ (Fight IQ HQ) ในกรุงเทพฯ เพื่อเป็น Flagship และเป็นบลูพริ้นท์ต้นแบบการพัฒนาประสิทธิภาพระดับโลก
แม้ว่าแพลตฟอร์มนี้เพิ่งจะเปิดตัวและค่ายมวยส่วนใหญ่ในประเทศไทยอาจจะยังอยู่ในช่วงเริ่มทำความรู้จัก แต่ทางผู้พัฒนาและ WBC MuayThai ยืนยันว่า จะเปิดโอกาสให้นักมวยจากทุกค่าย ทุกยิม สามารถเข้าถึงและร่วมใช้งานระบบนี้ได้โดยไม่ปิดกั้น เพื่อกระจายโอกาสและร่วมสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางข้อมูลที่มีมาตรฐาน มีความปลอดภัย และยกระดับมวยไทยจากวัฒนธรรมดั้งเดิมไปสู่แพลตฟอร์มเศรษฐกิจใหม่ที่ยั่งยืนบนเวทีโลกอย่างแท้จริง