ค่าเงินบาทเปิดตลาดที่ 33.28 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่า หลังเงินดอลลาร์แข็งค่าต่อเนื่องจากภาวะปิดรับความเสี่ยงของนักลงทุนทั่วโลก ตลาดจับตาผลประกอบการหุ้นกลุ่ม AI และ Semiconductor รวมถึงทิศทางดอกเบี้ยเฟด
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เผย ค่าเงินบาทเปิดเช้าวันนี้ที่ระดับ 33.28 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าจากระดับปิดวันก่อนหน้าที่ 33.15 บาทต่อดอลลาร์ โดยเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบ 33.12-33.30 บาทต่อดอลลาร์ และสามารถอ่อนค่าทะลุแนวต้านสำคัญที่ 33.00 บาทต่อดอลลาร์ได้สำเร็จ
ปัจจัยหลักมาจากการแข็งค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งได้รับแรงหนุนจากบรรยากาศการลงทุนที่อยู่ในภาวะปิดรับความเสี่ยง (Risk-Off) หลังนักลงทุนเทขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี โดยเฉพาะหุ้นในธีม AI และ Semiconductor ท่ามกลางความกังวลต่อผลประกอบการและระดับมูลค่าหุ้นที่อยู่ในระดับสูง
นอกจากนี้ ดัชนี PMI ภาคการผลิตและภาคบริการของสหรัฐฯ เดือนมิถุนายนที่ออกมาดีกว่าคาด ยังช่วยสนับสนุนมุมมองว่าธนาคารกลางสหรัฐอาจดำเนินนโยบายการเงินตึงตัวต่อไป ส่งผลให้ตลาดกลับมาให้น้ำหนักต่อโอกาสการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมากขึ้น
ด้านตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงแรง โดยดัชนี S&P500 ปิดลบ 1.44% และ Nasdaq ร่วง 2.21% จากแรงขายหุ้นเทคโนโลยี นำโดย Micron ที่ปรับตัวลดลงกว่า 13% ก่อนประกาศผลประกอบการ ขณะที่ตลาดหุ้นยุโรปก็เผชิญแรงกดดันในทิศทางเดียวกัน
สำหรับแนวโน้มเงินบาทในระยะสั้น นายพูนมองว่ายังคงเผชิญความเสี่ยงสองด้าน (Two-way Risk) โดยขึ้นอยู่กับพัฒนาการของสถานการณ์ตะวันออกกลาง ทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐฯ และผลประกอบการของบริษัทในกลุ่ม AI และ Semiconductor ซึ่งอาจเป็นปัจจัยสำคัญต่อบรรยากาศการลงทุนทั่วโลก
อย่างไรก็ตาม แม้เงินบาทยังมีแรงกดดันด้านอ่อนค่า แต่การอ่อนค่ารอบนี้ถือว่าเกินกว่าที่ประเมินไว้ก่อนหน้า ทำให้มองว่าหากตลาดกลับมาเปิดรับความเสี่ยงจากผลประกอบการที่ออกมาดีกว่าคาด เงินบาทอาจมีโอกาสฟื้นตัวได้ ขณะที่กรอบสำคัญที่ต้องติดตามอยู่ที่แนวรับ 33.00 บาทต่อดอลลาร์ และแนวต้านบริเวณ 33.50 บาทต่อดอลลาร์