"ศุภจี" แจงยิบ ปมมาเลเซียระงับนำเข้ากุ้งไทย 5 สายพันธุ์ ระบุเป็นมาตรการที่มีผลกระชั้นชิด ยันรัฐบาลเร่งหาตลาดทดแทน พร้อมยกระดับหารือในเวที WTO - อาเซียน
"ศุภจี" แจงยิบ เดินหน้า 13 มาตรการสู้ปมมาเลย์แบนกุ้งไทย
"ศุภจี" แจงยิบ ปมมาเลเซียระงับนำเข้ากุ้งไทย 5 สายพันธุ์ ระบุเป็นมาตรการที่มีผลกระชั้นชิด ยันรัฐบาลเร่งหาตลาดทดแทน พร้อมยกระดับหารือในเวที WTO - อาเซียน
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ โพสต์ข้อความชี้แจงผ่านเพจเฟซบุ๊กว่า ขออนุญาตให้ข้อมูลประเด็นเรื่อง “กุ้ง” ที่กำลังถูกพูดถึงในโซเชียลในขณะนี้ ว่า เรามีความตั้งใจช่วยพี่น้องชาวประมง เมื่อเกิดปัญหาเหตุเฉพาะหน้าให้เกิดผลกระทบน้อยที่สุด ควบคู่ไปกับการหาทางออกระยะยาวเหมือนเช่นที่ทำมาในทุกเรื่อง
พร้อมขอไล่เรียงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ดังนี้
• จุดเริ่มต้น
1.มาเลเซียระงับการนำเข้ากุ้งไทย 5 สายพันธุ์ มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569
2.การระงับการนำเข้าดังกล่าว เกิดขึ้นหลังจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ดำเนินมาตรการตรวจสอบปลากะพงนำเข้าจากมาเลเซียตามขั้นตอนจากเบาไปหาหนัก หลังจากพบว่า ปลากะพงขาวนำเข้าจากมาเลเซียมีสารเคมีและยาปฏิชีวนะตกค้าง ซึ่งมีความเสี่ยงต่อสุขภาพของพี่น้องประชาชนคนไทย โดยทุกมาตรการได้ดำเนินการอย่างครบถ้วนและถูกต้องตามขั้นตอนร่วมกับฝ่ายมาเลเซีย เพื่อคัดกรองคุณภาพของสินค้าปลากะพงให้ปลอดภัยแก่ผู้บริโภค
3.การระงับนำเข้ากุ้งไทยของมาเลเซีย เป็นการดำเนินการที่กระชั้นชิด ไม่มีการแจ้งล่วงหน้า และไม่เปิดโอกาสให้ไทยได้ชี้แจงและกำหนดมาตรการรองรับ โดยมาเลเซียแจ้งให้ไทยทราบในวันที่ 28 พฤษภาคม และมีผลทันทีในวันที่ 1 มิถุนายน
ขณะที่การแก้ไข นางศุภจีชี้แจงว่า
รัฐบาลไทย โดยกรมประมง และสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ หรือ มกอช. กำหนดการประชุมหารืออย่างเร่งด่วน เพื่อคลี่คลายปัญหาดังกล่าว ในส่วนของกระทรวงพาณิชย์พร้อมที่จะยกระดับหยิบยกประเด็นนี้ขึ้นหารือในเวทีที่เกี่ยวข้องในระดับ WTO และอาเซียน โดยขณะนี้ได้สั่งการให้สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ติดตามความคืบหน้าในเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด
กระทรวงพาณิชย์ยังมอบหมายให้หน่วยงานในสังกัดทั้งในและต่างประเทศ เร่งหาตลาดให้กับพี่น้องเกษตรกรและผู้ประกอบการ โดยจากตัวเลขการส่งออกกุ้งไทยไปมาเลเซียในช่วงปี 2569 อยู่ที่ 300-400 ตันต่อเดือน คิดเป็นมูลค่าเฉลี่ย 44 ล้านบาทต่อเดือน
อีกทั้งกระทรวงพาณิชย์ได้ดำเนินมาตรการเบื้องต้น 13 มาตรการอย่างเร่งด่วน โดยมีเป้าหมายดูดซับกุ้งไทยได้เดือนละ 400 ตันต่อเดือน ทั้งการหาตลาดทดแทน ทั้งการเปิดจุดรับซื้อกุ้ง รวมถึงการจัดกิจกรรม เพื่อนำผลผลิตที่ถูกกระทบมาจำหน่าย
นางศุภจี สรุปว่า ในระหว่างที่รอการประสานการเจรจาเพื่อแก้ปัญหาระยะยาว ซึ่งตอนนี้ทางกรมประมงกำหนดวันหารือเรียบร้อยแล้ว สิ่งที่กระทรวงพาณิชย์ลงมือทำในขณะนี้ คือ การช่วยเยียวยาความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกรกับเหตุการณ์เฉพาะหน้า ด้วยการช่วยหาทางเร่งระบายผลผลิตที่ถูกระงับการนำเข้า ไม่ใช่แค่จัดการหรือแค่สนับสนุนให้บริโภคกุ้งภายในประเทศเท่านั้นแล้วจบ เพราะอย่างที่เรียนตอนต้นแล้วว่า กระทรวงพาณิชย์จะดำเนินการหลากหลายมาตรการ ในทุกช่องทางที่เราทำได้ โดยเฉพาะการหยิบยกเรื่องนี้ไปหารือทั้งในระดับองค์การการค้าโลก หรือ WTO และในระดับอาเซียนเราจะสู้ทุกรูปแบบและทุกช่องทาง เพื่อลดผลกระทบให้กับพี่น้องเกษตรกร
