กระทรวงการคลัง ยืนยันร้านค้าที่ร่วมโครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส (60/40)" ไม่ต้องกังวลเรื่องการถูกเรียกเก็บภาษีย้อนหลัง เผยตัวเลขยอดสะพัดวันเดียวพุ่งกระฉูดกว่า 4.5 ล้านบาทประชาชนใช้จ่ายคึกคัก
นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ “ไทยช่วยไทยพลัส (60/40)” โดยยืนยันเพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ประกอบการว่า ภาครัฐไม่มีนโยบายนำข้อมูลร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการไปใช้ในการเรียกเก็บภาษีย้อนหลังอย่างแน่นอน เช่นเดียวกับโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจและบรรเทาค่าครองชีพในอดีตอย่าง คนละครึ่ง (เฟส 1-5) และ ชิมช้อปใช้ ดังนั้น ร้านค้าจึงไม่ต้องกังวลในประเด็นนี้
อย่างไรก็ตาม ปลัดกระทรวงการคลังได้ตักเตือนถึงกรณีที่มีร้านค้าบางส่วนใช้โอกาสนี้ปรับขึ้นราคาสินค้าและบริการสูงกว่าปกติกับกลุ่มลูกค้าที่ใช้สิทธิโครงการ โดยชี้ว่าเป็นการกระทำที่ไม่สมควร และหากตรวจสอบพบว่ามีการทำผิดข้อตกลงและเงื่อนไข (T&C) ที่ยินยอมไว้ ร้านค้าดังกล่าวอาจต้องเผชิญกับบทลงโทษตามมา
"เราต้องการให้โครงการนี้เป็นการที่คนไทยช่วยคนไทย เราช่วยให้คนอุดหนุนร้านค้ามากขึ้น ร้านค้าขายดีขึ้น ดังนั้นร้านค้าก็ควรจะช่วยผู้บริโภคและไม่ควรขึ้นราคา" นายลวรณ กล่าวเน้นย้ำ
ทั้งนี้ สำหรับประชาชนที่พบเจอร้านค้าฉวยโอกาสขึ้นราคาหรือเอาเปรียบ สามารถแจ้งเรื่องและร้องเรียนได้ผ่านทางเว็บไซต์ของกระทรวงการคลังและกระทรวงพาณิชย์ หรือเดินทางไปติดต่อที่สำนักงานคลังจังหวัดและสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบทันที
สรุปสถานะการลงทะเบียนร้านค้า (รวมยอดทะลุ 9.3 แสนราย)
-
ร้านค้าที่ลงทะเบียนสำเร็จ: 939,737 ร้านค้า
-
ร้านค้าเดิม: 844,364 ร้านค้า
-
ร้านค้าใหม่: 95,373 ร้านค้า
-
-
ร้านค้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบ: 3,634 ร้านค้า
-
ร้านค้าที่รอการยอมรับเงื่อนไข (T&C): 135,748 ร้านค้า
สรุปยอดสะพัดและการใช้งานประจำวัน
-
ยอดสะพัดรายวัน (2 มิ.ย.): 4,542.08 ล้านบาท
-
รัฐบาลร่วมจ่าย (60%): 2,641.23 ล้านบาท
-
ประชาชนร่วมจ่าย (40%): 1,900.85 ล้านบาท
-
-
จำนวนผู้ใช้จ่ายสำเร็จ: ทะลุ 14.4 ล้านคน
-
ร้านค้าที่มีการใช้จ่ายจริง: กว่า 792,045 ร้านค้า
