Krungthai GLOBAL MARKETS มองเงินบาทยังผันผวนสูงตามสถานการณ์ตะวันออกกลาง ขณะตลาดจับตาการเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่าน การประชุม ทรัมป์- สี จิ้นผิง และตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่อาจกำหนดทิศทางดอกเบี้ย FED
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทยเปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้าวันนี้ที่ระดับ 32.30 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าจากระดับปิดสัปดาห์ก่อนหน้าที่ 32.19 บาทต่อดอลลาร์ โดยตั้งแต่คืนวันศุกร์ที่ผ่านมา เงินบาททยอยอ่อนค่าในลักษณะ Sideways Up เคลื่อนไหวในกรอบ 32.15-32.32 บาทต่อดอลลาร์
ปัจจัยสำคัญมาจากการแข็งค่าของเงินดอลลาร์และการปรับขึ้นของราคาน้ำมันดิบ ท่ามกลางความไม่แน่นอนของการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน แม้ทั้งสองฝ่ายยังอยู่ในภาวะหยุดยิง แต่ยังมีการเผชิญหน้าและปะทะกันในพื้นที่บริเวณช่องแคบเฮอร์มุซ ส่งผลให้นักลงทุนกังวลว่าสถานการณ์ตะวันออกกลางอาจกดดันให้ธนาคารกลางหลักทั่วโลกใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้น
ขณะเดียวกัน ราคาทองคำที่ปรับตัวลงยังเพิ่มแรงกดดันต่อเงินบาท โดยตลาดยังรอติดตามการประชุมสุดยอดระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ซึ่งอาจมีการหารือประเด็นตะวันออกกลาง รวมถึงแนวทางลดความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน
นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตารายงานอัตราเงินเฟ้อ CPI และดัชนีราคาผู้ผลิต PPI ของสหรัฐฯ ซึ่งอาจส่งผลต่อมุมมองการดำเนินนโยบายดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) โดยหากตัวเลขเงินเฟ้อออกมาสูงกว่าคาด อาจหนุนให้เงินดอลลาร์แข็งค่าเพิ่มเติมและกดดันเงินบาทให้อ่อนค่าต่อ
สำหรับปัจจัยในประเทศ Krungthai GLOBAL MARKETS มองว่า กระแสเงินปันผลที่จ่ายให้นักลงทุนต่างชาติในสัปดาห์นี้จะลดลงเหลือราว 4 พันล้านบาท ซึ่งอาจช่วยจำกัดแรงอ่อนค่าของเงินบาทได้บางส่วน อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่เหลือของเดือนพฤษภาคมยังมีโฟลว์จ่ายเงินปันผลรวมราว 2.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งยังเป็นแรงกดดันต่อค่าเงินบาท
ทั้งนี้ ประเมินกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้าที่ 32.15-32.45 บาทต่อดอลลาร์ และกรอบสัปดาห์นี้ที่ 31.85-32.65 บาทต่อดอลลาร์ โดยย้ำว่าเงินบาทยังเผชิญความเสี่ยงแบบ Two-Way Risk และมีโอกาสผันผวนสูงตามพัฒนาการของสถานการณ์โลกอย่างใกล้ชิด