finbiz ttb ชี้โลกการค้า 2026 ผันผวนหนัก แนะ SME เร่งบริหารความเสี่ยง

finbiz ttb ชี้โลกการค้า 2026 ผันผวนหนัก แนะ SME เร่งบริหารความเสี่ยง
finbiz ttb แนะผู้ประกอบการ SME ไทยเร่งปรับตัว บริหารความเสี่ยงด้านค่าเงิน ต้นทุน และการค้าระหว่างประเทศ เพื่อรักษาความสามารถแข่งขันในโลกการค้า 2026 ที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน

finbiz ttb ได้ออกมาเจาะการค้าโลกปี 2026 ชี้ถึง SME ไทยต้องเร่งบริหารความเสี่ยง รับมือเศรษฐกิจผันผวน

โลกการค้าในปี 2026 กำลังเผชิญ “ความไม่แน่นอน” ที่กลายเป็นเรื่องปกติใหม่ ท่ามกลางแรงกดดันจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลต่อราคาพลังงาน ระบบโลจิสติกส์ และต้นทุนการดำเนินธุรกิจทั่วโลก ขณะที่เศรษฐกิจโลกถูกคาดการณ์ว่าจะขยายตัวเพียง 3.1% สะท้อนภาวะชะลอตัวและความเปราะบางที่ธุรกิจต้องเผชิญ

สำหรับผู้ประกอบการ SME ไทย ผลกระทบดังกล่าวไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป แต่กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องนำมาวางแผนธุรกิจในทุกวัน เพราะหากขาดการเตรียมพร้อม อาจสูญเสียโอกาสทางการค้าและเผชิญความเสี่ยงทางการเงินโดยตรง

พลังงานแพง ดันต้นทุนธุรกิจพุ่ง

หนึ่งในแรงกดดันสำคัญคือราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยราคาน้ำมันดิบโลกขยับจากระดับประมาณ 70 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ไปแตะมากกว่า 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่งผลให้ต้นทุนการผลิต ค่าขนส่ง และราคาสินค้าทั่วโลกเพิ่มสูงขึ้น

ขณะเดียวกัน ความเสี่ยงในการขนส่งทางทะเลผ่าน “ช่องแคบฮอร์มุซ” ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันสำคัญของโลก ทำให้เรือขนส่งหลายลำต้องเปลี่ยนเส้นทาง ส่งผลให้ต้นทุนโลจิสติกส์และระยะเวลาการขนส่งเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ไทยรับแรงกระแทกจากวิกฤตพลังงานเต็มตัว

เอเชียถือเป็นภูมิภาคที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง เนื่องจากน้ำมันดิบกว่า 80% ของโลกต้องขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยประเทศไทยซึ่งเป็นผู้นำเข้าพลังงานสุทธิ ยิ่งได้รับแรงกดดันมากขึ้น ทั้งจากราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ที่ปรับตัวสูงขึ้น

ต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้นส่งผลต่อค่าไฟฟ้า ค่าขนส่ง และต้นทุนการดำเนินธุรกิจโดยตรง โดยเฉพาะกลุ่ม SME ที่มีข้อจำกัดด้านเงินทุนและความสามารถในการรองรับต้นทุน ทำให้อัตรากำไรลดลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ซัพพลายเชนเปราะบาง เสี่ยงจากการพึ่งพาจีน

นอกจากปัจจัยด้านพลังงาน ความตึงเครียดทางการค้าและภูมิรัฐศาสตร์ยังส่งผลให้วัตถุดิบบางประเภทขาดแคลน และต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้นรวดเร็ว

ปัจจุบัน SME ไทยยังพึ่งพาการนำเข้าวัตถุดิบและเครื่องจักรจากจีนมากกว่า 50% ของมูลค่านำเข้าทั้งหมด โดยเฉพาะสินค้าในกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องจักร และโลหะ ขณะที่บางอุตสาหกรรม เช่น เฟอร์นิเจอร์ มีสัดส่วนการนำเข้าจากจีนสูงเกือบ 90%

การพึ่งพาซัพพลายเออร์รายเดียวมากเกินไป ทำให้ภาคธุรกิจไทยมีความเปราะบางสูง หากเกิดข้อพิพาททางการค้า หรือซัพพลายสะดุดเพียงจุดเดียว ก็อาจกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานทั้งระบบทันที

“ความน่าเชื่อถือ” ปัจจัยใหม่ในการแข่งขันการค้าโลก

อีกหนึ่งความเสี่ยงสำคัญคือมาตรการทางการค้าที่เข้มงวดขึ้นจากประเทศคู่ค้า โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา ที่ให้ความสำคัญกับประเด็นกำลังการผลิตส่วนเกิน การอ้างแหล่งกำเนิดสินค้า และมาตรฐานแรงงานมากขึ้น

ไทยในฐานะประเทศที่มีดุลการค้าสูง จึงถูกจับตาเรื่องการใช้วัตถุดิบจากต่างประเทศ โดยเฉพาะจากจีน รวมถึงความสามารถในการสร้างมูลค่าเพิ่มภายในประเทศ

ส่งผลให้ “ความโปร่งใสของซัพพลายเชน” การตรวจสอบถิ่นกำเนิดสินค้า และโครงสร้างต้นทุน กลายเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้คู่ค้าระดับโลก

วิกฤตยังมีโอกาสใหม่สำหรับ SME

แม้โลกการค้าจะเต็มไปด้วยความผันผวน แต่ยังมีอุตสาหกรรมที่ถูกมองว่าเป็น “โอกาส” ในระยะยาว ได้แก่ พลังงานแสงอาทิตย์ ยานยนต์ไฟฟ้า และเชื้อเพลิงชีวภาพ ซึ่งช่วยลดต้นทุนพลังงานและสร้างตลาดใหม่ให้ธุรกิจไทย

นอกจากนี้ หากสถานการณ์ความขัดแย้งในหลายภูมิภาคเริ่มคลี่คลาย การลงทุนฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานจะช่วยสร้างอุปสงค์ใหม่ให้กับอุตสาหกรรมโลหะและวัสดุก่อสร้าง ซึ่งเป็นโอกาสสำคัญในการขยายตลาดและกระจายความเสี่ยงของผู้ประกอบการ

ค่าเงินผันผวน ความเสี่ยงที่มองไม่เห็น

อีกหนึ่งปัจจัยที่ SME ต้องจับตา คือความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน โดยปัจจุบันการค้าระหว่างประเทศของไทยยังใช้เงินดอลลาร์สหรัฐเป็นสกุลหลักถึงประมาณ 70% แม้ว่าสัดส่วนการส่งออกไปสหรัฐฯ จะอยู่เพียงราว 20%

ความไม่สมดุลดังกล่าวทำให้ผู้ประกอบการต้องเผชิญความเสี่ยงค่าเงินเกินความจำเป็น การใช้สกุลเงินท้องถิ่นในการค้ากับประเทศคู่ค้าในภูมิภาคเดียวกัน จึงเป็นอีกแนวทางสำคัญในการลดต้นทุนและความผันผวนในระยะยาว

finbiz ttb แนะ SME ใช้เครื่องมือบริหารความเสี่ยงครบวงจร

ทีทีบี ระบุว่า ในโลกการค้าใหม่ ผู้ประกอบการอาจไม่สามารถควบคุมปัจจัยภายนอกอย่างราคาน้ำมัน ค่าเงิน หรือสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ได้ทั้งหมด แต่สามารถบริหารความเสี่ยงได้ผ่านการวางแผนและเลือกใช้เครื่องมือทางการเงินที่เหมาะสม

ปัจจุบัน ทีทีบีมีโซลูชันทางการเงินเพื่อช่วย SME บริหารความเสี่ยง อาทิ การโอนเงินต่างประเทศด้วยสกุลเงินหยวน บัญชีหลายสกุลเงิน การล็อกต้นทุนอัตราแลกเปลี่ยน รวมถึงสินเชื่อสำหรับธุรกิจนำเข้าและส่งออก

โดยโซลูชัน “ttb total international trade solution” ถูกออกแบบเพื่อช่วยผู้ประกอบการบริหารธุรกรรมการค้าระหว่างประเทศแบบครบวงจร เพิ่มความคล่องตัว ลดความเสี่ยง และเสริมศักยภาพการแข่งขันในโลกการค้าที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

TAGS: #finbizbyttb #โครงการเสริมความรู้SME #ให้ชีวิตการเงินดีทั้งวันนี้และอนาคต #เปลี่ยนเพื่อให้ชีวิตคุณดีขึ้น #ttb #MakeREALChange