ค่าเงินบาทเปิดตลาด 32.28 บาท/ดอลลาร์อ่อนค่าต่อเนื่อง ท่ามกลางความตึงเครียดตะวันออกกลางหนุนราคาน้ำมันพุ่ง กดดันตลาดเงิน ขณะดอลลาร์แข็งตามหุ้นสหรัฐฯ แนวโน้มยังผันผวนสูง ลุ้นกรอบ 32.10–32.45 บาท/ดอลลาร์
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้าวันนี้ที่ระดับ 32.28 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าจากระดับปิดก่อนหน้าที่ 32.18 บาทต่อดอลลาร์ โดยเงินบาทเคลื่อนไหวในลักษณะ Sideways Up ในกรอบ 32.16–32.34 บาทต่อดอลลาร์
ปัจจัยหลักมาจากสถานการณ์ตะวันออกกลางที่กลับมาทวีความตึงเครียดอีกครั้ง ส่งผลให้ความเสี่ยงต่อการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านเพิ่มสูงขึ้น และดันราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง โดยราคาน้ำมันดิบ Brent ขยับขึ้นทดสอบระดับ 105 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล กดดันค่าเงินบาทให้อ่อนค่า
ขณะเดียวกัน เงินดอลลาร์ยังคงแข็งค่าขึ้น สอดคล้องกับการปรับตัวขึ้นของบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อายุ 10 ปี ที่ขยับขึ้นสู่ระดับประมาณ 4.34% รวมถึงบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่ยังอยู่ในภาวะเปิดรับความเสี่ยง หลังผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนส่วนใหญ่ออกมาดีกว่าคาด โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและ AI ส่งผลให้ดัชนี S&P500 ปรับขึ้น 1.05% และ Nasdaq เพิ่มขึ้น 1.64%
อย่างไรก็ดี ราคาทองคำกลับปรับตัวลดลงจากแรงกดดันดังกล่าว ลงสู่โซนใกล้ 4,700 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อเงินบาทในฝั่งอ่อนค่า
สำหรับแนวโน้มค่าเงินบาทในระยะสั้น ยังคงเผชิญความเสี่ยงแบบ Two-way risk จากความไม่แน่นอนของสถานการณ์ตะวันออกกลาง โดยหากสถานการณ์รุนแรงขึ้น อาจเห็นเงินบาทอ่อนค่าทดสอบระดับ 32.50 บาทต่อดอลลาร์ และมีโอกาสไปถึง 33.00 บาทต่อดอลลาร์ได้ โดยเฉพาะในช่วงปลายเดือนเมษายนถึงต้นพฤษภาคม ที่มีแรงกดดันจากการจ่ายเงินปันผลให้นักลงทุนต่างชาติ
ในทางกลับกัน หากสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย และมีสัญญาณการเจรจาหยุดยิง อาจช่วยหนุนให้เงินบาทแข็งค่าขึ้นทดสอบแนวรับ 32.00 บาทต่อดอลลาร์ หรืออาจลงไปที่โซน 31.75–31.85 บาทต่อดอลลาร์ แต่การแข็งค่าจะเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป
ทั้งนี้ ในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้า คาดว่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 32.10–32.45 บาทต่อดอลลาร์ โดยตลาดยังคงติดตามปัจจัยสำคัญ ทั้งข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยุโรป ญี่ปุ่น และพัฒนาการของสถานการณ์ตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด